กระทรวงไอซีที เตรียมส่งมอบบัตรประชาชนสมาร์ทการ์ด งวดแรก ให้กับกรมการปกครองภายดีเดย์ภายในเดือนมกราคม 2551 พร้อมแจกจ่ายทั่วประเทศ เพื่อจัดทำบัตรประจำตัวประชาชนแบบอเนกประสงค์ได้ ตั้งแต่เดือนมีนาคม 2551 ส่วนบัตรสมาร์ทการ์ดจำนวน 26 ล้านใบอยู่ระหว่างร่างทีโออาร์เพื่อเปิดประมูล ขณะที่ สิทธิชัย เผย่จะผลักดันให้แล้วเสร็จทันในรัฐบาลชุดนี้นายชาญชัย สุนทรมัฏฐ์ อธิบดีกรมการปกครอง เปิดเผยว่า กระทรวงมหาดไทยได้รับแจ้งจากกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) ว่า จะสามารถส่งมอบบัตรประจำตัวประชาชนแบบอเนกประสงค์ (Smart Card) ในงวดแรกให้กับกรมการปกครอง จำนวน 5,000,000 บัตร ในเดือนมกราคม 2551 แล้วจะแจกจ่ายให้อำเภอ/กิ่งอำเภอ และเทศบาลที่ให้บริการ เพื่อเปิดให้บริการจัดทำบัตรประจำตัวประชาชนแบบอเนกประสงค์ ได้ตั้งแต่เดือนมีนาคม 2551 เป็นต้นไป
อย่างไรก็ตามการส่งมอบบัตรประชาชนดังกล่าวเพื่อเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนแก่ประชาชนที่จำเป็นต้องใช้บัตรประจำตัวประชาชน เนื่องจากบัตรหมดอายุ บัตรชำรุด สูญหาย หรือเปลี่ยนบัตรกรณีมีการเปลี่ยนแปลงรายการในทะเบียนบ้าน กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทยจะดำเนินการจัดทำบัตรแบบแถบแม่เหล็ก แจกจ่ายให้อำเภอ/กิ่งอำเภอ และเทศบาลทั่วประเทศ เพื่อไปจัดทำบัตรให้กับประชาชนไปก่อน จนกว่ากระทรวงไอซีที จะส่งมอบ Smart Card ให้กับกรมการปกครองได้ต่อไป
ขณะที่ ศ.ดร.สิทธิชัย โภไคยอุดม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร หรือ ไอซีที กล่าวว่า สำหรับการประมูลบัตรประจำตัวประชาชนอเนกประสงค์ (Smart Card) จำนวน 26 ล้านใบคาดว่าจะเปิดประมูลให้แล้วเสร็จภายในรัฐบาลชุดนี้โดยขณะนี้ร่างทีโออาร์ หรือ ข้อกำหนดและรายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะของบัตรประชาชน Smart Card ได้ประกาศลงในเว็บไซด์ของกรมบัญชีกลาง
อย่างไรก็ตาม การประกวดราคาในครั้งนี้กระทรวงไอซีทีจะทำการจัดซื้อจัดจ้างบัตรประชาชนสมาร์ทการ์ดจำนวน 26 ล้านใบในวงเงิน 1,612,000,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม 7%แล้ว) โดยผู้ชนะต้องส่งมอบบัตรงวดที่ 1 จำนวน 5 ล้านใบภายใน 150 วันนับจากวันลงนามในสัญญา งวดที่ 2 จำนวน 4 ล้านใบภายในเวลา 180 วันนับจากลงนามในสัญญา งวดที่ 3 จำนวน 4 ล้านใบภายใน 270 วัน งวดที่ 4 จำนวน 4 ล้านใบภายในเวลา 360 วัน งวดที่ 5 จำนวน 4 ล้านใบภายในเวลา 450 วัน และ งวดที่ 6 จำนวน 5 ล้านใบภายในเวลา 540 วันนับถัดจากวันลงนามในสัญญา โดยผู้ชนะการประกวดราคาต้องส่งมอบบัตรใช้ IC Chip จากผู้ผลิต IC Chip รายเดียวกัน และ ระบบปฏิบัติการของบัตร (Card Operation System ;COS)
นอกจากนี้เงื่อนไข ทีโออาร์ ยังระบุอีกด้วยว่าผู้ชนะการประกวดราคาต้องร่วมมือกับกระทรวงไอซีทีหรือหน่วยงานที่กระทรวงไอซีทีกำหนดเพื่อทำให้บัตรที่เสนอทำงานร่วมกับระบบ Card Management System (CMS) ระบบ Key Management System (KMS) เครื่องอ่าน/เขียนบัตรและลายพิมพ์นิ้วมือ ซอฟต์แวร์ Fingerprint Matching on Card และ Application ที่เป็น Java Applet จนสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยที่ผู้ชนะการประกวดราคาจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายถ้ามี
ข้อมูลจาก ฐานเศรษฐกิจ
