บลูโค้ด เปิดตลาดใหม่อุปกรณ์เพิ่มความเร็วรับ-ส่งข้อมูลเครือข่ายระยะไกล รับเทรนด์โมบายออฟฟิศ-บริหารจัดการไอทีจากส่วนกลาง พร้อมระบุเหมาะกับตลาดไทย เช่าวงจรเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตสูงสุดในภูมิภาคนายวิลเลี่ยม ตัน ผู้จัดการประจำประเทศไทย บริษัท บลูโค้ด ซิสเต็มส์ จำกัด เปิดเผยกับฐานเศรษฐกิจว่าบริษัทเริ่มขยายการทำตลาดผลิตภัณฑ์ใหม่ ภายใต้ชื่อ MACH5 ซึ่งอุปกรณ์เร่งความเร็วรับ-ส่งข้อมูล หรือ ระบบงานต่างๆ (Application) บนเครือข่ายสื่อสารองค์กรระยะไกล หรือ ไร้สาย (WAN- Optimization) ภายหลังจากประสบความสำเร็จในการทำตลาดอุปกรณ์ปกป้องข้อมูลและการนำเสนอแอพลิเคชั่น โดยปัจจุบันมีผู้ให้บริการโทรคมรายใหญ่ อาทิ ทรู อินเตอร์เน็ต, ซีเอส ล็อกซอินโฟ , ทีโอที หรือ ทีทีแอนด์ที มีการซื้ออุปกรณ์ดังกล่าวไปใช้งาน
ขณะเดียวกันยังเล็งเห็นว่าตลาด อุปกรณ์เร่งความเร็วรับ-ส่งข้อมูล หรือ ระบบงานต่างๆ (Application) บนเครือข่ายสื่อสารองค์กรระยะไกล หรือไร้สายมีการเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยสำนักวิจัยตลาดไอดีซี ระบุว่าจะมีการเติบโตเฉลี่ย 20% ทุกปี โดยคาดว่าปีนี้ตลาดจะมีมูลค่า 7.5 ล้านดอลล่าร์สหรัฐ หรือ ประมาณ 262.5 ล้านบาท (คิดที่อัตรา 35 บาทต่อ 1 ดอลล่าร์สหรัฐ) จากเดิมปีที่ผ่านมาตลาดมีมูลค่าประมาณ 5.4 ล้านดอลล่าร์สหรัฐ หรือ ประมาณ 189 ล้านบาท
แนวโน้มการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นขณะนี้นั้นมีปริมาณการจราจรบนเว็บเพิ่มขึ้น 97% ขณะที่องค์กร เริ่มให้พนักงานทำงานจากข้างนอกออฟฟิศ หรือโมบายออฟฟิศมากขึ้น นอกจากนี้องค์กรยังมีการรวมศูนย์เครื่องแม่ข่าย หรือเซิร์ฟเวอร์ เข้ามาอยู่ส่วนกลาง หรือ ดาต้าเซ็นเตอร์ เพื่อลดต้นทุน และง่ายต่อการบริหารจัดการ
นายตัน กล่าวอีกว่าสำหรับจุดเด่นของ MACH5 สามารถกำหนดนโยบายการใช้งาน โดยอาจแบ่งการใช้งานช่องสัญญาณสื่อสารอินเตอร์เน็ต ตามผู้ใช้ หรือกำหนดเวลาการใช้งาน เพื่อให้การใช้งานใช้งานช่องสัญญาณสื่อสารอินเตอร์เน็ตเกิดประสิทธิภาพสูงสุดกับองค์กร นอกจากนี้ยังมีคุณสมบัติในการการบริหารจัดการย่านความถี่การทำให้การใช้งานโปรโตคอลมีประสิทธิภาพสูงสุด,ไบท์แคชชิ่ง (byte catching) การคาดการณ์ เกี่ยวกับ แคชชิ่งวัตถุ (predictive object catching) และการบีบอัดสัญณาณ (compression) ในภาพรวมช่วยให้องค์กรสามารถใช้งานช่องสัญณาณรับส่งข้อมูลอย่างคุ้มค่า
ส่วนความเร็วที่เพิ่มขึ้นนั้นขึ้นอยู่กับข้อมูล หรือ ระบบงานต่างๆ (Application) บนเครือข่ายสื่อสารองค์กรระยะไกล หรือไร้สาย โดยหากเป็นการใช้งานเว็บไซต์ปกติความเร็วจะเพิ่มขึ้นประมาณ 200-300 เท่า
สำหรับการทำตลาดในไทยนั้นเบื้องต้น คงมุ่งให้ความรู้กับตลาดก่อน โดยกลุ่มเป้าหมายการตลาดสำคัญ คือ กลุ่มธนาคาร ประกันภัย โรงงาน บริษัทข้ามชาติ หรือ องค์กรที่มีสาขาจำนวนมาก ทั้งนี้มองว่าอุปกรณ์ดังกล่าวน่าจะเป็นประโยชน์ต่อองค์กรธุรกิจในประเทศไทย เนื่องจากข้อมูลหรือระบบงานต่างๆ มีขนาดใหญ่ขึ้น ขณะที่ค่าเช่าวงจรสื่อสารอินเตอร์เน็ต หรือ ลีดไลน์ ของประเทศไทยมีอัตราแพงสุดในภูมิภาคอาเซียน โดยหากเทียบกับมาเลเซียแล้ว ค่าเช่าลีดไลน์ของไทยสูงกว่า ประมาณ 20% ทั้งนี้อุปกรณ์ MACH5 สามารถช่วยให้องค์กรธุรกิจสามารถลดต้นทุนการขยายวงจรสื่อสารอินเตอร์เน็ต ซึ่งเฉลี่ยแล้วสามารถช่วยให้องค์กรสามารถคุ้มทุนภายในระยะเวลา 1-2 ปี
ขณะเดียวกันอยู่ระหว่างการร่วมมือกับตัวแทนจำหน่ายหลัก และมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งที่มีเครือข่ายของมหาวิทยาลัยอยู่เป็นจำนวนมาก ในการนำอุปกรณ์ดังกล่าวไปใช้ประโยชน์ทางด้านการเรียนการสอนผ่านอินเตอร์เน็ต หรือ อีเลิร์นนิ่ง
พร้อมกันนั้นยังอยู่ระหว่างการร่วมมือกับคู่ค้า 2 ราย คือ เอ็มเทค และเอ็นฟอร์ซ จัดตั้งศูนย์บริการขึ้นมาในประเทศไทย จากเดิมศูนย์บริการหลักอยู่ที่มาเลเซียเพื่อให้สามารถให้บริการลูกค้าได้รวดเร็วขึ้น ส่วนการเติบโตของธุรกิจนั้นช่วงเดือนกุมภาพันธ์-เมษายน 2550 บริษัทยังมียอดการสั่งซื้อสินค้าเข้ามา ประมาณ 500,000 ดอลล่าร์สหรัฐ หรือ ประมาณ 17.5 ล้านบาท เติบโตขึ้นจากช่วงระยะเวลาเดียวกันปีที่แล้วประมาณ 20% แต่สถานการณ์หลังจากนี้นั้นคาดการณ์ว่าตลาดจะมีการชะลอตัวลง โดยองค์กรมีการชะลอการลงทุนเพื่อรอดูสถานการณ์ และรอรัฐบาลใหม่
ข้อมูลจาก ฐานเศรษฐกิจ
