ในงานเปิดตัวการจัดแสดงสินค้าอิเล็กทรอนิกส์และเทคโนโลยีที่ใหญ่ที่สุด หรืองานซีอีเอส ที่จัดขึ้นที่เมืองลาสเวกัส ประเทศสหรัฐอเมริกาในปีนี้ สิ่งที่เหมือนกับปีที่แล้วๆ มาคือ การขึ้นเวทีเปิดงานของนายบิลล์ เกตส์ ประธานกรรมการบริษัท ไมโครซอฟท์ คอร์ปอเรชั่น ผู้พัฒนาซอฟต์แวร์รายใหญ่ที่สุดของโลก หากแต่สิ่งที่ต่างออกไปคือ ในครั้งนี้จะถือเป็นครั้งสุดท้ายที่พ่อมดแห่งวงการซอฟต์แวร์จะขึ้นมาแสดงวิสัยทัศน์ที่มีต่อเทคโนโลยีและนำเสนอแผนตลอดจนทิศทางในอนาคตของไมโครซอฟท์หลังจากที่เจ้าตัวกำหนดว่าในเดือนกรกฎาคมปีนี้จะลดบทบาทในธุรกิจที่ตนร่วมตั้งขึ้นมากับนายพอล อัลเลน เพื่อนสมัยเรียนตั้งแต่ปี 2518 เพื่อหันไปทุ่มเทเวลาให้กับมูลนิธิการกุศลบิลล์ แอนด์ เมลินดา เกตส์ ฟาวเดชั่น ที่ตนตั้งขึ้นให้มากขึ้นแทน
สาระที่นายเกตส์แสดงไว้ในการเปิดงานซีอีเอสปีนี้ เสนอมุมมองที่มีต่ออุตสาหกรรมเทคโนโลยีในอีกทศวรรษข้างหน้า ที่ซึ่งเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์จะแทรกซึมเข้าไปอยู่เป็นส่วนหนึ่งในการใช้ชีวิตประจำวันของมนุษย์เราแบบแนบสนิท มีความยืดหยุ่นและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นกว่าเดิมโดยเฉพาะกลมกลืนเข้าไปทั้งในอุตสาหกรรมรถยนต์ เครือข่ายทีวีที่อาศัยการเชื่อมต่อผ่านอินเตอร์เน็ต และในห้องนั่งเล่น
มองจากหลายมุม เชื่อได้ว่าเรากำลังยืนอยู่ในจุดเริ่มต้น แต่ยุคของอุตสาหกรรมดิจิตอลในอีกทศวรรษข้างหน้าจะเป็นยุคที่เทคโนโลยีเข้ามีมีส่วนในชีวิตประจำวันมากขึ้น ทำให้มีการเชื่อมต่อ สร้างผลิตผลและสนองตอบความต้องการของมนุษย์เราได้ดียิ่งขึ้น นายเกตส์ สะท้อนมุมมอง
ในอนาคตอีก 10 ปีข้างหน้า ภาพที่เห็นคือ ผู้คนจะมีปฏิสัมพันธ์กับเทคโนโลยีในลักษณะที่เป็นธรรมชาติมากขึ้นผ่านการสื่อสารอย่าง คำพูด และการสัมผัส ซึ่งการคาดการณ์ดังกล่าวจะว่าไป เป็นสิ่งที่นายเกตส์พูดถึงมาเป็นเวลาหลายปีแล้ว เทคโนโลยีที่สะท้อนแนวคิดดังกล่าวออกมาเป็นรูปธรรม เช่น คอมพิวเตอร์มือถือ (แท็บเล็ต) แต่กลับมีการใช้งานไม่แพร่หลายเท่าที่ควร ตรงกันข้ามกับอุปกรณ์ของผู้ผลิตรายอื่น เช่น โทรศัพท์มือถือไอโฟนของแอปเปิล และเครื่องเล่นเกมวีของนินเทนโด ซึ่งสะท้อนแนวคิดการปฏิสัมพันธ์ระหว่างผู้ใช้และเทคโนโลยีด้วยวิธีที่เป็นธรรมชาติ เช่น การสัมผัสและการจับการเคลื่อนไหว ซึ่งแม้จะไม่ใช่ผลิตภัณฑ์ของไมโครซอฟท์ก็ตาม แต่ก็พิสูจน์ให้เห็นว่าเทคโนโลยีดังกล่าวสามารถดึงดูดและสร้างความเพลิดเพลินให้กับผู้ใช้ได้อย่างแท้จริง
สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นเพียงจุดเริ่มต้นที่แสดงให้เราทุกคนเห็นว่ารูปแบบการปฏิสัมพันธ์ด้วยท่วงท่าและวิธีการที่เป็นธรรมชาติน่าสนใจกว่าการใช้แป้นพิมพ์และเม้าส์เป็นไหนๆ หากแต่สิ่งที่จะสร้างความประหลาดใจให้กับผู้ใช้ได้มากกว่าในอนาคตข้างหน้าคือ ทำอย่างไรที่จะให้การปฏิสัมพันธ์ดังกล่าวได้รับความนิยมใช้งานเป็นวงกว้าง
ในส่วนที่ไมโครซอฟท์พัฒนาตามแนวคิดการปฏิสัมพันธ์ที่เป็นธรรมชาติผ่านเทคโนโลยีการจดจำเสียงและการสัมผัส เช่น ในปีก่อนที่งานซีอีเอสนี้ ไมโครซอฟท์ได้เปิดตัวระบบเครื่องเสียงและโทรศัพท์มือถือภายในรถที่ชื่อ ซิงค์ ที่จับมือร่วมกับฟอร์ด มอเตอร์ โดยระบบดังกล่าวสามารถจดจำเสียงสั่งการให้เล่นเพลงและโทรศัพท์ได้อัตโนมัติ ซึ่งคาดว่าเทคโนโลยีดังกล่าวจะมีในรถยนต์ฟอร์ด เมอร์คิวรี และลินคอล์นในรุ่นที่จะออกมาในปี 2552 ทั้งหมด หรือจะเป็นคอมพิวเตอร์เซอร์เฟซ (Surface) ที่มีรูปทรงแบบโต๊ะกาแฟ สั่งการผ่านระบบสัมผัสหน้าจอ โต้ตอบกับอุปกรณ์ที่วางไว้ด้านบนหน้าจอได้ เช่น แสดงรายละเอียดของขวดไวน์ที่มีไมโครชิปฝังอยู่
ขณะที่เทคโนโลยีในห้องนั่งเล่น ไมโครซอฟท์มีแผนนำรายการทีวีและหนังไฟล์ดิจิตอลความละเอียดสูงดาวน์โหลดผ่านบริการออนไลน์ของเครื่องเล่นวีดีโอเกมเอ็กซ์บ๊อกซ์ ซึ่งในที่นี้ทางบริษัทได้พาร์ทเนอร์เข้ามาร่วมอย่างวอลท์ ดิสนีย์ ที่จะนำรายการของเอบีซี และดิสนีย์ แชนเนลมาลงในบริการออนไลน์เอ็กซ์บ๊อกซ์ ไลฟ์ เช่นเดียวกับค่ายหนังเอ็มจีเอ็ม สตูดิโอที่มีแผนจะนำคลังหนังที่มีอยู่ เช่น เรื่อง Rocky, Terminator และ Legally Blonde มาลงในบริการดาวน์โหลดออนไลน์ของไมโครซอฟท์ซึ่งปัจจุบันมีผู้ใช้บริการแล้วมากกว่า 10 ล้ายรายด้วยเช่นกัน
นอกจากนี้ บริษัทยังร่วมมือกับบริษัทด้านสื่อ ทำข้อตกลงกับเอ็นบีซี ยูนิเวอร์ซัลเตรียมนำเสนอการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก 2008 ฤดูร้อนที่จะจัดขึ้นที่ปักกิ่ง ประเทศจีน โดยใช้เทคโนโลยีซิลเวอร์ไลท์ ซึ่งเป็นการแสดงวีดีโอผ่านเว็บของไมโครซอฟท์ ในทำนองเดียวกับโปรแกรมแฟลชของอโดบี ซิสเต็ม อิงค์ โดยเว็บไซต์ เอ็นบีซีโอลิมปิกดอตคอม ที่อยู่บนเอ็มเอสเอ็นจะมีรายการแข่งขันกีฬาทั้งแบบถ่ายทอดสดและเลือกรับชมตามต้องการ (ออน-ดีมานด์) มากกว่า 3,000 ชั่วโมง ทั้งไมโครซอฟท์ยังจะร่วมกับทีเอ็นที และโชว์ไทม์เสนอเทคโนโลยีให้ผู้ใช้บริการทีวีบนอินเตอร์เน็ตเลือกรับชมการแข่งขันกีฬาตามมุมมองกล้องที่ตนต้องการได้ ไม่ว่าจะเป็นมุมมองที่นั่งติดขอบเวทีรับชมการแข่งขันชกมวย หรือมุมมองภายในรถแข่งของผู้แข่งขันที่ตนชื่นชอบ เพิ่มอรรถรสในการเข้าถึงเนื้อหารายการได้อย่างเต็มที่และเพลิดเพลิน
ข้อมูลจาก ฐานเศรษฐกิจ
