กลายเป็นประเด็นขึ้นมาทันทีเมื่อ ไออีซี หรือ บริษัท อินเตอร์แนชั่นเนิล เอนจีเนียริง จำกัด (มหาชน) ในฐานะผู้ถือหุ้นรายใหญ่ได้ขายหุ้นทั้งหมดที่ถือครองเป็นระยะเวลากว่า 1.5 ปี ในบริษัท บลิส-เทล จำกัด (มหาชน) จำนวน 490 ล้านหุ้น หรือคิดเป็นสัดส่วนหุ้นที่ถืออยู่ 15.5% ได้รับเงินทั้งสิ้น 298.90 ล้านบาทมีคำถามถามต่อว่าแล้ว บลิส-เทล จะบริหารจัดการองค์กรอย่างไรหลังจาก ไออีซี ขายหุ้นออกไปในครั้งนี้ ฐานเศรษฐกิจ มีคำตอบเป็นคำตอบของ นายอรรถวิชญ์ เอกธนิตพงษ์ กรรมการผู้จัดการ บมจ.บลิส-เทล ดังมีรายละเอียดต่อไปนี้!
-การขายหุ้นของ ไออีซี มีผลกระทบต่อบริษัทหรือไม่
ไม่น่าจะมีผลกระทบต่อการทำธุรกิจ ทุกอย่างยังบริหารจัดการอย่างปกติและการทำธุรกิจก็ยังเป็นพันธมิตรกันแม้ไม่ได้ถือหุ้นเพราะที่ผ่านมาเราก็เป็นพันธมิตรธุรกิจกับ เอ็ม ลิ้งค์ (บริษัท เอ็มลิ้งค์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) มีนางมณฑาทิพย์ โกวิทเจริญกุล น้องสาว พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่) ในการซื้อสินค้า โนเกีย ร่วมกัน ส่วนเรื่องโครงสร้างคณะกรรมการบริหารจะมีการเปลี่ยนแปลงหรือไม่นั้นยังไม่สามารถตอบได้
-ต้องหาผู้ถือหุ้นใหม่หรือไม่
ผมไม่ทราบการที่ผู้ถือหุ้นจัดสรรหุ้นออกไปได้เป็นสิทธิประโยชน์ของบริษัท ส่วนใครจะเข้าถือหุ้นแทนยังตอบไม่ได้ในขณะนี้
- ไออีซี ขายหุ้นออกไปมีผลกระทบต่อภาพลักษณ์หรือไม่
ไม่น่าจะมีปัญหาหรอกครับเรื่องภาพลักษณ์ถ้าภาพลักษณ์จะลดลงอยู่ที่เรื่องของการให้คุณภาพและบริการไม่ดีกับลูกค้าเพราะลูกค้าทุกรายที่ซื้อสินค้าของ บลิส-เทล อยู่ในหัวใจของเรา ดังนั้นเราจะต้องปรับปรุงบริการหลังการขายให้มีประสิทธิภาพ
-หลังจากนี้ บลิส-เทล เดินหน้าธุรกิจอย่างไร
เราก็คงบริหารธุรกิจเหมือนเดิมสิ่งที่เราทำวันนี้ก็คือการทำหน้าที่เป็นผู้บริหาร และ บริหารธุรกิจ เพื่อให้ได้ประโยชน์สูงสุดกับผู้ถือหุ้นและองค์กร
-ได้รับบทเรียนเรื่องนี้อย่างไรบ้าง
บทเรียนที่ได้รับไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องการขายหุ้นของ ไออีซี นะครับ แต่บทเรียนที่ได้รับก็คือการทำธุรกิจค้าปลีก (Retail) เมื่อธุรกิจมือถือตลาดขยายตัวอย่างต่อเนื่องส่งผลให้บริษัทได้กำไรอย่างต่อเนื่อง และเมื่อตลาดเริ่มอิ่มตัวหรือซบเซาทำให้เราขาดทุนเยอะมาก เนื่องจากช่วงตลาดขยายตัวบริษัทก็ขยายธุรกิจอย่างรวดเร็วแต่มีปัญหาเรื่อง
บุคลาการน้อยไม่สามารถรองรับกับงานที่เพิ่มขึ้นไปได้ ดังนั้นต่อไปการทำธุรกิจเราจะไม่ขยายตัวอย่างรวดเร็ว และจะต้องระมัดระวัง
-ที่บอกว่าขยายตัวเร็วคืออะไร
คือการขยายช็อปบลิส-เทล ช่วงเศรษฐกิจขยายตัวจากเดิมที่มีเพียง 100 สาขา เพิ่มเป็น 300-400 สาขา ทำให้การฝึกอบรมบุคลากรไม่ทันกับจำนวนสาขาที่ขยาย ดังนั้นต่อไปเราจะไม่ขยายสาขารวดเร็วสองปีก่อนหน้านี้เราขาดทุนไป 3,000 ล้านบาท เพิ่งมาปีที่แล้วกำไร 350 ล้านบาท
-ช็อปปิดไปกี่แห่ง
ปิดไปเกือบ 100 สาขา ตอนนี้เหลืออยู่เพียง 250 สาขา ต่อไปการเปิดช็อปก็จะเลือกทำเลที่เหมาะสมถึงจะลงทุน และ ที่สำคัญตลาดมือถือที่ผ่านมานโยบายไม่ชัดเจนเรื่องของโทรศัพท์เคลื่อนที่ระบบ 3G และ Wi-MAX เสียเวลาไปเกือบสองปีถ้าเทคโนโลยีเหล่านี้เกิดเราก็สามารถนำอุปกรณ์ Wi-MAX เข้ามาจำหน่ายในช็อปได้
ข้อมูลจาก ฐานเศรษฐกิจ
