ความสุขคือการให้ คำโบราณว่าไว้ไม่ผิดเพี้ยนเพราะฉะนั้นคนที่มีเงินทองจงแบ่งปันเงินช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์เสียโดยดี เนื่องจากนักวิจัยศึกษามาชัดเจนแล้วว่า เงินซื้อความสุขได้ ถ้าได้ใช้มันเพื่อคนอื่นทีมนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยบริทิชโคลัมเบีย สอบถามคนอเมริกัน 600 คน ให้ลองจัดอันดับความสุขของตัวเอง จากนั้นได้สอบถามลงลึกถึงการหารายได้ และการใช้จ่ายเงินตรา
นักวิจัยพบว่าคนที่มีรายได้พิเศษมีความสุขระดับพื้นๆส่วนคนที่ซื้อของให้ตัวเองรู้สึกมีความสุขเหมือนกัน ที่น่าประหลาดคือ คนที่ใช้จ่ายเงินเพื่อช่วยเหลือสังคม เช่น ซื้อของขวัญให้คนอื่น หรือบริจาคเข้าการกุศล กลับมีความสุขจากการให้อย่างล้นเหลือ
พวกเขาทดสอบซ้ำอีกโดยสอบถามลูกจ้าง 16 คน ที่ทำงานอยู่กับบริษัทแห่งหนึ่งในบอสตัน ทั้งก่อนและหลังพวกเขาได้รับเงินโบนัสพิเศษเฉลี่ย 5,000 ดอลลาร์ โดยพุ่งเป้าไปที่ 3 ปัจจัย ได้แก่ ความสุขจากการได้โบนัส ความสุขจากการซื้อของให้ตัวเอง และความสุขจากการช่วยเหลือสังคม และดูว่าหลังผ่านไป 2 เดือน พวกเขาแฮปปี้กับโบนัสที่ได้มากน้อยแค่ไหน พวกเขาได้ข้อสรุปว่า วิธีใช้เงินเป็นตัวชี้วัดความสุขได้มากกว่าจำนวนเงินโบนัสที่ได้
ทีมวิจัยยังได้สอบถามผู้คนอีก46 ราย โดยให้พวกเขาจัดอันดับความสุข จากนั้นได้แจกเงินให้คนกลุ่มนี้คนละ 5-20 ดอลลาร์ พร้อมกับกำหนดวิธีให้พวกเขาใช้เงิน คนที่ใช้เงินซื้อของให้ตัวเองบอกว่า พวกเขามีความสุขขึ้นมานิดหน่อย แต่คนที่เอาเงินไปให้คนอื่นต่อบอกว่า พวกเขามีความสุขเพิ่มขึ้นมากโข แม้จะเป็นเงินเพียง 5 ดอลลาร์ ก็ช่วยให้มีความสุขได้มากพอเมื่อได้ให้
ความสุขจากการให้ไม่จำกัดเฉพาะซื้อของให้คนอื่นเท่านั้นคนที่คอยช่วยเหลือคนอื่น เช่น สอนการบ้านเพื่อนก็มีความสุขเช่นกัน เทียบกับการย้ายไปอยู่บ้านที่ใหญ่กว่า หรือซื้อของให้ตัวเอง เป็นความสุขที่ได้มันเพียงชั่วประเดี๋ยวประด๋าว แต่การทำดีกับคนอื่นมักได้รับกุศลกรรมกลับคืนมาอย่างไม่คาดคิด
ข้อมูลจาก คม ชัด ลึก
