นักศึกษาวิทยาลัยเทคนิคระยองค้นคว้าสูตรสบู่พริกแก้ผดผื่นคันรวมทั้งการระคายเคืองจากสารเคมี เผยกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ทดสอบรับรองความปลอดภัย ด้าน รพ.ระยอง ประเดิมใช้รักษาผู้ป่วยโรคผิวหนังน.ส.กมลรัตน์แซ่เตีย นักศึกษาจากสาขาเคมีอุตสาหกรรม คณะเทคโนโลยีอุตสาหกรรม วิทยาลัยเทคนิคระยอง กล่าวว่า สบู่พริกเป็นงานวิจัยที่คิดค้นมาตั้งแต่ปี 2550 มีคุณสมบัติช่วยรักษาผดผื่นคันจากแมลงสัตว์กัดต่อย ชำระล้างสารเคมีที่ติดผิวหนัง ลดการอักเสบของผิวหนังจากการสัมผัสของร้อนหรือแสงแดดเผา รวมทั้งช่วยให้การไหลเวียนโลหิตดีขึ้น
ทีมงานสกัดสารสำคัญที่ชื่อแคปไซซิน (capsicin) ออกจากพริกขี้หนูจากนั้นนำมาหลอมเข้ากับสบู่ดิบสำเร็จรูป ซึ่งหาซื้อได้ทั่วไป แล้วแต่งกลิ่นเพื่อลดกลิ่นฉุนของพริก ก็ได้เป็นสบู่สมุนไพรพริกพร้อมใช้ อย่างไรก็ตาม ความยากของการผลิตอยู่ที่ปริมาณและความเข้มข้นของสารแคปไซซินในสบู่ จะต้องผ่านการคำนวณหลายครั้ง เพื่อให้ได้สูตรที่มีประสิทธิภาพรักษาโรคผิวหนัง
แคปไซซินเป็นสารที่ทำให้พริกมีรสเผ็ดซึ่งงานวิจัยหลายชิ้นระบุว่าเป็นสารสารพัดประโยชน์ โดยช่วยลดน้ำมูกหรือลดปริมาณสารที่ขัดขวางระบบการหายใจ ในผู้ป่วยที่เป็นไข้หวัด ไซนัส หรือโรคภูมิแพ้ต่างๆ ลดการอุดตันของเส้นเลือด บรรเทาอาการปวดฟัน เจ็บคอ และการอักเสบของผิวหนัง รวมทั้งใช้เป็นส่วนประกอบอาหารสัตว์เพื่อทดแทนสารปฏิชีวนะ
ทีมงานสนใจในคุณสมบัติลดการอักเสบของผิวหนังประกอบกับปัจจุบันสบู่สมุนไพรได้รับความนิยมอย่างมาก จึงเป็นที่มาของโครงการวิจัยสบู่พริกรักษาผิวหนังอักเสบดังกล่าว น.ส.กมลรัตน์ กล่าว
จากการทดสอบใช้ในอาสาสมัคร65 คน ต่อเนื่อง 7 วัน เน้นชำระล้างบริเวณที่มีอาการผดผื่นคัน หรือการแพ้สารเคมี พบว่าสามารถลดอาการผิดปกติได้จริง ทีมงานยังส่งสบู่พริกไปตรวจหาการปนเปื้อนเชื้อรา ยีสต์ และแบคทีเรียในเนื้อสบู่ ผลการตรวจจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ระบุ ไม่ พบการปนเปื้อนแต่อย่างใด จึงสามารถใช้เป็นสบู่อาบน้ำได้ แต่ไม่ควรใช้กับเด็กหรือผิวหนังที่บอบบาง เพราะอาจทำให้แสบร้อนได้
ปัจจุบันโรงพยาบาลระยองโดยแผนกผิวหนังแนะนำให้ผู้ป่วยใช้สบู่พริกได้ระยะหนึ่งแล้ว มีบางส่วนที่อาการของโรคลดลง เช่น ผิวหนังพุพองเนื่องจากของร้อน จะหลุดล่อนและสมานตัวเร็วกว่าปกติ
สบู่พริกนี้จะช่วยเพิ่มมูลค่าจากการแปรรูปพริกได้ในอนาคตหากมีผู้ประกอบการนำไปต่อยอดเชิงอุตสาหกรรมระดับประเทศ รวมทั้งยังสามารถประยุกต์ใช้กระบวนการสกัดสาร ในการสกัดสารสำคัญจากพืชสมุนไพรชนิดอื่น
ข้อมูลจาก คม ชัด ลึก
