สถาบันวิจัยดาราศาสตร์ ตั้งความหวังไว้กับกล้องดูดาวตัวใหม่บนยอดดอยอินทนนท์ จะช่วยให้นักดาราศาสตร์ไทยค้นพบดาวเคราะห์หน้าตาคล้ายโลก ตามรอยนักดาราศาสตร์ยุโรป ที่เพิ่งสร้างความฮือฮาให้ทั่วโลกไปเมื่อเร็วๆ นี้หลังจากนักดาราศาสตร์จากหอดูดาวยุโรปตอนใต้ ในเมืองลาซิญญา ประเทศชิลี สังเกตเห็นดาวเคราะห์สีแดง ซึ่งมีลักษณะคล้ายโลก และเรียกชื่อว่า กลีส 581 ซี (Gliese 581 C) เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา รศ.บุญรักษา สุนทรธรรม ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (สดร.) กล่าวว่า นับเป็นครั้งแรกที่นักดาราศาสตร์สังเกตเห็นดาวเคราะห์แดงผ่านกล้องดูดาว เนื่องจากดาวเคราะห์แดงมีขนาดเล็กกว่าดาวพฤหัสบดี จึงยากต่อการสังเกต
กล้องดูดาวเส้นผ่าศูนย์กลาง 3.6 เมตร ที่เป็นหัวใจของความสำเร็จ มีประสิทธิภาพสูงโดยสามารถจับภาพดาวเคราะห์นอกระบบสุริยจักรวาล รวมทั้งจับภาพการเคลื่อนที่ของดาวเคราะห์ขนาดใหญ่กว่าโลก 5 เท่าได้อย่างชัดเจน ประกอบกับเทคนิคการวิเคราะห์สเปคตรัมหรือคลื่นการหักเหของแสง ทำให้นักดาราศาสตร์ทราบข้อมูลเบื้องต้นของ กลีส 581 ซี เช่น น้ำหนัก ความหนาแน่น วงโคจรและอุณหภูมิ เป็นต้น แม้จะยังไม่ปรากฏภาพถ่ายยืนยันก็ตาม
ทั้งนี้ สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ กำลังดำเนินการติดตั้งกล้องดูดาวขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 2.4 เมตร บนยอดดอยอินทนนท์ จ.เชียงใหม่ คาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2552 กล้องดังกล่าวจะสร้างโอกาสให้นักดาราศาสตร์ไทยค้นพบดาวเคราะห์ลักษณะคล้ายโลกได้เช่นกัน
ดร.ศรัณย์ โปษยะจินดา รองผู้อำนวยการ สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ กล่าวว่า มีความร่วมมือกับหอดูดาวที่ประเทศจีนและประเทศเนเธอร์แลนด์ ค้นหาดาวเคราะห์คล้ายโลก ในระยะทางไม่เกิน 100 ปีแสง ซึ่งจะนำไปสู่การค้นพบสิ่งมีชีวิตนอกระบบสุริยะ
นักดาราศาสตร์เชื่อว่าอนาคตอีก 10-13 ปี จะมีการค้นพบดาวเคราะห์ลักษณะคล้ายโลกเพิ่มขึ้น พร้อมทั้งภาพถ่ายเป็นหลักฐานยืนยันการค้นพบ เนื่องจากนาซามีโครงการส่งกล้องดูดาวขึ้นสู่อวกาศ คล้ายยานฮับเบิล เพื่อถ่ายภาพดาวเคราะห์จากนอกโลก ซึ่งจะช่วยให้การศึกษาทางดาราศาสตร์ทำได้กว้างขึ้น ดร.ศรัณย์ กล่าว
อย่างไรก็ตามในรอบ 12 ปีที่ผ่านมา นักดาราศาสตร์ค้นพบดาวเคราะห์ขนาดใหญ่กว่าดาวพฤหัสบดี แล้วกว่า 220 ดวง โดยอาศัยเทคโนโลยีกล้องดูดาวที่ทันสมัย รวมถึงเทคนิคสังเกตการเคลื่อนที่ของดาวเคราะห์ ทั้งผ่านการศึกษาสเปคตรัมและการวัดความสว่างหรือการแปรแสง ซึ่งเกิดจากการบังของวัตถุระหว่างดาวเคราะห์เคลื่อนที่--
สถาบันวิจัยดาราศาสตร์ ตั้งความหวังไว้กับกล้องดูดาวตัวใหม่บนยอดดอยอินทนนท์ จะช่วยให้นักดาราศาสตร์ไทยค้นพบดาวเคราะห์หน้าตาคล้ายโลก ตามรอยนักดาราศาสตร์ยุโรป ที่เพิ่งสร้างความฮือฮาให้ทั่วโลกไปเมื่อเร็วๆ นี้
หลังจากนักดาราศาสตร์จากหอดูดาวยุโรปตอนใต้ ในเมืองลาซิญญา ประเทศชิลี สังเกตเห็นดาวเคราะห์สีแดง ซึ่งมีลักษณะคล้ายโลก และเรียกชื่อว่า กลีส 581 ซี (Gliese 581 C) เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา รศ.บุญรักษา สุนทรธรรม ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (สดร.) กล่าวว่า นับเป็นครั้งแรกที่นักดาราศาสตร์สังเกตเห็นดาวเคราะห์แดงผ่านกล้องดูดาว เนื่องจากดาวเคราะห์แดงมีขนาดเล็กกว่าดาวพฤหัสบดี จึงยากต่อการสังเกต
กล้องดูดาวเส้นผ่าศูนย์กลาง 3.6 เมตร ที่เป็นหัวใจของความสำเร็จ มีประสิทธิภาพสูงโดยสามารถจับภาพดาวเคราะห์นอกระบบสุริยจักรวาล รวมทั้งจับภาพการเคลื่อนที่ของดาวเคราะห์ขนาดใหญ่กว่าโลก 5 เท่าได้อย่างชัดเจน ประกอบกับเทคนิคการวิเคราะห์สเปคตรัมหรือคลื่นการหักเหของแสง ทำให้นักดาราศาสตร์ทราบข้อมูลเบื้องต้นของ กลีส 581 ซี เช่น น้ำหนัก ความหนาแน่น วงโคจรและอุณหภูมิ เป็นต้น แม้จะยังไม่ปรากฏภาพถ่ายยืนยันก็ตาม
ทั้งนี้ สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ กำลังดำเนินการติดตั้งกล้องดูดาวขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 2.4 เมตร บนยอดดอยอินทนนท์ จ.เชียงใหม่ คาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2552 กล้องดังกล่าวจะสร้างโอกาสให้นักดาราศาสตร์ไทยค้นพบดาวเคราะห์ลักษณะคล้ายโลกได้เช่นกัน
ดร.ศรัณย์ โปษยะจินดา รองผู้อำนวยการ สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ กล่าวว่า มีความร่วมมือกับหอดูดาวที่ประเทศจีนและประเทศเนเธอร์แลนด์ ค้นหาดาวเคราะห์คล้ายโลก ในระยะทางไม่เกิน 100 ปีแสง ซึ่งจะนำไปสู่การค้นพบสิ่งมีชีวิตนอกระบบสุริยะ
นักดาราศาสตร์เชื่อว่าอนาคตอีก 10-13 ปี จะมีการค้นพบดาวเคราะห์ลักษณะคล้ายโลกเพิ่มขึ้น พร้อมทั้งภาพถ่ายเป็นหลักฐานยืนยันการค้นพบ เนื่องจากนาซามีโครงการส่งกล้องดูดาวขึ้นสู่อวกาศ คล้ายยานฮับเบิล เพื่อถ่ายภาพดาวเคราะห์จากนอกโลก ซึ่งจะช่วยให้การศึกษาทางดาราศาสตร์ทำได้กว้างขึ้น ดร.ศรัณย์ กล่าว
อย่างไรก็ตามในรอบ 12 ปีที่ผ่านมา นักดาราศาสตร์ค้นพบดาวเคราะห์ขนาดใหญ่กว่าดาวพฤหัสบดี แล้วกว่า 220 ดวง โดยอาศัยเทคโนโลยีกล้องดูดาวที่ทันสมัย รวมถึงเทคนิคสังเกตการเคลื่อนที่ของดาวเคราะห์ ทั้งผ่านการศึกษาสเปคตรัมและการวัดความสว่างหรือการแปรแสง ซึ่งเกิดจากการบังของวัตถุระหว่างดาวเคราะห์เคลื่อนที่
ข้อมูลจาก คม ชัด ลึก
