ณ เวลานี้ ทุกสายตาจ้องมองไปที่กรณีนายแอนดูรว์ ค็อคแรน ผู้เชี่ยวชาญด้านการก่อการร้ายชาวอเมริกัน ได้ออกมาเปิดเผยว่าบริษัท ชิน แซทเทลไลท์ จำกัด (มหาชน) เจ้าของดาวเทียมไทยคม4 (ไอพีสตาร์) ซึ่งเป็นดาวเทียมพาณิชย์ได้ให้สถานีโทรทัศน์อัล มานาร์ (AL-Manar TV) ของเลบานอน ซึ่งถูกขึ้นทะเบียนว่าเป็นสถานีโทรทัศน์ที่อยู่ในเครือข่ายก่อการร้ายระดับโลกของทางการสหรัฐอเมริกา เช่าสัญญาณเพื่อเผยแพร่ข่าวสารของกลุ่มก่อการร้ายนั้นมีความเคลื่อนไหวในเรื่องนี้อย่างต่อเนื่องจากนานาชาติ เพราะเชื่อว่าสถานีโทรทัศน์ดังกล่าวเป็นแหล่งแสวงหาเงินทุน และ ช่องทางเผยแพร่ข่าวสารของขบวนการก่อการร้ายเฮซบอลเลาห์ ในเลบานอน เนื่องจากไทยคม4 ถ่ายทอดสัญญาณสถานีโทรทัศน์ดังกล่าวครอบคลุมพื้นที่ทั้งในเอเชีย ออสเตรเลีย แอฟรอิกา ตะวันออกกลาง และพื้นที่ส่วนใหญ่ของภาคพื้นยุโรป
ทันทีที่รับทราบข่าว ผู้นำประเทศไทยอย่าง พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย รวมถึงนายโฆสิต ปั้นเปี่ยมรัษฎ์ รองนายกรัฐมนตรีและ รัฐมนตรีอุตสาหกรรม ในฐานะรักษาการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) ได้สั่งการให้ปลัดกระทรวงไอซีที ตั้งคณะกรรมการสอบสวนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแล้ว!
แม้บมจ.ชิน แซทฯ ออกคำแถลงการณ์ให้บริการแก่ช่อง Al-Manar TV ของเลบานอนผ่านดาวเทียมไทยคม4 เป็นเพียงให้ช่องดังกล่าวเข้ามาทดสอบสัญญาณในช่วงระหว่างวันที่ 9-11 มกราคม 2551 และบมจ.ชิน แซทฯได้ดำเนินการยุติและยกเลิกการทดสอบสัญญาณของช่อง Al-Manar TV ออกจากดาวเทียมไทยคมเมื่อช่วงเช้าของวันศุกร์ที่ 11 มกราคม 2551 ไปแล้วนั้น
มีคำถามว่า ทำไม บมจ.ชิน แซทฯ ยักษ์ใหญ่ในวงการอุตสาหกรรมโทรคมนาคม ซึ่งมีระบบการบริหารงานแบบมืออาชีพ ถึงได้พลาดพลั้งให้ Al-Manar TV เล็ดลอดการตรวจสอบสถานะผู้เช่าช่องสัญญาณทีวีได้อย่างไร
เป็นไปได้หรือไม่ว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทางบมจ.ชินแซทฯขาดความระมัดระวังการตรวจสอบลูกค้าแต่ละรายที่มาขอเช่าช่องสัญญาณ จึงตกเป็นเครื่องนี้ของกลุ่มก่อการร้ายโดยไม่ตั้งใจ แม้ว่าบมจ.ชิน แซทฯจะวางเป้าหมายขยายฐานลูกค้าใหม่ๆเพิ่มขึ้น หลังจากนักวิเคราะห์ตลาดหลักทรัพย์ประเมินว่าผลประกอบการในปี 2551 บมจ.ชิน แซทฯ ขาดทุน 238 ล้านบาทเนื่องจากธุรกิจดาวเทียมยังขยายตลาดได้ไม่ดีเท่าที่ควรตัวธุรกิจไทยคม 4 (ไอพีสตาร์) ต้องใช้เวลาในการแนะนำตลาดให้เป็นที่นิยมและแพร่หลายในต่างประเทศ
อย่างที่ที่ ดร.ดำรงค์ เกษมเศรษฐ์ ประธานกรรมการบริหาร บมจ. ชิน แซทฯ กล่าวว่าปี2551นี้เป็นปีแห่งความท้าทายสำหรับบริษัทโดยตั้งเป้าหมายติดตั้งสถานีเครือข่ายภาคพื้นดินไอพีสตาร์ให้ครบ 14 ประเทศในภูมิภาค เอเชีย-แปซิฟิก และ มีแผนดำเนินงานร่วมกับพันธมิตรทั้งในแต่ละประเทศอย่างใกล้ชิดเพื่อรุกตลาดและขยายการให้บริการไอพีสตาร์ในประเทศต่างๆให้มากยิ่งขึ้น
จึงเกิดความพลั่งเผลอโดยไม่ตั้งใจในการสกรีนกลุ่มลูกค้า เข้ามาเช่าช่องสัญญาณเพื่อเพิ่มรายได้พลิกภาพขาดทุนมาเป็นกำไร แต่ที่แน่ๆเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับไทยคม4วันนี้ถูกเชื่อมโยงกับพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีและอดีตผู้ก่อตั้งกลุ้มชินคอร์ป ไปเรียบร้อยแล้ว และถือเป็นอีกบทเรียนราคาแพงที่ต้องจดจำ
ใครจะเชื่อว่าบริษัทยักษ์ใหญ่ระดับประเทศอย่าง ชิน คอร์ปฯ จะหลงกล อัล มานาร์ เช่าช่องสัญญาณ!!!
ข้อมูลจาก ฐานเศรษฐกิจ
