เทคโนโลยีอาร์เอฟไอดี หรือการระบุเอกลักษณ์ผ่านคลื่นวิทยุมีแนวโน้มถูกลงเรื่อย ๆ เหตุใช้งานกันแพร่หลายมากขึ้น ซิป้าและเนคเทคทดลองเก็บข้อมูลการใช้งานผ่านยางรถยนต์และรวมบัตรรถไฟใต้ดิน บีทีเอส และรถเมล์ผ่านอาร์เอฟไอดีดร.รุ่งเรือง ลิ้มชูปฎิภาณ์ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ ซิป้า กล่าวว่า การผลักดันและพัฒนาการใช้เทคโนโลยีอาร์เอฟไอดีเป็นเรื่องที่ภาคอุตสาหกรรมต้องให้ความสำคัญ เพราะสามารถเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ได้ เบื้องต้น ซิป้า ร่วมกับ ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค) พัฒนาเทคโนโลยีอาร์เอฟไอดี หรือ Radio Frequency Identification : RFID ซึ่งเป็นระบบการระบุเอกลักษณ์ด้วยคลื่นวิทยุ จะนำมาใช้บรรจุข้อมูลผลิตภัณฑ์แทนบาร์โค้ด ซึ่งจะบอกถึงแหล่งผลิต วัน/เดือน/ปีที่ผลิต และเส้นทางการนำส่ง
ดร.พันธ์ศักดิ์ ศิริรัชตพงษ์ ผู้อำนวยการ เนคเทค กล่าวว่า มูลค่าการตลาดเทคโนโลยีอาร์เอฟ ไอดีทั่วโลกอยู่ที่ 3,000 ล้านเหรียญสหรัฐ ส่วนใหญ่เป็นป้ายสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ เครื่องอ่านอาร์เอฟไอดี ซอฟต์แวร์ และแอพพลิเคชั่นการให้บริการ ปัจจุบัน ราคาป้ายอิเล็กทรอนิกส์และเครื่องอ่านอาร์เอฟไอดีมีราคาสูง แต่มีแนวโน้มลดลงเรื่อย ๆ เพราะมีปริมาณการใช้งานเพิ่มมากขึ้น แผ่นป้ายอิเล็กทรอนิกส์จะถูกพัฒนาให้เหมาะสมกับการใช้งานในแต่ละประเภทมากขึ้น เช่น ใช้ตรวจวัดอุณหภูมิและทนต่อความชื้นสูง รวมทั้งสามารถส่งข้อมูลระหว่างป้ายอิเล็กทรอ นิกส์และเครื่องอ่านได้ในระยะไกลขึ้น
สำหรับในประเทศไทย อยู่ระหว่างการ ทดลองนำอาร์เอฟไอดีมาใส่ยางรถยนต์เพื่อเก็บข้อมูลการใช้งาน การวิจัยทำบัตรโดยสารรถไฟฟ้า รถไฟใต้ดิน และรถประจำทาง ฝังชิพอาร์เอฟไอดีเพื่อใช้งานร่วมกันเป็นบัตรเดียว.
ข้อมูลจาก เดลินิวส์
