เอ็มเอฟอีซี พลิกตำรา สู้ยุคเศรษฐกิจฝืด-การเมืองวุ่น ทำตลาดประมูลไอทีหด ชูกลยุทธ์เด็ดไล่เก็บทุกโครงการที่เปิดประมูล พร้อมโฟกัสหนักเทคโนโลยีที่มีความเชี่ยวชาญ ดาต้าแวร์เฮ้าส์-ระบบรักษาความปลอดภัย ลดระยะเวลาดำเนินโครงการ เพิ่มผลกำไร ชี้ปัญหาการเมือง ข้าราชการปล่อยเกียร์ว่าง ทำประมูลไอทีภาครัฐกร่อยนายศิริวัฒน์ วงศ์จารุกร กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เอ็มเอฟอีซี จำกัด (มหาชน) หรือ เอ็มเฟค เปิดเผยกับฐานเศรษฐกิจว่า แนวโน้มธุรกิจของบริษัทปีนี้น่าจะเป็นตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ โดยคาดว่าจะมีตัวเลขการเติบโตราว 20% ซึ่งกลยุทธ์ที่สำคัญในการดำเนินธุรกิจในช่วงที่ภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว โครงการประมูลของลูกค้าลดลง และมีคู่แข่งเข้ามามากขึ้นนั้น คือบริษัทจะต้องไม่พลาดโครงการที่เสนอเข้าไป โดยช่วง 9 เดือนที่ผ่านมาบริษัททำได้ค่อนข้างดี มีโครงการที่เข้าไปชนะการประมูลค่อนข้างมาก โดยเฉพาะโครงการประมูลไอทีภาคเอกชน ในการธนาคาร โทรคมนาคม และภาคอุตสาหกรรม
ส่วนตลาดภาครัฐนั้นชะลอตัวลงไปมาก เนื่องจากปัญหาด้านการเมืองและข้าราชการปล่อยเกียร์ว่าง ซึ่งปีนี้บริษัทเข้างานประมูลภาครัฐน้อยมาก โดยมีสัดส่วนเพียง 10% จากเดิมตลาดประมูลไอทีภาครัฐมีสัดส่วนสูงถึง 30%
นอกจากนี้ภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวเช่นนี้ ยอดรายได้ลูกค้าลดลง แต่ลูกค้าต้องการกำไรเพิ่มขึ้น ขณะที่งบลงทุนไอทีค่อนข้างจำกัด ดังนั้นการทำตลาดของบริษัทจะต้องมุ่งเน้นไปยังเทคโนโลยีที่มีความเชี่ยวชาญและมีประสบการณ์ในการทำโครงการมาแล้ว เพื่อย่นระยะเวลาในการดำเนินโครงการลงมา โดยเทคโนโลยีที่มีความเชี่ยวชาญ คือระบบคลังข้อมูลธุรกิจ หรือ ดาต้าแวร์เฮ้าส์ ระบบวิเคราะห์ข้อมูล เพื่อการตัดสินใจทางธุรกิจ ซึ่งเป็นกลยุทธ์การสร้างผลกำไรให้มากขึ้น
ขณะเดียวกันยังมีความเชี่ยวชาญด้านระบบรักษาความปลอดภัย โดยให้บริการตั้งแต่ต้นจนจบ ตั้งแต่การวงระบบป้องกันไวรัส จนถึงการเข้าไปทดลองเจาะระบบไอทีของลูกค้าเพื่อตรวจหาช่องโหว่ ซึ่งในธุรกิจกลุ่มนี้บริษัทตั้งเป้าหมายเป็นผู้ให้บริการอันดับ 1 ภายใน 2 ปี สุดท้ายเป็นบริการทางธุรกิจ เพื่อช่วยให้โครงสร้างพื้นฐานระบบไอทีของลูกค้ามีเสถียรภาพ และความมั่นคงสูง
เดิมโครงการพัฒนา ติดตั้งระบบไอทีให้กับลูกค้าอาจมีระยะเวลา 1 ปี แต่ด้วยประสบการณ์ที่เคยจัดทำโครงการมาก่อนหน้านี้ ช่วยให้สามารถลดระยะเวลาดำเนินโครงการลงมาเหลือ 6 เดือน ทำให้สามารถลดจำนวนบุคลากร และประหยัดค่าใช้จ่ายในการทำงานลงมา และมีผลกำไรจากการดำเนินการมากขึ้นภายใต้งบประมาณจำกัดของลูกค้า ซึ่งในช่วงที่เศรษฐกิจและตลาดมีการชะลอตัวนั้นทำให้ตัวเลขการเติบโตของเราไม่ได้ดร็อปตาม
ส่วนแนวโน้มปี2551ภาวะเศรษฐกิจโดยรวมยังไม่มีความแน่นอนขึ้นอยู่กับปัจจัยด้านการเมือง ซึ่งเชื่อว่ารัฐบาลที่เข้ามาบริหารประเทศภายหลังเลือกตั้งปลายปีนี้จะเป็นรัฐบาลผสม และมีระยะเวลาการบริหารประเทศค่อนข้างสั้น ดังนั้นเชื่อว่าจะมีโปรเจ็กต์ประมูลภาครัฐ ที่มีระยะเวลาการดำเนินการโครงการสั้นๆ ออกมาเป็นจำนวนมาก
ขณะที่กลุ่มธุรกิจโทรคมนาคมนั้นเชื่อว่าปีหน้าผู้ให้บริการจะลงทุนโครงข่าย 3 จี เนื่องจากตลาดมือถือเริ่มอิ่มตัว ซึ่งต่อไปในอนาคตมีแนวโน้มให้บริการเสียง (Voice) ฟรี และมุ่งหารายได้จากบริการเนื้อหา หรือบริการข้อมูลแทน ซึ่งปีหน้ามองว่าบริการเนื้อหา หรือบรอดแบนด์ แอพพลิเคชั่น จะเติบโตขึ้น ส่วนกลุ่มธนาคารนั้นปีหน้ายังต้องลงทุนไอทิอีกเป็นจำนวนมาก เพื่อรองรับมาตรฐานสากลตามหลักเกณฑ์การกำกับดูแลเงินกองทุน หรือ บาเซิลทู
ข้อมูลจาก ฐานเศรษฐกิจ
