นายสิทธิชัย โภไคยอุดม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) พร้อมด้วยนายสมิทธ ธรรมสโรช ประธานกรรมการอำนวยการเตือนภัยพิบัติแห่งชาติ ศภช. และนายปลอดประสพ สุรัสวดี ผู้อำนวยการ ศภช. ร่วมตรวจความเรียบร้อยของ ศภช. หลังคณะรัฐมนตรีมีมติให้โอนภารกิจ ศภช. จากสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี มาสังกัดสำนักรัฐมนตรีว่าการกระทรวงไอซีที เมื่อวันที่ 3 เมษายน 2550 ซึ่งจากการตรวจสอบความพร้อมในการเตือนภัย ค่อนข้างมีความพร้อมในการเตือนภัยสึนามิฝั่งอันดามัน ซึ่งมีโอกาสเกิดสึนามิมากกว่า แต่อ่าวไทยยังมีจุดเตือนภัยไม่มากนักนายสิทธิชัย กล่าวต่อว่า ภารกิจของ สภช.ที่เพิ่มขึ้นมานั้น จะครอบคลุมถึงการเตือนภัยจากมลพิษทางอากาศ และการเกิดภัยธรรมชาติ อย่างน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และดินถล่มหลังการเกิดฝนตกหนัก โดยเฉพาะบริเวณแหล่งท่องเที่ยวของประเทศ ขณะนี้มีการติดตั้งหอเตือนภัยขนาดใหญ่ทางภาคเหนือแล้วเสร็จ 3-4 แห่ง และยังมีการติดตั้งเพิ่มเติมอีก ส่วนพื้นที่น้ำตกในจังหวัดตรัง ซึ่งเกิดเหตุเมื่อเร็ว ๆ นี้ กรมอุตุนิยมวิทยาได้ดำเนินการติดตั้งหอเตือนภัยขนาดเล็กแล้ว
“จะเรียกว่าเตือนภัยสมบูรณ์คงยังไม่ได้ แต่ค่อย ๆ เพิ่มขึ้น ถ้าจะให้สมบูรณ์ทั้งประเทศ คงกินเวลาอีกประมาณ 2 ปี ที่สำคัญที่สุด คือ เตือนภัยแล้วประชาชนต้องให้ความเชื่อถือด้วย สำหรับการเตือนภัยน้ำป่าไหลหลากนั้น ก็อยู่ระหว่างการพิจารณา แต่มาเกิดเหตุก่อน จึงเหมือนกับวัวหายแล้วล้อมคอก ซึ่งมันก็เป็นความจริง แต่เรื่องของราชการไทยเป็นอย่างนี้อยู่แล้ว เราก็คงจะเร่งให้ ไหน ๆ วัวหายไปบ้างแล้ว ล้อมคอกทั้งทีก็จะพยายามให้สมบูรณ์ ไม่ให้วัวหายเพิ่มอีก จะพยายามทำให้ดีที่สุด เมื่อ ศภช.ย้ายมาอยู่กระทรวงไอซีที ผมก็ไม่อยากให้เกิดเหตุที่ไม่สามารถเตือนได้ในบริเวณที่รับผิดชอบเตือน ซึ่งจะเกิดความเสียหายกับไอซีที” นายสิทธิชัย กล่าว
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงไอซีที กล่าวถึงการขยายงานของ ศภช. ว่า หากมีการดำเนินงานอย่างจริงจังภายใน 1-2 ปีนี้ เชื่อว่า ศภช. จะเป็นศูนย์เตือนภัยที่สมบูรณ์มากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก โดย ศภช.ขณะนี้ยังไม่มีการปรับโครงสร้างองค์กร แต่จะตั้งหัวหน้าศูนย์ฯ ที่เป็นข้าราชการขึ้นมาดูแล ส่วนนายสมิทธ และนายปลอดประสพ ก็ยังคงเป็นที่ปรึกษารัฐมนตรีอยู่
ทั้งนี้ ฝ่ายประชาสัมพันธ์ ศภช. แจ้งว่า ในเดือนพฤษภาคมนี้ จะมีการทดลองระบบเตือนภัยพิบัติมลพิษทางอากาศ ที่ จ.เชียงราย เชียงใหม่ และแม่ฮ่องสอน และในวันที่ 25 กรกฎาคมนี้ จะมีการซ้อมระบบเตือนภัยครั้งใหญ่ในพื้นที่ภาคใต้ฝั่งตะวันตก ร่วมกับองค์การเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศของสหรัฐอเมริกา.
ข้อมูลจาก เดลินิวส์
