เดลล์ กลางแผนรุกตลาดปีหน้า ชูโน้ตบุ๊กเป็นหัวหอก จับมือองค์กรแบงก์-ประกัน จัดโปรแกรมพิเศษ พร้อมขยายตลาดแนวลึกภาคการศึกษา-สุขภาพ ขณะที่ค่ายฟูจิตสึ โชว์แผนเจาะตลาดพรีเมียม พร้อมขยับรุกตลาดล่าง ตั้งเป้าเพิ่มแชร์ 3-4% ของตลาดรวมนายอโณทัย เวทยากร กรรมการผู้จัดการ บริษัทเดลล์ คอร์ปอเรชั่น (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยถึงแผนการรุกตลาดในปีหน้าว่าบริษัทยังมุ่งการทำตลาดผลิตภัณฑ์คอมพิวเตอร์แบบพกพา หรือ โน้ตบุ๊กเป็นตัวหลัก โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการทำงานร่วมกับลูกค้าองค์กร ในการจัดโปรแกรมพิเศษ ภายใต้ชื่อ Affinity Program~ สำหรับพนักงานในองค์กรนั้นๆ หรือ โปรแกรมพิเศษสำหรับลูกค้า อาทิ จัดทำสินค้าราคาพิเศษให้กับลูกค้าธนาคาร หรือ ร่วมกับองค์กรจัดทำโปรแกรมสินค้าราคาพิเศษให้กับพนักงาน
ขณะเดียวกันยังมีแผนร่วมมือกับสถาบันการศึกษาระดับมัธยมศึกษา และประถมศึกษา ในการจัดโปรแกรมพิเศษสำหรับนักเรียน โดยมองว่าขณะนี้มีการขยายการใช้งานโน้ตบุ๊กจากกลุ่มนักศึกษาไปยังเด็กนักเรียนระดับมัธยม และประถมแล้ว
นอกจากนี้ยังอยู่ระหว่างการศึกษาตลาด รวมถึงการวางโครงสร้างพื้นฐานด้านช่องทางจำหน่าย เพื่อรองรับกับการนำโน้ตบุ๊ก ตระกูล อินสไปรอน เข้ามาเปิดตลาดคอนซูเมอร์ หลังจากกลางปีที่ผ่านมานำผลิตภัณฑ์โน้ตบุ๊ก ตระกูลเวสทรอ เข้ามาเปิดตลาดธุรกิจขนาดกลางและเล็ก หรือ เอสเอ็มอี และนำโน้ตบุ๊ก ตระกูล เอ็กซ์พีเอส มาเปิดตลาดคอนซูเมอร์ระดับบน
ด้านนางสาววรสชา สาระสุรีย์ภรณ์ ผู้จัดการฝ่ายขายประจำสาขาประเทศไทย แผนกผลิตภัณฑ์ พีซี บริษัท ฟูจิตสึ ซิสเต็ม บิสสิเนส (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่าขณะนี้บริษัทได้ร่วมเป็นพันธมิตรกับเพาเวอร์บาย ในการนำสินค้ารุ่นไฮเอนด์ ประกอบด้วย รุ่นเอส ซีรีส์ , รุ่น ที ซีรีส์ รุ่นพี ซีรีส์ เข้าไปเจาะกลุ่มลูกค้าระดับพรีเมียม หรือกลุ่มระดับบน เพื่อรองรับกับไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป โดยคาดว่าภายหลังจากเข้าไปทำตลาดสินค้าผ่านเพาเวอร์บายจะช่วยผลักดันยอดขายของบริษัทให้เติบโตขึ้นราว 20%
ส่วนแนวโน้มตลาดโน้ตบุ๊กระดับบนปีหน้านั้นมองว่าแม้ภาวะเศรษฐกิจจะมีการชะลอตัว แต่กระทบกับกลุ่มลูกค้าระดับบน หรือผู้บริหารที่เป็นเป้าหมายการตลาดของบริษัทไม่มากนัก เนื่องจากผู้บริหารมีความจำเป็นต้องใช้โน้ตบุ๊กในการทำงาน ส่วนทิศทางการทำตลาดปีหน้ายังมุ่งวางเอกลักษณ์การเป็นสินค้าระดับไฮเอนด์ ระดับราคามากกว่า 50,000 บาทขึ้นไป โดยจะมุ่งนำเสนอนวัตกรรมใหม่ๆ และให้ความสำคัญกับบริการหลังการขาย ซึ่งขณะนี้เป็นฟูจิตสึเป็นแบรนด์ที่มีการรับประกัน 3 ปีเต็มทั้งค่าแรงและอะไหล่ และมีทีมงานให้บริการกับลูกค้าแบบ 1:1
ทั้งนี้บริษัทต้องการสร้างเอกลักษณ์ของตัวเองขึ้นมา เพื่อฉีกตัวเองออกมาจากคู่แข่งและสร้างกลุ่มลูกค้าเฉพาะที่มีศักยภาพขึ้นมา โดยล่าสุดได้เปิดตัว โน้ตบุ๊ก ขนาดจอ 14.1 นิ้ว ที่มีขนาดบางเบา น้ำหนักเพียง 1.7 กิโลกรัมเป็นรายแรก ซึ่งจะมุ่งนำเสนอผลิตภัณฑ์ดังกล่าวไปยังกลุ่มนักธุรกิจที่ต้องการโน้ตบุ๊กหน้าจอขนาดใหญ่ที่สามารถพกพาได้สะดวก นอกจากนี้ประมาณเดือนมกราคมปี 2551 ยังมีแผนนำโน้ตบุ๊ก ขนาดหน้าจอ 12.1 นิ้ว ราคาประมาณ 20,000 กว่าบาท เข้ามาทำตลาดอีกด้วย โดยที่ผ่านมาตลาดภาคการศึกษามีความต้องการให้บริษัทนำโน้ตบุ๊กราคาต่ำกว่า 30,000 บาทเข้ามาทำตลาด
พร้อมกันนั้นในปีหน้ายังมุ่งเน้นการทำตลาดคอมพิวเตอร์พกพา ที่มีหน้าจอแบบสัมผัส หรือแท็บเลต พีซี มากขึ้นด้วย ทั้งนี้เนื่องจากผลิตภัณฑ์ดังกล่าวเริ่มเป็นที่ต้องการของตลาดมากขึ้น ซึ่งบริษัทจะร่วมกับคู่ค้าในการนำเสนอผลิตภัณฑ์พร้อมกับระบบงานเป็นโซลูชันไปยังกลุ่มการศึกษา และสุขภาพ โดยมองว่าในตลาดแท็บเลตพีซีนั้นบริษัทค่อนข้างมีความได้เปรียบคู่แข่ง เพราะมีผลิตภัณฑ์ครอบคลุมกลุ่มเป้าหมายทุกกลุ่ม ทั้งนี้คาดว่าจะปีหน้าจะสามารถเพิ่มส่วนแบ่งตลาดส่วนแบ่งในตลาดโน้ตบุ๊กโดยรวมจาก 2% เป็น 3-4% ของตลาดรวม
อนึ่งตัวเลขคาดการณ์ตลาดโน้ตบุ๊กปีนี้นั้นคาดว่าจะมียอดซื้อขายประมาณ 450,000 เครื่อง และคาดว่าปีหน้าจะมีตัวเลขการเติบโตราว 15-20%
ข้อมูลจาก ฐานเศรษฐกิจ
