รุมชิงบิ๊กล็อตคอมพ์ภาครัฐ + ผู้ผลิตผู้ค้าไทย-เทศตบเท้าขอเอี่ยวขุมทรัพย์ ''''''สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นประมูลคอมพ์ภาครัฐคึกคัก หลังอั้นจัดซื้อมาตั้งแต่ปีที่แล้ว ล่าสุดผู้ค้าคอมพ์โลคัล
นายวิบูลย์ ว่อง นายกสมาคมอุตสาหกรรมคอมพิวเตอร์ไทย หรือ เอทีซีเอ็ม เปิดเผยกับฐานเศรษฐกิจว่าตลาดการประมูลคอมพิวเตอร์ภาครัฐช่วงนี้ค่อนข้างคึกคัก เนื่องจากมีการเปิดประมูลจัดซื้อคอมพิวเตอร์หลายโครงการ ซึ่งโครงการขนาดใหญ่ที่เป็นที่จับตามองของผู้ผลิตคอมพิวแตอร์ทั้งในและต่างประเทศมากสุดขณะนี้ คือ โครงการจัดซื้อคอมพิวเตอร์ให้โรงเรียน ในสังกัด สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน หรือ สพฐ. จำนวน 1,200 แห่งทั่วประเทศ มูลค่าประมาณ 400 ล้านบาท โดยทางสพฐ. เปิดให้โรงเรียน หรือสำนักงานเขต เป็นผู้ประมูลจัดซื้อเอง ซึ่งจะต้องเร่งประมูลจัดซื้อ และส่งมอบให้แล้วเสร็จต้นเดือนพฤษภาคม 2551 ก่อนเปิดภาคเรียน
ทั้งนี้การจัดซื้อคอมพิวเตอร์สำหรับนักเรียน จำนวน 12,000 เครื่อง (โรงเรียนละ 10 เครื่อง) ทางสพฐ.ได้กำหนดคุณสมบัติหรือสเปกเบื้องต้น คือ ใช้ตัวประมวลผล หรือซีพียู อินเทล เซลเลอรอน 440 หรือ เอเอ็มดี แซมตรอน แอลอี 1250 ส่วนคอมพิวเตอร์สำหรับครู 1,200 เครื่อง โรงเรียนละ 1 เครื่อง โดยมีคุณสมบัติเบื้องต้นใช้ตัวประมวลผล อินเทล ดูโอคอร์ 4500 หรือ แอธลอน เอ็กซ์ทู 5600+ สำหรับเครื่องแม่ข่าย หรือ เซิร์ฟเวอร์ 1,200 เครื่อง โดยมีคุณสมบัติเบื้องต้นใช้ตัวประมวลผล ซีออน 5130 หรือ เอเอ็มอี ออพเทอรอน 2350 นอกจากนี้ยังประกอบด้วยการจัดซื้อเครื่องสำรองไฟ หรือยูพีเอส สำหรับเครื่องครู 1,200 เครื่อง ,เครื่องพิมพ์เลเซอร์ พรินเตอร์ 1,200 เครื่อง รวมถึงอุปกรณ์โต๊ะคอมพิวเตอร์และเก้าอี้ สำหรับครู และนักเรียน
นายวิบูลย์ กล่าวต่ออีกว่าอีกโครงการหนึ่งซึ่งเป็นที่จับจ้องของบรรดาผู้ผลิตคอมพิวเตอร์ทั้งในและต่างประเทศ คือ โครงการจัดซื้อคอมพิวเตอร์ของศาลยุติธรรม เพื่อทดแทนเครื่องเก่า จำนวน 1,184 เครื่อง ที่ล่าสุดได้มีการล้มประมูลไป เนื่องจากมีผู้ค้าผิดเงื่อนไขเป็นจำนวนมาก มีรายงานแจ้งว่าศาลยุติธรรมจะเปิดให้มีการประมูลใหม่อีกครั้ง นอกจากนี้ยังมีโครงการจัดซื้อระดับ 100 เครื่องขึ้นไปของกระทรวง ทบวง กรม ต่างๆ เกิดขึ้นมากมายในช่วงนี้
อย่างไรก็ตามเป็นที่สังเกตได้ว่าโครงการจัดซื้อคอมพิวเตอร์ที่เกิดขึ้นช่วงนี้ไม่ได้เป็นผลจากการนโยบายผลักดันของรัฐบาล แต่เป็นเพราะช่วงปีที่ผ่านมาหน่วยงานภาครัฐ มีการชะลอโครงการจัดซื้อในปีที่ผ่านมา และเริ่มมีการจัดซื้ออีกครั้งภายหลังมีการจัดตั้งรัฐบาลใหม่
แหล่งข่าวจากวงการคอมพิวเตอร์รายหนึ่ง กล่าวว่าโครงการประมูลคอมพิวเตอร์ภาครัฐ ช่วงนี้มีมากก็จริง แต่คอมพิวเตอร์โลคัลแบรนด์รายเล็กๆ ค่อนข้างลำบากในการเข้าไปแข่งขัน โดยเฉพาะโปรเจ็กต์คอมพิวเตอร์โรงเรียน สังกัด สพฐ. ที่ทีโออาร์ กำหนดให้ต้องมีการส่งเครื่องแม่ข่ายและเลเซอร์ พรินเตอร์ ไปทดสอบที่โรงเรียนจำนวน 1,200 แห่ง ทั้งที่โรงเรียนเล็กๆ ที่มีจำนวนนักเรียน 100 คน ไม่มีผู้เชี่ยวชาญในการตรวจ หรือทดสอบ ขณะที่ผู้ผลิตคอมพิวเตอร์โลคัลแบรนด์รายเล็กไม่มีเงินทุนมากพอสำหรับการส่งเครื่องไปทำการติดตั้งและทดสอบได้ทุกโรงเรียน ซึ่งการที่ระบุเช่นนี้เท่ากับเป็นการกีดกั้นรายเล็กที่มีเงินทุนจำกัดออกจากการแข่งขัน
ด้านนายนิธิพัฒน์ ลิ่มวานิชรัตน์ ผู้จัดการทั่วไป บริษัทเอเทค คอมพิวเตอร์ จำกัด กล่าวว่าโครงการประมูลช่วงนี้คึกคัก เนื่องจากเป็นช่วงปีเริ่มต้นงบประมาณ 2551 ทำให้หน่วยงานภาครัฐเร่งดำเนินการจัดซื้อ โดยโครงการใหญ่สุด คือโครงการประมูลจัดซื้อคอมพิวเตอร์โรงเรียน สังกัด สพฐ. จำนวน 1,200 แห่งทั่วประเทศ ทำให้มีผู้ผลิตคอมพิวเตอร์ทั้งในและต่างประเทศ สนใจเข้าร่วมประมูลมากมาย เช่นเดียวกับบริษัทที่ร่วมกับดีลเลอร์เข้าไปร่วมแข่งขันโครงการดังกล่าว
โครงการดังกล่าวเป็นโครงการขนาดใหญ่ แต่เปิดให้โรงเรียน หรือเขตการศึกษาไปประมูลจัดซื้อกันเอาเอง ซึ่งแบรนด์ที่ได้ปีที่แล้วก็กระจายกันไป การประมูลปีที่แล้วเราก็ได้แชร์มาส่วนหนึ่ง ส่วนทีโออาร์ที่ระบุมาให้มีการส่งเครื่องไปทดสอบทุกโรงเรียนนั้นพอรับได้ ไม่ถือว่าเป็นการกีดกั้นมากเกินไป แต่จะสร้างความลำบากให้กับรายเล็กๆ เพราะต้อง
มีคอสต์หรือต้นทุนในการส่งเครื่องไปทดสอบ
นายนิธิพัฒน์ กล่าวต่ออีกว่าปัญหาการล็อกสเปก โครงการประมูลจัดซื้อคอมพิวเตอร์ภาครัฐยังมีอย่างต่อเนื่อง บางโครงการก็สามารถเจรจากันรู้เรื่อง แต่บางโครงการมีการล็อกสเปกกันอย่างน่าเกียจ โดยใช้ทุกวิธีไม่ใช่เฉพาะล็อกสเปกตัวประมวลผลหรือซีพียู ขณะเดียวกันกลยุทธ์ที่ผู้ผลิตแบรนด์เนมนำมาใช้กันมากในระยะหลังๆ คือ การดัมพ์ราคาเพื่อให้ได้โครงการ อย่างไรก็ตามหากประมูลถึงที่สุดแล้วบริษัทไม่สามารถสู้ราคาได้ก็ยอมรับว่าไม่สามารถสู้ราคาได้ แต่หากมีการกีดกั้นสเปกกันก็จะต่อสู้ถึงที่สุด
ด้านนายภานุวัฒน์ ขันธโมลีกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัทสุพรีม ดิสทิบิวชั่น (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า เท่าที่ดูจากผู้เข้าร่วมประมูลในโครงนี้แล้ว มีผู้ผลิตคอมพิวเตอร์แบรนด์เนมอย่างน้อย 3 ราย และคอมพิวเตอร์โลคัลแบรนด์เข้าร่วมโครงการดังกล่าว 4 รายร่วมบริษัท และเนื่องจากโครงการดังกล่าวเป็นการกระจายให้โรงเรียนแต่ละแห่งเป็นผู้ประมูลจัดซื้อ ซึ่งส่วนใหญ่ผู้ผลิตแทบทุกรายจะได้โครงการดังกล่าวเฉลี่ยกันไป
ส่วนที่มีการมองว่ามีการล็อกสเปกในโครงการดังกล่าว โดยระบุให้มีการส่งเครื่องทดสอบนั้นจริงๆ ในทีโออาร์ไม่ได้กำหนด แต่เนื่องจากโครงการดังกล่าวเป็นโครงการต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2545 โรงเรียนมีประสบการณ์ถูกผู้ค้าหลอกมาเยอะ อาทิ ส่งสินค้าไม่ตรงกับที่กำหนด สินค้าไม่ได้คุณภาพ ดังนั้นจึงต้องการให้ผู้ค้ามีการทดสอบการทำงานของสินค้าจริงก่อนส่งมอบ เพื่อให้เกิดความแน่ใจ ดังนั้นมองว่าไม่ได้เป็นการล็อกสเปกแต่อย่างใด
ข้อมูลจาก ฐานเศรษฐกิจ
