ตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมาพืชและสัตว์ใกล้ตัวเราหลายชนิด ถูกส่งเข้าห้องปฏิบัติการวิจัยวิทยาศาสตร์ และออกมาเป็นผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพที่ราคาแพงกว่า รากเหง้าหลายเท่าตัวตามสรรพคุณที่เพิ่มขึ้น ในอนาคตอันใกล้นี้ผลิตภัณฑ์เหล่านี้อาจตั้งอยู่ในตู้ยา บนโต๊ะเครื่องแป้ง และโต๊ะอาหารที่บ้านของคุณก็ได้
o ยาสมองหมูป้องกันอัลไซเมอร์
นักเรียนแพทย์จากมหาวิทยาลัยขอนแก่นยึดแนวแพทย์แผนจีนสกัดสมองหมูทำเป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหารต้านอัลไซเมอร์และเสริมความจำ ปัจจุบันผลิตภัณฑ์นี้ยังไม่มีวางจำหน่าย เพราะต้องการรอผลการวิจัยรับรองให้ชัดเจนก่อน แต่การศึกษาในเบื้องต้นพบเซลล์สมองหมูมีกรดต่างๆ ที่มีประโยชน์ รวมถึงกรดอะมิโนและเปปไทด์ที่เรียกว่า ซีเอฟ-วัน กรดเหล่านี้ช่วยเสริมสร้างประสิทธิภาพด้านความทรงจำเช่นเดียวกับสมองมนุษย์
นักวิจัยสกัดสารสำคัญจากสมองหมูและป้อนให้กับหนูทดลองซึ่งถูกเหนี่ยวนำให้เกิดโรคอัลไซเมอร์ ผลที่ได้ คือ หนูมีความจำดี มันสามารถวิ่งไปตำแหน่งที่เคยไปมาแล้วด้วยเวลาที่สั้นลง แสดงว่าสารสกัดสมองหมูช่วยลดการบกพร่องของการเรียนรู้ และเมื่อตรวจเช็กสมองพบหนูพบเซลล์ประสาทสมองเพิ่มขึ้น เนื่องจากสารสกัดสมองหมูช่วยลดกรดอนุมูลอิสระที่ทำลายเซลล์ประสาท
o กระดูกจระเข้บำรุงสุขภาพ
รศ.ดร.วรรณวิบูลย์กาญจนกุญชร อาจารย์ประจำคณะอุตสาหกรรมการเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ศึกษาแปรรูปกระดูกจระเข้ให้เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหารในรูปแบบต่างๆ เช่น ซุปสกัด กระดูกป่นอบแห้งบรรจุแคปซูล รวมทั้งขูดเนื้อติดกระดูกออกมาทำเนื้อจระเข้หยอง เพื่อเป็นอาหารทางเลือกใหม่สำหรับผู้บริโภค
งานวิจัยพบกระดูกจระเข้มีส่วนผสมของคอลลาเจนซึ่งมีบทบาทในการสร้างเซลล์ผิวหนังและเนื้อเยื่อเกี่ยวพัน ส่วนกระดูกป่นอบแห้งมีแร่ธาตุสูง โดยเฉพาะแคลเซียมที่ดูดซึมเข้าสู่ร่างกายได้ดี เชื่อว่าจะแก้โรคข้อเสื่อมและข้ออักเสบ แต่ต้องรอผลการทดลองยืนยันจากห้องปฏิบัติการวิจัย ขณะที่เนื้อจระเข้หยองมีส่วนประกอบของโปรตีน 33% น้ำ 15% ไขมัน 8% และเถ้า 6% จึงเป็นอาหารที่มีโปรตีนสูง สามารถรับประทานเป็นกับข้าว
o กะทิธัญพืชลดไขมันอุดตัน
กะทิธัญพืชผลงานจากการวิจัยของบริษัทฟอร์แคร์ จำกัด และสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ ทางเลือกของผู้ที่มีปัญหาสุขภาพ ซึ่งเสี่ยงต่อโรคหัวใจและเบาหวาน ให้สามารถรับประทานอาหารที่มีส่วนผสมของกะทิได้ตามปกติ โดยใช้ธัญพืช ซึ่งประกอบด้วย โปรตีนถั่วเหลือง น้ำมันรำข้าว และน้ำมันเมล็ดดอกทานตะวัน มีรสชาติ ลักษณะภายนอก กลิ่น สี ไม่ต่างจากกะทิมะพร้าว อีกทั้งไขมันอิ่มตัวต่ำกว่ากะทิมะพร้าวถึง 4 เท่า
ส่วนผสมของธัญพืชที่นำมาผลิตเป็นกะทิธัญพืชล้วนมีประโยชน์ต่อสุขภาพ เช่น น้ำมันรำข้าวมีวิตามินและสารโอรีซานอล ช่วยลดไขมันในเลือดและลดความเสี่ยงในการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจอุดตัน รวมถึงสารในกลุ่มไฟโตเตียรอล ลดการดูดซึมคอเลสเตอรอลเข้าสู่ร่างกาย นอกจากนี้ โปรตีนจากถั่วเหลืองมีฮอร์โมนยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็ง ทั้งยังช่วยปรับสมดุลให้ฮอร์โมนในร่างกายของผู้สูงอายุเป็นปกติ
ปัจจุบันผลิตภัณฑ์กะทิธัญพืชได้รับการรับรองจากมูลนิธิหัวใจแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ให้เป็นอาหารที่ปลอดภัยในการบริโภค เพราะไม่เพิ่มความเสี่ยงในการเกิดโรคหัวใจ
o สกัดเม็ดมะม่วงทำยาลดไขมัน
รศ.ดร.พรรณวิภากฤษฎาพงษ์ คณบดีสำนักวิชาวิทยาศาสตร์เครื่องสำอาง มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง (มฟล.) และทีมวิจัย พบสารฟลาโวนอยในเม็ดมะม่วง ซึ่งออกฤทธิ์ลดไขมันคอเลสเตอรอลและต้านอนุมูลอิสระ โดยพบอยู่เป็นปริมาณมากพอที่จะพัฒนาเป็นอาหารเสริมสำหรับผู้ที่ต้องการลดไขมันคอเลสเตอรอล ขณะที่ผลทดสอบในหนูขาวนาน 3 เดือนเห็นประสิทธิภาพชัด ใครที่สนใจผลิตภัณฑ์นี้คงต้องอดใจรอ เพราะขณะนี้ทีมวิจัยตรวจหาความเป็นพิษที่สารสกัดจะมีต่อเซลล์เนื้อเยื่อมนุษย์ในหลอดทดลอง และหาผลข้างเคียงจากสารสกัดเมื่อต้องเข้าไปอยู่ในร่างกาย เพื่อให้ได้ผลออกมาจนได้มาตรฐาน จากนั้นค่อยเข้าสู่ขั้นตอนการผลิตออกมาเป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหารต่อไป
o สเปรย์พริกแก้ง่วง-กระฉับกระเฉงตลอดวัน
รศ.วิมลศรีศุข จากมหาวิทยาลัยมหิดล อยู่ระหว่างพัฒนาผลิตภัณฑ์แก้ง่วงที่มีส่วนผสมสารสกัดจากพริก ในรูปแบบสเปรย์พริก ใช้งานคล้ายกับสเปรย์ดับกลิ่นปาก และรูปแบบผลิตภัณฑ์อาหาร เช่น แผ่นฟิล์มอมระงับกลิ่นปาก ขนมเจลาติน สำหรับกลุ่มคนผู้ใช้แรงงาน คนขับรถบรรทุก คนขับรถโดยสารสาธารณะ กลุ่มคนทำงานในสำนักงาน หรือนักเรียน นักศึกษาที่นิยมเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน เช่น ชา กาแฟ เครื่องดื่มชูกำลัง
งานวิจัยพบในผลพริกมีสารประกอบที่เรียกว่าแคปไซซินอยด์ (Capsaicinoids) ซึ่งเป็นสารสำคัญที่ทำให้พริกมีรสชาติเผ็ด เมื่อใช้ในปริมาณที่เหมาะสมจะช่วยเพิ่มอัตราการเต้นของหัวใจ ความดันโลหิต ซึ่งจะส่งผลทำให้ร่างกายตื่นตัว ปลุกให้หายง่วงนอนได้ โดยไม่เป็นอันตรายต่อร่างกาย จากการทดสอบฤทธิ์กระตุ้นของสเปรย์ ซึ่งผ่านการปรับแต่งรสชาติและกลิ่นแล้ว ในอาสาสมัครโดยวัดอัตราการเต้นของหัวใจและความดันโลหิตของผู้ใช้ในภาวะปกติก่อนและหลังการฉีดพ่น พบว่ามีผลเพิ่มความดันโลหิต ทำให้หัวใจเต้นเร็วขึ้นได้ในทันทีหลังฉีดพ่น และสามารถทำให้ตื่นตัวหายง่วงได้ ภายในเวลาประมาณครึ่งนาที
o ลูกสำรองปรับสมดุลระบบภูมิคุ้มกัน
สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย(วว.) สกัดสารสำคัญจากลูกสำรองและกล้วยน้ำว้า มาเป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหารในรูปแบบเม็ด หลังศึกษาพบสารสำคัญที่ช่วยปรับระบบภูมิคุ้มกันในร่างกาย ทั้งยังต้านการอักเสบที่มีกลไกเกี่ยวเนื่องกับระบบภูมิคุ้มกันร่างกาย และกระตุ้นการทำงานของเซลล์เม็ดเลือดขาว เหมาะสำหรับบุคคลทั่วไปที่อายุ 35 ปีขึ้นไป ไม่ใช่ผู้ป่วยแต่ทำงานหนัก หรือทำงานในสิ่งแวดล้อมเป็นพิษ และมีอาการอ่อนเพลีย ขณะที่ผู้มีโรคประจำตัว หรือภูมิแพ้ ควรปรึกษาแพทย์ก่อนการรับประทาน ปัจจุบันอยู่ระหว่างประกาศหาเอกชนมารับการถ่ายทอดเทคโนโลยี ทำผลงานวิจัยให้เป็นผลิตภัณฑ์สู่ตลาด
ข้อมูลจาก คม ชัด ลึก
