เผลอแป๊บเดียวเวลาผ่านไปหนึ่งสัปดาห์แล้ว คอลัมน์เวทีนวัตกรรมก็ต้องกลับมาพบกับท่านผู้อ่านและน้อง ๆ เยาวชนเหมือนเช่นเคย โดยในวันนี้ถึงคิวเผยแพร่โครงงานที่ได้รับรางวัลที่ 3 ในการประกวดโครงการ “เดลินิวส์-SCG ประกวดเจ้าความคิด” หัวข้อที่ 6 คือ “นวัตกรรมเพื่อความปลอดภัย” ซึ่งทางหนังสือพิมพ์เดลินิวส์ และเครือซิเมนต์ไทยร่วมกันจัดขึ้นผลงานที่กล่าวมาข้างต้นก็คือ โครงงานที่ชื่อว่า “ตู้เอทีเอ็ม และบัตรสแกนลายนิ้วมือ” ผลงานของ “น้องบอส” ด.ช.สรวิชญ์ วิชญังกูร นักเรียนชั้น ม.1 โรงเรียนชลราษฎรอำรุง จ.ชลบุรี
“น้องบอส” บอกถึงแนวคิดและแรงบันดาลใจในการคิดโครงงานชิ้นนี้ว่า ในปัจจุบันความปลอดภัยในเรื่องชีวิตและทรัพย์สินของคนไทยนั้นหาได้น้อยมาก ซึ่งเป็นเพราะวิถีชีวิตของคนที่เปลี่ยนแปลงไปตามสภาพสังคม และความเจริญก้าวหน้าในเทคโนโลยี
อย่างเช่น ในเรื่องของเงินทอง ที่ปัจจุบันการพกพาเงินสดได้ลดน้อยลง แปรเปลี่ยนเป็นการใช้บัตรเครดิต และบัตรเอทีเอ็มแทน ซึ่งแม้จะมีความปลอดภัยที่ไม่ต้องพกเงินสดครั้งละมาก ๆ แต่บัตรเหล่านี้ก็ยังมี การปลอมแปลง และการขโมยบัตร แล้วนำไปกดเงินหรือรูดซื้อสินค้าข้ามประเทศ สร้างปัญหาต่าง ๆ ตามมาอย่างมากมาย
โดยเฉพาะเมื่อเร็ว ๆ นี้ ที่มีข่าวว่านักการเมืองชื่อดังท่านหนึ่ง ถูกแม่บ้านขโมยบัตรเอทีเอ็มไปกดเงินออกจากบัญชีธนาคารเป็นเงินจำนวนหลายแสนบาท และข่าวที่ชาวต่างชาติได้ปลอมแปลงบัตรเครดิต เข้ามาใช้ในไทยแต่ถูกตำรวจไทยจับได้ยกแก๊ง
จากปัญหาในความไม่ปลอดภัยของการใช้บัตรพลาสติกดังกล่าว จึงเกิดความคิดว่า ทำไมเราไม่เพิ่มความปลอดภัยในการใช้บัตรเครดิต บัตรเอทีเอ็ม และตู้เอทีเอ็มให้มีมากขึ้น โดยใช้วิธีเพิ่มการสแกนลายนิ้วมือในส่วนของบัตร และเพิ่มปุ่มสแกนลายนิ้วมือบนตู้เอทีเอ็ม ทั้งนี้เมื่อเวลามีการสอดบัตรเพื่อใช้กดเงิน เครื่องจะทำการเปรียบเทียบว่าเจ้าของบัตรกับผู้กดเงินเป็นคนเดียวกันหรือไม่
โดยขั้นตอนการเพิ่มความปลอดภัยในการใช้นั้น ก็ให้ผู้ประสงค์จะใช้บัตรเครดิตและบัตรเอทีเอ็มจะต้องลงลายนิ้วมือ เพื่อให้ทางธนาคารนำไปสแกนลงบัตร และในส่วนของตู้เอทีเอ็มนั้น ทางธนาคารก็ต้องเพิ่มระบบสแกนลายนิ้วมือในเครื่องเอทีเอ็มที่มีอยู่ หรือปรับเปลี่ยนตู้เอทีเอ็มให้สามารถรองรับระบบสแกนลายนิ้วมือ เพื่อให้สามารถเปรียบเทียบลายนิ้วมือบนบัตรว่า ผู้ที่ได้กดเงินกับผู้ที่ถือบัตรเป็นคน ๆ เดียวกันหรือไม่
ส่วนขั้นตอนการใช้งานสำหรับผู้ที่ถือบัตร ก็ทำการสอดบัตรในช่องสอดบัตรของตู้เอทีเอ็ม จากนั้นเครื่องจะมีคำสั่งให้กดรหัสผ่าน 4 หลัก ซึ่งเมื่อกดรหัสถูกต้อง เครื่องก็จะสั่งกดปุ่มแสดงลายนิ้วมือ ผู้กดจะต้องใช้นิ้วมือวางทาบลงบนปุ่มสแกนลายนิ้วมือเพื่อเปรียบเทียบ
โดยเครื่องจะทำการตรวจสอบลายนิ้วมือบนบัตรว่าตรงกับลายนิ้วมือที่สแกนบนตู้เอทีเอ็มหรือไม่ หากตรงกันก็จะสามารถทำรายการต่อไปได้ แต่หากลายนิ้วมือไม่ตรงกันเครื่องก็จะปฏิเสธไม่ให้ทำรายการต่อ
น้องบอส กล่าวต่อว่า ทั้งนี้หากสามารถนำโครงงานนี้ไปดำเนินการได้จริง ก็จะเป็นประโยชน์อย่างมาก ซึ่งเมื่อมีคนทำบัตรหาย และมีผู้เก็บได้ถึงจะมีรหัสผ่าน 4 ตัว ก็ไม่สามารถกดเงินได้ เพราะลายนิ้วมือไม่ตรงกันกับบัตร นอกจากนี้ ยังช่วยป้องกันการปลอมแปลงบัตร เพราะหากมีการปลอมแปลงก็ไม่สามารถนำไปกดเงินได้เนื่องจากจะมีการสแกนลายนิ้วมือของผู้ถือบัตรก่อน และประโยชน์ที่สำคัญที่สุดก็คือสามารถป้องกันความสูญเสียและความเสียหายที่จะเกิดขึ้นกับเจ้าของบัตร และธนาคารได้
ทั้งหมดเป็นแนวคิดของ ด.ช.สรวิชญ์ ที่อยากให้ปัญหาเรื่องการปลอมแปลง และการขโมยบัตรเอทีเอ็ม-บัตรเครดิตที่เกิดขึ้นอยู่เป็นประจำลดน้อยลง ซึ่งทางคณะกรรมการตัดสินมีความเห็นถึงโครงงานชิ้นนี้ว่า ถือเป็นแนวความคิดที่ดี เพราะเป็นการยืนยันตัวบุคคลที่แท้จริงในการใช้บัตร ซึ่งปัจจุบันปัญหาเรื่องการขโมยและปลอมแปลงบัตร ได้สร้างความเสียหายคิดเป็นมูลค่าไม่น้อยในแต่ละปี แต่ทั้งนี้ในส่วนของธนาคารนั้นอาจจะต้องมีค่าใช้จ่ายมากขึ้น เพราะต้องลงทุนจำนวนมากในเรื่องระบบและฐานข้อมูล
อย่างไรก็ตามสำหรับน้อง ๆ คนอื่นถ้ามีแนวความคิดดี ๆ แล้วอยากเข้าร่วมกิจกรรมกับโครงการฯ ก็รีบคิดโครงงานส่งเข้าประกวด โดยตอนนี้ทางโครงการฯ กำลังเปิดรับโครงงานในหัวข้อที่ 7 คือ “นวัตกรรมเพื่อการประหยัดพลังงาน” ในระหว่างวันที่ 1 เม.ย.-31 พ.ค. 2550 นี้
นอกจากนี้ทางโครงการฯ ยังจัดให้มีการประกวดผลงาน “รางวัลแห่งปี” ชิงเงินรางวัลทุนการศึกษารวมกว่า 790,000 บาทด้วย โดยเปิดโอกาสให้เยาวชนที่สนใจ ได้ส่งผลงานนวัตกรรมเกี่ยวกับเรื่องอะไรก็ได้ส่งเข้าประกวด
ทั้งนี้น้อง ๆ ที่สนใจประกวด “รางวัลแห่งปี” นั้นไม่จำเป็นต้องเคยส่งผลงานหรือเคยได้รับรางวัลในการประกวดแต่ละหัวข้อมาก่อน แต่ต้องทำแบบจำลองหรือโมเดลของโครงงานส่งเข้ามาด้วย ส่วนผู้ที่เคยได้รับรางวัลที่ 1-3 ในแต่ละหัวข้อก็มีสิทธิส่งผลงานเข้าประกวด และต้องทำแบบจำลองหรือโมเดลของชิ้นงานนั้น ๆ ส่งกลับมาที่โครงการฯ ด้วยเช่นกัน
สามารถส่งโครงงานหรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงานสื่อสารองค์กร อาคารสำนักงานใหญ่ 2 ชั้น 1 บริษัทปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) เลขที่ 1 ถนนปูนซิเมนต์ไทย บางซื่อ กรุงเทพฯ 10800 โทร. 0-2586-6612 โทรสาร 0-2586-2974 หรืออีเมล ที่ vp2650@hotmail.com และ jirawatj@dailynews. co.th
ข้อมูลจาก เดลินิวส์
