ผลพวงเศรษฐกิจในภูมิภาคบูม ดันความต้องการใช้โทรศัพท์มือถือแบรนด์หรูในกลุ่มผู้บริโภคของประเทศเกิดใหม่โตตาม ประธานเวอร์ทูคาดธุรกิจปีนี้มูลค่ารวมขยายตัวไม่ต่ำกว่า 120% และแนวโน้มดังกล่าวจะเข็ญให้ตลาดเวอร์ทูเกิดได้อย่างเต็มตัวในอีก 2-3 ปีข้างหน้าสืบเนื่องจากขยายตัวอย่างรวดเร็วของเศรษฐกิจในกลุ่มประเทศเกิดใหม่ ไม่เพียงสร้างความมั่งคั่งให้กับผู้บริโภคในประเทศยังสร้างให้เกิดกลุ่มตลาดใหม่ที่มีความต้องการสินค้าระดับบนที่เป็นแบรนด์หรูเพิ่มขึ้นมาใหม่ ดังจากการเปิดเผยของนายอัลแบร์โต ทอร์เรส ประธานบริษัทเวอร์ทู ผู้ผลิตโทรศัพท์มือถือแบรนด์หรูว่า ยอดขายโทรศัพท์มือถือในปีนี้เป็นไปตามที่วางไว้ซึ่งคาดว่าจะมีอัตราการขยายตัวอยู่ที่ 120% ในปีนี้จากในปีก่อนที่มีอัตราการเติบโตอยู่ที่ 140% ทั้งนี้เป็นผลมาจากยอดขายในตลาดรัสเซีย จีน และตะวันออกกลางที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง
จากสิ่งที่เห็น เราคาดว่าการเติบโตของตลาดโทรศัพท์มือถือแบรนด์หรูที่มีมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ จะก่อเป็นรูปเป็นร่างอย่างเด่นชัดภายในอีก 2-3 ปีข้างหน้า นายทอร์เรส กล่าว
เวอร์ทู ซึ่งเป็นบริษัทลูกของโนเกียในอังกฤษ ผลิตโทรศัพท์มือถือระดับหรูที่มีราคาตั้งแต่ 6,500-72,500 ดอลลาร์สหรัฐฯ แม้แต่รุ่นที่มีราคาถูกที่สุดก็เป็นรุ่นที่ผลิตโดยใช้วัสดุประกอบอย่างดี เช่น หนังแท้จากอิตาลี และทองคำ 18 เค ขณะที่รุ่นระดับบนขึ้นไปจะฝังด้วยเพชร และอัญมณีมีค่าต่างๆ ซึ่งถึงแม้โนเกีย จะไม่เปิดเผยมูลค่าตลาดผลิตภัณฑ์แบรนด์หรูที่เจาะกลุ่มลูกค้ากระเป๋าหนัก แต่นายนีล เมาสตัน ผู้อำนวยการร่วมของบริษัทสตราติจี อะนาไลติกส์ ที่ปรึกษาด้านโทรคมนาคมประเมินว่า เวอร์ทูน่าจะมียอดขายอยู่ที่ประมาณ 200,000 เครื่องต่อปี โดยมีราคาเฉลี่ยอยู่ที่ 8,000 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อเครื่อง คิดเป็นมูลค่ารวมอยู่ที่ประมาณ 1,600 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือเกือบ 3% ของรายได้ของโนเกียทั้งหมด 58,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ
ความสำเร็จของเวอร์ทูค่อนข้างขัดแย้งกับยุทธศาสตร์ของโนเกียที่ต้องการทำตลาดโทรศัพท์มือถือระดับล่างเจาะกลุ่มผู้ใช้เป็นวงกว้างในตลาดเกิดใหม่ เช่น อินเดีย และบราซิล ซึ่งสิ่งที่สร้างความประหลาดใจกลายเป็นว่า ประเทศเหล่านี้กลายเป็นหนึ่งในตลาดที่สำคัญของการทำแบรนด์เวอร์ทูแทน เนื่องจากมหาเศรษฐีหน้าใหม่ที่มีเพิ่มขึ้นในประเทศกำลังพัฒนาต้องการมองหาสิ่งของประดับฐานะของตน
โดยนายทอร์เรสเผยว่า ยอดขายในรัสเซียแซงหน้าบางประเทศในแถบยุโรปตะวันตกไปแล้ว ขณะที่ตลาดในตะวันออกกลางอาจสามารถขยายตัวในระดับตัวเลข 3 หลักเมื่อถึงปี 2553 ส่วนความต้องการในตลาดที่พัฒนาแล้วก็ยังเป็นไปด้วยดี อย่างในสหรัฐอเมริกาซึ่งมียอดขายโตขึ้น 200% ในปีที่แล้ว และเวอร์ทูยังมีแผนที่จะขยายสาขาเข้าไปในตลาดที่ญี่ปุ่นซึ่งนิยมชมชอบด้านเทคโนโลยีภายในครึ่งหลังของปี 2551 อีกด้วย
อย่างไรก็ตาม องค์ประกอบบางส่วนที่สร้างความหรูหราในโทรศัพท์มือถือเวอร์ทูเริ่มนำไปประยุกต์ใช้กับโทรศัพท์มือถือรุ่นอื่นของโนเกียในราคาที่ถูกลงมาบ้างแล้ว เช่น โทรศัพท์มือถือ2 รุ่นในซีรีส์ 8800 ที่ทำตลาดในเดือนธันวาคมนี้ราคาเกือบ 1,500 ดอลลาร์สหรัฐฯ ก็มีการผลิตโดยใช้หน้ากากหนังและฝังแซฟไฟร์บริเวณปุ่มกด เป็นต้น
ข้อมูลจาก ฐานเศรษฐกิจ
