ผู้ผลิตเครื่องพิมพ์ 2 ค่ายยักษ์ แคนนอน-เอชพี ชิงเหลี่ยมขึ้นแท่นผู้นำตลาดเครื่องพิมพ์ ล่าสุดระเบิดศึกแย่งตลาดเครื่องถูก เปิดตัวพรินเตอร์ซิงเกิ้ลฟังค์ชั่น เจาะกลุ่มรากหญ้า พิมพ์งานปริมาณไม่สูง ชี้ปัจจัยราคามีผลต่อการตัดสินใจซื้อยุคเศรษฐกิจฝืดนายวรินทร์ ตันติพงศ์พานิช ผู้อำนวยการอาวุโส และผู้จัดการทั่วไป ส่วนคอนซูเมอร์ อิมเมจจิ้ง แอนด์ อินฟอร์เมชั่น บริษัทแคนนอน มาร์เก็ตติ้ง (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่าบริษัทยังคงมุ่งการทำตลาดเครื่องพิมพ์หรือพรินเตอร์ต่อเนื่อง แม้ว่าสภาพเศรษฐกิจปีนี้จะชะลอตัว แต่ยังมองว่าสินค้าไอทียังเป็นสิ่งจำเป็นของผู้บริโภค ทั้งนี้คาดว่าตลาดเครื่องพิมพ์โดยรวม ซึ่งรวมทั้งเครื่องพิมพ์ที่มีคุณสมบัติการใช้งานพิมพ์อย่างเดียว หรือ ซิงเกิ้ล ฟังค์ชั่น และเครื่องพิมพ์เอนกประสงค์ หรือมัลติฟังค์ชั่น จะมียอดการเติบโตรวมประมาณ 5-10%
ซึ่งเป้าหมายการทำตลาดของบริษัทปีนี้ คือมุ่งรักษาส่วนแบ่งตลาดอันดับ 1 เอาไว้ โดยปีที่ผ่านมาบริษัทมียอดขายรวม 278,036 เครื่อง หรือคิดเป็นส่วนแบ่งตลาด 43% ของตลาดรวมทั้งหมด ซึ่งปีนี้บริษัทใช้งบเกือบ 200 ล้านบาท จากยอดขายเครื่องพิมพ์ทั้งหมด 700 ล้านบาท เพื่อทำการโฆษณาและการตลาด นอกจากนี้ยังมุ่งพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ออกมาตอบสนองความต้องการของตลาด โดยปีนี้มองว่าความต้องการเครื่องพิมพ์ที่มีคุณสมบัติใช้งานพิมพ์อย่างเดียว ยังเติบโตสูงกว่าเครื่องพิมพ์มัลติฟังค์ชั่น แม้ว่าต้นปีที่ผ่านมาเครื่องพิมพ์มัลติฟังค์ชั่น จะมีราคาลดลงเหลือประมาณ 3,000 บาท จากเดิม 5,000 บาท
โดยล่าสุดบริษัทได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์เครื่องพิมพ์ พิกซ์ม่า ไอพี 1880 และ พิกซ์ม่า ไอพี2580 ซึ่งเป็นเครื่องพิมพ์ แบบฟังค์ชั่นการทำงานเดียวสู่ตลาด โดยจุดเด่นของเครื่องพิมพ์ทั้ง 2 รุ่น คือ ดีไซน์โค้งมน ตัวเครื่องสีดำเคลือบเงา และราคาประหยัด พิกซ์ม่า ไอพี 1880 มีความเร็วการพิมพ์ภาพขนาด 4x6 แบบไร้ขอบในเวลา 70 วินาที พิมพ์ขาวดำด้วยความเร็ว 20 แผ่นต่อนาที ภาพสี 16 แผ่นต่อนาที ราคาจำหน่าย 1,880 บาท ส่วนพิกซ์ม่า ไอพี2580 มีความเร็วพิมพ์ภาพขนาด 4x6 แบบไร้ขอบในเวลา 55 วินาที พิมพ์ขาวดำด้วยความเร็ว 22 แผ่นต่อนาที ภาพสี 17 แผ่นต่อนาที ราคาจำหน่ายประมาณ 2,580 บาท
ต้นปีที่ผ่านมาตลาดค่อนข้างอืด ผู้ผลิตหลายค่ายตื่นตระหนกกลัวทำตัวเลขยอดขายไม่ดี เลย ถึงกับยอมดัมพ์ราคาเครื่องมัลติฟังค์ชั่นลงมาเหลือไม่ถึง 3,000 บาท ทำให้เกิดสงครามราคาขึ้น ซึ่งหลายคนคิดว่าจะมากระทบกับเครื่องซิงเกิ้ล ฟังค์ชั่น แต่ด้วยช่องว่างที่ต่างกัน 1,000 กว่าบาท ก็มีผลต่อการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภค โดยเฉพาะตลาดต่างจังหวัด
ขณะที่ นายฐิตพล บุญประสิทธิ์ ผู้จัดการฝ่ายพัฒนาการตลาด ผลิตภัณฑ์เครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ทและสแกนเนอร์ บริษัท ฮิวเลตต์-แพคการ์ด (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่ากลยุทธ์การทำการตลาดของเครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ทที่วางไว้ในปีนี้ คือการสร้างความต้องการและค้นหากลุ่มเป้าหมายใหม่แบบเข้าสู่ตลาดเฉพาะกลุ่มหรือเรียกว่า Market segmentation เพื่อให้สามารถนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่ตอบสนองความต้องการของลูกค้าในแต่ละกลุ่มได้อย่างชัดเจนที่สุด
อย่างไรก็ตามจากการวิเคราะห์ตลาด ณ.ปัจจุบันนั้นเห็นความต้องการของตลาดอีกกลุ่มหนึ่ง คือ กลุ่มธุรกิจรายย่อย ที่มีปริมาณการพิมพ์งานต่อเดือนปานกลางถึงมาก เน้นพิมพ์งานเอกสารสำหรับใช้งานทั่วไป ไม่ได้มุ่งเน้นคุณภาพการพิมพ์สูง แต่ความต้องการที่สำคัญคือ ความประหยัด ในขณะที่คุณภาพงานพิมพ์นั้นเป็นที่ยอมรับได้ ดังนั้นจึงได้นำ เครื่องพิมพ์ ซิงเกิ้ลฟังก์ชั่น รุ่น เอชพี900 เข้ามาตอบสนองความต้องการของลูกค้ากลุ่มดังกล่าว โดยภายหลังการทำตลาดคาดว่าเครื่องพิมพ์รุ่นดังกล่าวจะมีสัดส่วนยอดขายประมาณ 10% ของเครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ทของเอชพี
เอชพี 900 มีราคาเครื่องที่เหมาะสมกับกำลังซื้อ ในขณะที่เพิ่มปริมาณการพิมพ์ต่อหมึกพิมพ์หนึ่งตลับ โดยพิมพ์ดำสีเดียวได้จำนวนสูงสุดถึง 450 แผ่นต่อตลับ ด้วยราคาหมึกเพียง 268 บาท และพิมพ์สีได้จำนวนสูงสุดถึง 400 แผ่นต่อตลับ ด้วยราคาหมึกเพียง 348 บาท ทำให้สามารถประหยัดได้สุงสูดถึง 5 เท่าเมื่อเทียบกับเครื่องพิมพ์อื่นๆ
ข้อมูลจาก ฐานเศรษฐกิจ
