ซอฟต์แวร์พาร์คเตรียมปั้นคนไอทีกว่า 4 พันราย รับกระแสโลกตื่นกระแสถูกโจมตีผ่านเครือข่ายไร้สาย ขณะที่ สวทช. เผยรายงานจากสหรัฐฯ เตือนทั่วโลกระวัง 5 ไวรัสไอทีพันธ์ใหม่ ปีหน้ายอดพุ่งถึงขีดสุด ด้าน นักวิชาการ เผย 7 ภัยคุกคามทางเน็ตในไทย ส่วน สำนักคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ ชี้อาชญากรรมคอมฯรูปแบบใหม่ทวีความรุนแรงขึ้นขณะที่การติดต่อสื่อสารผ่านระบบคอมพิวเตอร์เข้ามามีบทบาทและทวีความสำคัญต่อระบบเศรษฐกิจ และคุณภาพชีวิตของประชาชนไทย ไม่ว่าจะเป็นการติดต่อธุรกิจแบบไร้พรมแดน ซึ่งการที่อินเทอร์เน็ตกลายเป็นสาธารณูปโภคพื้นฐานในชีวิตประจำวันไปแล้วนั้น แต่ภัยคุกคามทางไอทีและออนไลน์ก็มีมากขึ้น เช่นภัยจากตู้เอทีเอ็มจากการดักจับข้อมูลบนบัตรการกลับมาของม้าโทรจันที่ซอฟต์แวร์แอนตี้ไวรัสตรวจไม่เจอ และภัยจากช่องโหว่ในระบบขององค์กร
ล่าสุดนางสุวิภา วรรณสาธพ ผู้อำนวยการ เขตอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ประเทศไทย (ซอฟต์แวร์พาร์ค) ภายใต้ศูนย์บริหารจัดการเทคโนโลยี สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สวทช.) กล่าวว่า จากอัตราการเพิ่มขึ้นของภัยคุกคามทางอินเตอร์เน็ต และอาชญากรรมทางคอมพิวเตอร์ ในรูปแบบใหม่ๆ รวมถึงกระแสไอทีภิบาล หรือ IT Governance กำลังเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องกระตุ้นให้ทุกองค์กร ทุกหน่วยงานเห็นความสำคัญ มีความต้องการบุคลากรผู้เชี่ยวชาญระบบรักษาความมั่นคงปลอดภัยข้อมูลคอมพิวเตอร์เพิ่มขึ้นในทุกๆปี
ดังนั้นภายในระยะเวลา 3 ปีนี้ ทางซอฟต์แวร์พาร์ค วางแผนการดำเนินงาน 3 ด้าน คือ 1.การพัฒนาบุคลากรให้เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านไอทีระดับสูงจำนวน 4,000 ราย 2.การสร้างความเข้มแข็งให้กับบริษัทซอฟต์แวร์ไทย ทั้งในด้านการตลาด และการยกระดับการบริหาร รวมทั้งการสร้างผู้ประกอบการใหม่ด้านไอที 3.การส่งเสริมผู้ประกอบการไอที
ทั้งนี้ซอฟต์แวร์พาร์คให้ความสำคัญในเรื่องการพัฒนาบุคลากรไอทีใน 3 เรื่อง คือ การจัดโครงการอบรมผู้บริการสารสนเทศในองค์กร (CIO Program) เพื่อให้สามารถบริหารจัดการงานสารสนเทศอย่างมีไอทีภิบาล รวมถึงการบริการจัดการความมั่นคงปลอดภัยด้านสารสนเทศในองค์กร โครงการอบรมหลักสูตรระยะยาวสำหรับผู้บริหารระบบด้าน IT Security พร้อมทั้งการสนับสนุนการให้ทุนการอบรมและการสอบประกาศนียบัตรผู้เชี่ยวชาญเทคโนโลยีสารสนเทศระดับสูง (CISA, CISSP), โดยตั้งเป้าสำหรับการพัฒนาบุคลากรในสาย IT Security ไว้ประมาณ 300 ราย
ขณะที่ดร.รอม หิรัญพฤกษ์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการ, สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กล่าวว่า จากรายงานล่าสุด(10 ตุลาคม2550) ของกลุ่มธิงค์แทงก์ ประเทศสหรัฐอเมริกา ระบุว่า ในปี 2551 จะมีภัยคุกคามด้านไอที 5 อย่าง เกิดขึ้นในอัตราเพิ่มมากขึ้นจนอิ่มตัวเต็มที่ ได้แก่ 1.การแอทแทค หรือโจมตีผ่านระบบเว็บ 2.0 2.ภัยจากการใช้ระบบ Instant Messenger 3.ภัยของ BOTNETt หรือการลักลอบส่งไวรัสไปยังเครื่องคนอื่น และสามารถควบคุมคอมพิวเตอร์ของผู้รับได้ในระยะไกล 4.การแอทแทคระบบโทรศัพท์เคลื่อนที่ และ 5.ภัยที่เกิดจากรหัสคลื่นความถี่วิทยุ หรือ RFID โดยการแอทแทคในลักษณะการปลอมแปลงบัตรเพื่อใช้ประโยชน์ต่างๆ
ภัยคุกคามดังกล่าววางใจไม่ได้ ทุกฝ่ายต้องร่วมมือป้องกันและแก้ไข ก่อนที่จะควบคุมไม่ได้
ด้านนายปริญญา หอมอเนก นักวิชาการด้านความปลอดภัยข้อมูลสารสนเทศ และประธานกรรมการบริษัท เอซิสโปรเฟสชั่นนัล เซ็นเตอร์ จำกัด (ACIS Professional Center) กล่าวว่า ขณะนี้ประเทศไทยมีภัยคุกคามทางอินเตอร์เน็ตที่น่าเป็นห่วง 7 ด้าน คือ 1.ปัญหาสแปม เมล์ (Spam Threat)ที่ยังแก้ได้ไม่จบสิ้น2.ปัญหาไวรัส คอมพิวเตอร์ (Virus/Worm Threat)ไวรัสเจ้าเก่าที่จะมาในรูปแบบซีโร่เดย์ แอทแทคบ่อยขึ้น 3.การหลอกลวง (HOAX, PHISHING & PHARMING) 4.การถูกยึดเครื่องไปทำเป็น BOTNET 5.ภัยจากการใช้งานโปรแกรม Peer- To " Peer (P2P) 6.Spyware และ Adware และ7. การใช้ Google ในทางมิชอบ (Google Hacking)
พ.ต.อ. ญาณพล ยั่งยืน ผู้บัญชาการสำนักคดีเทคโนโลโลยีและสารสนเทศ,กรมสอบสวนคดีพิเศษ กระทรวงยุติธรรม กล่าวว่า ปัญหาอาชญากรรมคอมพิวเตอร์นับวันจะยิ่งทวีความรุนแรงขึ้นเป็นเงาตามตัวกับปริมาณการใช้งานเครือข่ายคอมพิวเตอร์และระบบอินเตอร์เน็ต อาชญากรรมในรูปแบบใหม่ๆ อาทิ การโจมตีในรูปแบบของการปลอมแปลงหลอกลวงทางอินเตอร์เน็ต PHISHING และ PHARMING หรือการขโมยโดเมนเนม (Domain Name Hijacking) กำลังเป็นที่นิยมของแฮกเกอร์ทั่วโลกและในประเทศไทยด้วย ความซับซ้อนของปัญหาอาชญากรรมคอมพิวเตอร์กลายเป็นปัญหาของหน่วยงานรัฐที่มีหน้าที่ปราบปรามอาชญากรรมคอมพิวเตอร์ซึ่งจะต้องมีความรู้ที่เท่าทันทางด้านเทคนิคและเข้าใจวิธีการใหม่ๆของคนร้าย
การใช้ พรบ.ว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งในการแก้ปัญหา ซึ่งทางภาครัฐและเอกชนจำเป็นต้องเร่งพัฒนาบุคลากรเจ้าหน้าที่ให้มีความเชี่ยวชาญรู้จริงในเรื่องดังกล่าวพ.ต.อ. ญาณพล กล่าวทิ้งท้าย
ข้อมูลจาก ฐานเศรษฐกิจ
