ในยุคที่ผู้คนต้องการความสะดวกสบาย จะเห็นว่าอุปกรณ์เครื่องใช้ต่างๆที่เกี่ยวข้อง ได้ถูกพัฒนาให้มีความเฉลียวฉลาดมากขึ้น ซึ่งความล้ำยุคของเทคโนโลยีที่ถูกพัฒนาขึ้นเหล่านี้แสดงให้เห็นว่าความต้องการ ชิปสมองกล หรือ ชิป Embedded ที่ทำหน้าที่ควบคุมการทำงานของอุปกรณ์ต่างๆ ตามที่ผู้ใช้สั่งการแบบอัตโนมัติมากขึ้นว่ากันว่าอุปกรณ์ยุคหน้าจะมีชิป Embedded ทำหน้าที่ควบคุมการทำงานนับสิบนับร้อยตัว แต่เบื้องหลังที่ทำให้ชิป Embedded ทำหน้าที่ควบคุมอุปกรณ์ต่างๆนั้น คือ ซอฟต์แวร์ระบบสมองกลฝังตัว (Embedded Software) ซึ่งประเทศไทยมุ่งหวังให้ซอฟต์แวร์ตัวนี้ เป็น1ใน4 ของยุทธศาสตร์ที่เร่งส่งเสริมเพื่อพัฒนาอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ไทยขึ้นอยู่ในระดับแถวหน้าระดับโลก
++ซิป้าดึงญี่ปุ่นสร้างอุต Embedded
แน่นอนการก้าวสู่อนาคตใหม่มีความเป็นไปได้กี่มากน้อยฐานเศรษฐกิจได้รับคำชี้แจงถึงความคืบหน้าล่าสุดจากดร.อาวุธ พลอยส่องแสง ผู้อำนวยการ สำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แห่งชาติ หรือ ซิป้า ซึ่งเป็นอีกแกนหลักว่า ทางซิป้าได้ร่วมกับมหาวิทยาลัยชั้นนำในเมืองไทย 12 แห่ง เพื่อผลิตบุคลากรทางด้านซอฟต์แวร์ระบบสมองกลฝังตัว (Embedded) อย่างเป็นระบบ โดยซิป้าจะเป็นผู้ลงทุนและดำเนินการจัดตั้งสถาบันเทคโนโลยีซอฟต์แวร์สมองกลฝังตัว (Embedded Technology Skill Standards (ETSS)) ซึ่งสถาบันดังกล่าวจะแล้วเสร็จและเริ่มดำเนินการตั้งแต่เดือนเมษายน2550นี้เป็นต้นไป ขณะที่มหาวิทยาลัยจะเป็นผู้ผลิตบุคลากร
นอกจากนี้ยังได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรมสารสนเทศแห่งชาติ หรือ ไอป้า (IPA) ประเทศญี่ปุ่น ใน
การอบรมอาจารย์ผู้สอน และจัดส่งผู้เชี่ยวชาญ มาช่วยสร้าง มาช่วยพัฒนาหลักสูตร และ มาตรวัดการพัฒนาบุคลากรคุณภาพสูงภายในแนวคิด ETSS ซึ่งการวัดระดับความสามารถนั้นจะแบ่งการวัดออกเป็น 2 ส่วน คือ ส่วนองค์ความรู้ และส่วนทักษะความเชี่ยวชาญในการใช้ความรู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ปัญหาที่ผ่านมาภาคอุตสาหกรรมไม่สามารถรับนักศึกษาที่จบใหม่ๆ มาทำงานได้ เพราะขาดองค์ความรู้ ความชำนาญในการพัฒนาเทคโนโลยีซอฟต์แวร์ระบบสมองกลฝังตัว แนวทางที่เรากำลังคือการแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ โดยการร่วมมือระหว่างภาครัฐ มหาวิทยาลัย และภาคอุตสาหกรรม ที่จะเข้ามาดูการสอนภายใต้หลักสูตรดังกล่าว อีกทั้งยังได้รับความช่วยเหลือทางด้านหลักสูตรจากผู้เชี่ยวชาญญี่ปุ่น
++ปีแรกคั้นหัวกะทิ100 คน
ดร.อาวุธ กล่าวว่า ขณะนี้ประเทศไทยเริ่มต้นจากศูนย์ในอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ดังกล่าว โดยมีบุคลากรไม่ถึง 100 คน ซึ่งในช่วงเริ่มต้นการส่งเสริมนั้นปีแรกยังไม่เห็นภาพชัดเจน แต่เราต้องการเริ่มต้นอยากถูกวิธี โดยมีผู้เชี่ยวชาญจากญี่ปุ่น ที่มีประสบการณ์ด้านนี้มากกว่าเรามาให้ความช่วยเหลือในการเซตอัพหลักสูตรและวัดคุณภาพภายใต้แนวคิด ETSS ซึ่งคาดว่าในช่วงการเริ่มต้นน่าจะมีบุคลากรด้านพัฒนา Embedded system ที่มีคุณภาพระดับ 2 ประมาณ 100 คน
++ญี่ปุ่นชี้อนาคตสมองกลยึดโลก
ด้านดร. ชิเกะยูกิ โอฮารา แห่งคณะเทคโนโลยีระบบสมองกลฝังตัว (Embedded) มหาวิทยาลัยโตไก ประเทศ ญี่ปุ่น ตัวแทนจากสำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรมสารสนเทศแห่งชาติ ประเทศญี่ปุ่น หรือ ไอป้า (IPA) กล่าวถึงความสำคัญของเทคโนโลยี Embedded system ว่าปัจจุบันมีการนำไปใช้กันในหลากหลายผลิตภัณฑ์โดยเฉพาะในวงการยานยนต์ และอุปกรณ์เครื่องใช้ ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ ยกตัวอย่างในรถยนต์ 1 คัน อาจต้องใช้ Embedded system มากราว 70 ระบบ
ขณะเดียวกันจากแนวโน้มอุตสาหกรรมโลกที่มุ่งไปสู่การพัฒนาอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ให้มีขนาดเล็กลง และมีคุณสมบัติการทำงานมากขึ้น สอดคล้องกับการนำเทคโนโลยี Embedded System มาใช้ เพราะไม่เพียงช่วยลดการใช้ชิ้นส่วนเครื่องกลหรือชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ลงได้ แต่สามารถเพิ่มคุณสมบัติการทำงานได้หลากหลายหน้าที่ลงในซอฟต์แวร์ได้เลย อีกทั้งยังดีต่อสิ่งแวดล้อม เพราะมีการใช้ชิ้นส่วนฮาร์ดแวร์ต่างๆ ลดลงไป และช่วยประหยัดพลังงานแต่ผลที่ได้คือฟังก์ชันการทำงานที่เพิ่มขึ้น ดังนั้นจึงมองว่าอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ต่อไปจะมีความสำคัญต่อการขับเคลื่อนภาคธุรกิจเช่นกัน
++มูลค่าตลาดญี่ปุ่น20ล้านล้านบ.
โดยในตลาดประเทศญี่ปุ่นนั้นอุตสาหกรรมชิปสมองกลมีขนาดใหญ่มาก ซึ่งในปี 2548 ที่ผ่านมาประเมินว่ามีมูลค่าประมาณ 590,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี หรือ 20,650,000 ล้านบาท (คิดที่อัตรา 35 บาท ต่อ 1 ดอลลาร์สหรัฐ) หรือประมาณ 11.9% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) แสดงให้เห็นแนวโน้มการเติบโตที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก แต่การผลิตบุคลากรยังไม่ทันกับความต้องการที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
ดร. โอฮารา อธิบายขยายความว่าใช้ชิปที่ฝังในอุปกรณ์กล้องดิจิตอลนั้นต้องเขียนคำสั่ง หรือ โค้ดซอฟต์แวร์ ขึ้นมาทั้งหมด 5 ล้านบรรทัด ต้องใช้โปรแกรมเมอร์ทั้งหมด 10,000 คน คิดเป็นต้นทุนการพัฒนาประมาณ 300 ล้านบาท ขณะที่ชิปที่ใช้ในโทรศัพท์มือถือนั้น ต้องเขียนโค้ดซอฟต์แวร์ประมาณ 5 ล้านบรรทัด ส่วนชิปที่ติดตั้งในรถยนต์นั้นต้องเขียนโค้ดซอฟต์แวร์ประมาณ 5-10 ล้านบรรทัด ซึ่งคาดการณ์ว่าอีก 5 ปีข้างหน้า ในมือถือต้องมีการเขียนโค้ดซอฟต์แวร์เพิ่มขึ้น 5 เท่าตัว และในรถยนต์ต้องมีการเขียนโค้ดซอฟต์แวร์เพิ่มขึ้น 10 เท่าตัว
++มันสมองชั้นสูงขาดแคลนหนัก
สำหรับด้านบุคลากรที่มีคุณภาพ คือที่มีความรู้ในเรื่องดังกล่าวโดยเฉพาะในขั้นสูงขึ้นไปกลับมีน้อยมากถึงขั้นว่าขาดแคลน จากในปี 2548 วิศวกรในด้านดังกล่าวของญี่ปุ่นมีอยู่ 175,000 คน แต่ยังมีความต้องการอีก 71,000 คน คิดเป็นสัดส่วนที่ต้องการราว 41% เทียบกับในอีกปีถัดมาเพียงปีเดียว มีวิศวกรในตลาด 193,000 คน ขณะที่มีความต้องการเพิ่มขึ้น 94,000 คน คิดเป็นสัดส่วนราว 49%
การพัฒนาเทคโนโลยีด้านดังกล่าวนั้นแม้โดยโครงสร้างพื้นฐานของเทคโนโลยีจะเหมือนกัน แต่เนื่องจากการใช้งานอุปกรณ์ต่างๆ มีความสัมพันธ์กับวัฒนธรรมในแต่ละตลาดด้วย ดังนั้นการเก็บรายละเอียดความต้องการของตลาดได้ลึกเท่าไรจะยิ่งสามารถช่วยขยายขอบเขตการทำตลาดได้มากขึ้นเท่านั้น ซึ่งถือเป็นกลยุทธ์ขั้นสูงที่คำนึงถึงคุณภาพในการพัฒนาเทคโนโลยี
ดร. โอฮารา ยังกล่าวต่ออีกว่าสำหรับความต้องการวิศวกรด้าน Embedded system นั้นมีด้วยกัน 4 ระดับ 1. เป็นกลุ่มจบใหม่ที่พอจะทำงานได้ 2. กลุ่มที่สามารถทำได้เอง 3. กลุ่มที่แนะนำผู้อื่นได้ และ4. กลุ่มที่สามารถคิดและพัฒนาได้เอง แต่จากข้อมูลความต้องการของบริษัทญี่ปุ่นในปีนี้ส่วนใหญ่ไม่ต้องการกลุ่มแรก เนื่องจากขาดทักษะความชำนาญ ทั้งทำงานเกิดความผิดพลาดบ่อยส่งผลทำให้บริษัทต้องเสียต้นทุนเพิ่มมากขึ้นไปอีก ดังนั้นแนวโน้มความต้องการของตลาดจึงมุ่งหาวิศวกรตั้งแต่ระดับ 2 ขึ้นไปมากกว่า ซึ่งระดับที่สูงขึ้นไปยังสัมพันธ์กับระดับรายได้ที่จะได้รับ ยิ่งมีความรู้ ความชำนาญมาก ก็ยิ่งได้รับรายได้สูงตาม เช่น ในญี่ปุ่นนั้น วิศวกรที่จบใหม่อาจมีรายได้ขั้นต่ำอยู่ที่ประมาณเดือนละ 2,300 ดอลลาร์สหรัฐ หรือ ประมาณ 80,500 บาท (คิดที่อัตรา 35 บาทต่อ 1 ดอลลาร์สหรัฐ) แต่หากมีความชำนาญอยู่ในระดับ 2 รายได้จะเพิ่มขึ้นเป็นเดือนละ 2,400 ดอลลาร์สหรัฐ หรือ ประมาณ 84,000 บาท
++เผยเหตุหนุนไทยสู่อุตสาหกรรม
สำหรับความร่วมมือระหว่างญี่ปุ่นและไทยในครั้งนี้ ดร. โอฮารา มองเห็นประโยชน์ที่เกิดขึ้นได้โดยตรงจากความต้องการในหลายอุตสาหกรรมที่เพิ่มขึ้นไม่ใช่เพียงแค่ผู้รู้ในระดับ 1 เท่านั้น แต่หากสามารถฝึกทักษะ ความรู้ ความชำนาญให้กับบุคลากรจนถึงมีความรู้ระดับ 2 ขึ้นไป ก็จะยิ่งดึงดูดให้บริษัทต่างชาติ โดยเฉพาะญี่ปุ่นหันมาสนใจเข้ามาลงทุนในไทยได้มากยิ่งขึ้นตาม และแม้แต่ในญี่ปุ่นเองก็กำลังเร่งพัฒนาบุคลากรในประเทศโดยจะมีโปรแกรมการอบรมในระดับที่สูงขึ้นไป ซึ่งจะเริ่มในเดือนเมษายนนี้เช่นกัน
ดร. โอฮารา กล่าวต่อไปว่าก่อนหน้านี้ญี่ปุ่นเคยสนับสนุนประเทศหนึ่งในการพัฒนาบุคลากรด้าน Embedded Software ขึ้นมาแต่ไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร ส่วนสาเหตุที่เลือกให้การสนับสนุนกับประเทศไทยนั้นเพราะความสัมพันธ์ที่มีมา
ยาวนานระหว่าง 2 ประเทศ อีกทั้งยังมีวัฒนธรรมใกล้เคียงกัน และยอมรับการเรียนรู้ซึ่งกันและกัน
ข้อมูลจาก ฐานเศรษฐกิจ
