ว่าที่ ดร.จากรั้วเกษตรศาสตร์ แปรรูปเปลือกไข่ให้เป็นกระดูกเทียม เผยเปลือกไข่มีสารประกอบเหมือนกับสารอินทรีย์ในกระดูก มั่นใจสามารถทดแทนการนำเข้าวัสดุการแพทย์ราคาแพง หากผลวิจัยที่ใกล้จะแล้วเสร็จยืนยันความปลอดภัยโครงการวิจัยกระดูกเทียมจากเปลือกไข่จระเข้ เป็นผลงานวิจัยของ น.ส.อัปสร บุญยัง นักศึกษาโครงการทุนปริญญาเอกกาญจนาภิเษก (คปก.) จากภาควิชาเคมี คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ร่วมกับฟาร์มจระเข้ศรีราชา จ.ชลบุรี ที่ต้องการใช้ประโยชน์จากทุกส่วนของจระเข้ รวมถึงเปลือกไข่ด้วย ซึ่งมีเป็นจำนวนมาก และที่ผ่านมายังไม่มีการนำไปใช้ประโยชน์ โดยจระเข้ 1 ตัววางไข่ครั้งละ 20-48 ฟอง
น.ส.อัปสร กล่าวว่า เปลือกไข่และกระดูกจระเข้ มีส่วนประกอบของไฮดรอกซีแอปาไทด์มากถึง 70 เปอร์เซ็นต์ จึงเหมาะสำหรับทำเป็นกระดูกเทียม เนื่องจากไฮดรอกซีแอปาไทด์เป็นสารอินทรีย์ ที่เป็นองค์ประกอบหลักของกระดูก ปัจจุบันวงการแพทย์ใช้สารดังกล่าว เป็นสารตั้งต้นในการผลิตกระดูกเทียม โดยราคาสารสังเคราะห์สูงถึง 16,000 บาทต่อ 0.1 กรัม
หมอจะเคลือบสารสังเคราะห์บนเนื้อเยื้อ ก่อนการปลูกกระดูกเทียม โดยใช้ได้ทั้งกระดูกอ่อน อย่างเช่น กระดูกใบหู กระดูกเบ้าตา และกระดูกแข็ง อย่างเช่น กระดูกสะโพก กระดูกเข่าและฟัน ตัวอย่างเช่น การทำรากฟันเทียม ที่ต้องการสร้างกระดูกฟันใหม่ครอบสกรูไททาเนียม จะใช้สารสังเคราะห์ดังกล่าวในปริมาณเล็กน้อย เคลือบบริเวณที่ต้องการสร้างกระดูก จากนั้นรอเวลาให้เซลล์กระดูกก่อตัว นักวิจัย กล่าว
สำหรับโครงการวจัย เป็นการทดสอบประสิทธิภาพของสารที่ได้จากเปลือกไข่จระเข้ ด้านการยึดติดเนื้อเยื้อ รวมถึงศึกษาผลข้างเคียงที่เกิดขึ้น ด้วยการปลูกถ่ายกระดูกในสัตว์ทดลอง ทั้งนี้ หากงานวิจัยประสบผลสำเร็จ โดยสารสังเคราะห์ที่ได้จากเปลือกไข่และกระดูกจระเข้ สามารถใช้งานได้จริงในทางการแพทย์ ก็เป็นความหวังของประเทศไทย ที่จะสามารถผลิตกระดูกเทียมใช้เอง ซึ่งลดต้นทุนการนำเข้าสารเคมีได้อย่างมหาศาล
ข้อมูลจาก คม ชัด ลึก
