จับกระแสโทรผ่านอินเตอร์เน็ต ผู้ประกอบการ หวั่นธุรกิจบริการวีโอไอพี ล้มระเนระราดเหมือนไอเอสพี หลัง กทช. เปิดเสรีไลเซ่น ผู้เล่นเล็ก-ใหญ่ดาหน้าโดดแจมธุรกิจ แถมยึดเกมสงครามราคาเป็นแนวทางหลักในการทำตลาด โดยไม่มีการควบคุมคุณภาพ ขณะที่คนขายอุปกรณ์ชี้ตลาดโตตามสไคป์นายพรีเมธ โรจนะสมิต ผู้จัดการทั่วไปบริษัทซิป โฟน (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ให้บริการโทรศัพท์ผ่านอินเตอร์เน็ต เปิดเผยกับ ฐานเศรษฐกิจว่าตลาดการให้บริการเสียงผ่านอินเตอร์เน็ต หรือว้อยท์โอเว่อร์ไอพี (Voice over IP) มีการแข่งขันค่อนข้างรุนแรง โดยปัจจุบันมีผู้ที่ได้รับใบอนุญาตให้บริการประเภทหนึ่ง (แบบไม่มีโครงข่าย) จากคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม หรือ กทช.ประมาณ 40-50 ราย อาทิ บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน),บริษัทสวัสดี ช้อป จำกัด ,บริษัทสามารถอินโฟเน็ต จำกัด และบริษัททีทีแอนด์ที ซัพสไครเบอร์ เซอร์วิสเซส จำกัด โดยเฉพาะในปี2550ที่ผ่านมามีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้น 65%
อย่างไรก็ตามขณะนี้มีผู้ให้บริการเพียง 4-5 รายเท่านั้นที่มีการทำธุรกิจดังกล่าวอย่างจริงจัง โดยมีแนวทางการทำตลาดแบบมุ่งเน้นการให้บริการในราคาต่ำ แต่ไม่มุ่งเน้นคุณภาพการให้บริการ ซึ่ง กทช.ในฐานะผู้ให้ใบอนุญาตไม่ได้เข้ามาควบคุมเรื่องคุณภาพ
ตลาดว้อยท์โอเว่อร์ไอพี เติบโตขึ้นหลายเท่าตัว ทำให้มีผู้ประกอบการหลายรายโดดเข้ามานธุรกิจ บางรายได้ไลเซ่น กทช.แล้วไม่ได้ทำธุรกิจ แต่ขอไปเพื่อเสนอเข้าโปรเจ็กต์ ขณะที่รายใหญ่ก็กระโดดลงมาเล่นกันหลายราย ซึ่งมองว่าธุรกิจนี้ค่อนข้างเสี่ยงเพราะรายได้จากบริการไม่สูงเมื่อเทียบกับรายได้โทรศัพท์มือถือ อย่างไรก็ตามขณะนี้มีผู้ให้บริการไม่กี่รายที่ทำตลาดดังกล่าวอย่างจริงจัง
นายพรีเมธ กล่าวย้ำว่า ปัญหาเรื่องคุณภาพการให้บริการจะทำให้ผู้ใช้บริการมีทัศนคติที่ไม่ดีต่อบริการเสียงผ่านอินเตอร์เน็ต และไม่กล้าเปลี่ยนมาใช้เทคโนโลยีดังกล่าว ซึ่งจากการสำรวจพบว่าผู้ใช้โทรศัพท์ 60% ไม่เปลี่ยนมาใช้ว้อยท์โอเว่อร์ไอพี เพราะคุณภาพต่ำกว่าโทรศัพท์พื้นฐาน หรือบริการโทรทางไกลต่างประเทศ 001 นอกจากนี้ยังมองว่าการที่กทช. เปิดเสรีมากเกินไปโดยไม่มีมาตรการควบคุมจำนวนผู้ให้บริการและคุณภาพการให้บริการ สุดท้ายก็จะเหมือนกับธุรกิจให้บริการอินเตอร์เน็ต ที่ปัจจุบันเหลือผู้ให้บริการรายใหญ่เพียงไม่กี่ราย โดยมองว่าธุรกิจดังกล่าวนั้นผู้ให้บริการรายใดมีสายป่านยาวก็สามารถอยู่รอดได้
ตอนนี้โทรต่างประเทศต่ำสุดมีราคานาที 0.75-0.90 สตางค์ ซึ่งแถบไม่เหลืออะไร ขณะที่โทรทางไกลไปสหรัฐ แข่งกันจนลดลงมาเหลือนาทีละ 2 บาท แต่คุณภาพไม่ได้ สุดท้ายผู้ใช้บริการก็หันไปใช้บริการของบริษัท กสท.โทรคมนาคมที่มีอัตราค่าบริการนาทีละ 5 บาท แต่คุณภาพบริการดีกว่า
สำหรับมูลค่าตลาดบริการโทรศัพท์ผ่านอินเตอร์เน็ตในไทยปีนี้คาดว่าจะมีมูลค่าประมาณ 4,000 ล้านบาท หรือ ประมาณ 10% ของธุรกิจโทรศัพท์ทางไกลระหว่างประเทศที่คาดการณ์ว่าปีนี้จะมีมูลค่าประมาณ 40,000 ล้านบาท
ด้านนายณัฐภพ ภูริเดช รองกรรมการผู้จัดการ บริษัทสวัสดีช้อป จำกัด ผู้ให้บริการโทรศัพท์ผ่านอินเตอร์เน็ต ภายใต้ชื่อบริการ ดี คอลล์ กล่าวว่า แม้ว่าขณะนี้จะมีผู้ได้รับอนุญาตจาก กทช. ให้บริการโทรศัพท์ผ่านอินเตอร์เน็ต จำนวน 40-50 ราย แต่เชื่อว่าท้ายสุดจะเหลือผู้ให้บริการเพียง 5-10 ราย โดยผู้ที่แข็งแกร่งสามารถให้บริการที่ดีมีคุณภาพกับลูกค้าจะเป็นผู้ที่อยู่รอดได้
ส่วนการแข่งขันในตลาดขณะนี้ตัดราคากันค่อนข้างรุนแรง แต่การให้บริการคุณภาพยังต่ำ ซึ่งมองว่าสุดท้ายผู้บริโภคจะเป็นผู้ตัดสินใจเลือกผู้ให้บริการที่มีคุณภาพดีราคาประหยัด โดยในส่วนของบริษัทไม่มีนโยบายแข่งขันราคา แต่ที่ผ่านมามียอดเติบโตเท่าตัวทุกเดือน เนื่องจากมีการทำตลาดเฉพาะกลุ่ม ซึ่งกลุ่มลูกค้าหลักคือกลุ่มแรงงานต่างประเทศและมีการขยายไปยังกลุ่มผู้ที่มีสามีต่างประเทศ ส่วนตลาดบริการโทรศัพท์ผ่านอินเตอร์เน็ตนั้นคาดว่าปีนี้ตลาดมีการเติบโตขึ้น 30% โดยตลาดรวมน่าจะมีมูลค่าประมาณ 11,000 ล้านบาท
นายณัฐภพ กล่าวอีกว่าค่าบริการโทรศัพท์ผ่านอินเตอร์เน็ตมีโอกาสลดลงได้อีก อย่างไรก็ตามมองว่าปัญหาและอุปสรรคใหญ่อยู่ที่ค่าบริการโครงข่ายอินเตอร์เน็ตของไทยมีราคาสูงเมื่อเทียบกับต่างประเทศ โดยหากเทียบกับเกาหลีใต้เราสูงกว่าประมาณ 10 เท่า ทั้งนี้มองว่า กทช. ควรเร่งการเปิดให้มีการใช้หมายเลข 4 ตัว และหมายเลขที่เป็นโทรศัพท์สู่โทรศัพท์ (Phone to Phone) กับผู้ให้บริการโทรศัพท์ต่างประเทศ นอกจากนี้ควรอนุมัติใบอนุญาตเชื่อมต่อโครงข่ายระหว่างประเทศ และผลักดันในราคาอินเตอร์เน็ตลดลงมา
ด้านนายคมเพชร ไม้จัตุรัส ผู้จัดการประจำประเทศไทย บริษัทเอสเอ็มซี เน็ตเวิร์ก เอเชีย แปซิฟิค จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายอุปกรณ์ให้บริการเสียงผ่านอินเตอร์เน็ต กล่าวว่า ตลาดวีโอไอพี ขณะนี้แบ่งออกได้เป็น 2 กลุ่ม คือ 1. กลุ่มผู้ใช้บริการผ่าน สไคป์ (www.skype.com) ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้ใช้คอนซูเมอร์ทั่วไป ซึ่งตลาดอุปกรณ์สำหรับกลุ่มผู้ใช้บริการดังกล่าวยังเติบโตเป็นเท่าตัว โดยมีการเติบโตตามจำนวนผู้ใช้บริการ สไคป์ และ 2. กลุ่มผู้ใช้บริการผ่านเครื่องแม่ข่าย ซิพ เซิร์ฟเวอร์ โดยภาพรวมตลาดดังกล่าวยังต้องใช้เวลาในการเติบโต ซึ่งในกลุ่มกลุ่มผู้ใช้ทั่วไป หรือคอนซูเมอร์นั้นอาจมีผู้สมัครเป็นสมาชิกไม่มากนัก เนื่องจากปัญหาด้านโครงสร้างพื้นฐานการสื่อสารที่ยังไม่รองรับ ขณะเดียวกันยังมีข้อจำกัดในการติดต่อสื่อสาร โดยไม่สามารถโทรข้ามเครื่องแม่ข่ายซิพ เซิร์ฟเวอร์เพื่อคุยกันได้
เช่นเดียวกับกลุ่มผู้ใช้องค์กร เป็นกลุ่มที่น่าจะได้รับประโยชน์จากเทคโนโลยีดังกล่าวมากสุด โดยเฉพาะองค์กรที่มีสาขาเป็นจำนวนมาก อาทิ ธนาคาร เนื่องจากเทคโนโลยีดังกล่าวช่วยประหยัดค่าโทรศัพท์ทางไกล และการส่งโทรสาร หรือ แฟกซ์ ให้กับองค์กร ซึ่งก็ต้องใช้เวลาในการให้ความรู้กับตลาด
อนึ่งใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคมที่กทช.เปิดให้ผู้ประกอบการยื่นขอ ประกอบด้วย ในอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคมแบบที่ 1 (แบบไม่มีโครงข่าย) ,ใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคมแบบที่ 2 แบบมีโครงข่ายของตัวเองส่วนหนึ่ง และเช่าใช้โครงข่ายส่วนหนึ่ง และ ใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคมแบบที่ 3 แบบมีโครงข่ายของตัวเองทั้งหมด โดยที่ผ่านมากทช.มีการออกใบอนุญาตทั้ง3แบบดังกล่าวให้กับผู้ประกอบการไปแล้ว 100 กว่าราย
ข้อมูลจาก ฐานเศรษฐกิจ
