นักวิจัยไทยทดลองนำหุ่นยนต์แมวน้ำช่วยบำบัดเด็กออทิสติกร่วมกับโรงพยาบาลรัฐ ช่วยลดพฤติกรรมก้าวร้าว สมาธิสั้นและยังช่วยบรรเทาความเครียดของผู้ปกครองได้อีกด้วย อนาคตอาจพัฒนาสร้างหุ่นยนต์บำบัดที่มีต้นทุนต่ำกว่าของต่างประเทศนายจักรพงษ์ พิพิธภักดี ผู้ช่วยนักวิจัยจากศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค) กล่าวว่า การใช้หุ่นยนต์ช่วยบำบัด (Robot Therapy) เป็นวิธีการที่มีใช้อยู่แล้วในต่างประเทศ แต่ในการทดลองนี้เป็นการศึกษาหารูปแบบการบำบัดเพื่อแก้ปัญหาพฤติกรรมของเด็กในด้านสังคม การสัมผัส และการสื่อสารที่ได้ผลชัดเจนและเหมาะสมที่สุด
โครงการศึกษาทดลองนี้เป็นความร่วมมือระหว่างเนคเทค สถาบันราชานุกูล สถาบันสุขภาพเด็กมหาราชินี และโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ โดยคัดเลือกกลุ่มตัวอย่างเด็กออทิสติก 34 คน มาเข้ารับการทดลองบำบัดด้วยหุ่นยนต์เป็นเวลา 3 เดือน ตั้งแต่เดือนธันวาคม 2549 จนถึงเดือนกุมภาพันธ์ 2550
การทดลองแบ่งออกเป็น 3 ช่วงคือ ช่วงบำบัดเดี่ยว ช่วงบำบัดกลุ่ม และช่วงการบูรณาการกิจกรรม ซึ่งแต่ละช่วงจะทดลองบำบัดด้วยหุ่นยนต์แมวน้ำปาโร และตุ๊กตาของเล่นที่มีการเคลื่อนไหวและส่งเสียงได้สลับกันไป เพื่อเปรียบเทียบเครื่องมือในการบำบัด
การทดลองบำบัดใช้เวลา 10 สัปดาห์ โดยช่วงแรกเป็นการบำบัดเดี่ยวให้เด็กเล่นกับหุ่นยนต์แมวน้ำทุกวัน วันละ 1 ครั้ง ครั้งละ 9 นาที เป็นเวลา 2 สัปดาห์ และให้เด็กเล่นตุ๊กตาของเล่นในลักษณะเดียวกันอีก 2 สัปดาห์ เพื่อให้เด็กได้ทำความรู้จักหุ่นยนต์และตุ๊กตา ช่วงที่ 2 ใช้เวลา 4 สัปดาห์ในการบำบัดกลุ่มโดยให้เด็ก 3-5 คน เล่นกับหุ่นยนต์แมวน้ำและให้เด็กเล่นตุ๊กตาของเล่นในลักษณะเดียวกันเพื่อให้เด็กได้มีปฏิสัมพันธ์ระหว่างเพื่อนในกลุ่ม และช่วงสุดท้าย นำหุ่นยนต์และตุ๊กตามาทำกิจกรรมในชีวิตประจำวัน และบันทึกภาพผ่านกล้องวงจรปิด
ผลที่ได้คือ จากเด็กที่มีปัญหาพฤติกรรมไม่ว่าจะเป็น ภาวะไม่อยู่นิ่ง สมาธิสั้น ไม่สบตา ไม่ชอบการสัมผัส และไม่มีปฏิสัมพันธ์ทางสังคม บางรายมีพฤติกรรมก้าวร้าว ทำร้ายตนเอง สามารถที่จะลดพฤติกรรมด้านลบลงได้ เด็กมีช่วงความสนใจและการจ้องมองเพิ่มมากขึ้น สามารถทำกิจกรรมกลุ่มได้มากขึ้น
ทั้งนี้ การศึกษาทดลองก็เป็นเพียงช่วงเริ่มต้น และยังอยู่ในระหว่างการสรุปข้อมูลในช่วงเดือนพฤษภาคม-มิถุนายน เพื่อที่จะดูทิศทางในอนาคต และอาจเป็นไปได้ที่จะพัฒนาหุ่นยนต์ขึ้นมาเองแทนหุ่นยนต์ปาโรที่มีราคาแพง
ข้อมูลจาก คม ชัด ลึก
