เมื่อวันที่ 20 ถึง 23 กันยายนที่ผ่านมา งาน “โตเกียวเกมโชว์” งานใหญ่อีกงานหนึ่งของวงการวิดีโอเกม ก็ถูกจัดขึ้นที่ฮอลล์ มาคุฮาริ เมสเสะ ที่เมืองโตเกียวประเทศญี่ปุ่นอีกครั้งครับ ซึ่งงานนี้ ถือเป็นงานใหญ่ระดับโลกของอุตสาหกรรมวิดีโอเกม ที่ตีคู่มากับงานที่ชื่อ “อีทรี” ของฝั่งอเมริกา เลยก็ว่าได้ครับ เรียกว่า ถ้าพูดถึงงานเอกซโปเกี่ยวกับวิดีโอเกม นี่คือสองงานที่ขึ้นชื่อที่สุดแล้วครับ ข้อแตกต่างปลีกย่อยคืองานโตเกียวเกมโชว์จะมีวันที่เปิดให้กับคนทั่วไปซื้อบัตรเข้าชมงานได้ ในขณะที่งาน อีทรี ที่อเมริกานั้นจะจำกัดไปที่สื่อมวลชนและผู้คนที่ทำงานในวงการ วิดีโอเกมเท่านั้นครับโดยในปี 2007 นี้ ยังเป็นครั้งแรกที่งานโตเกียวเกมโชว์ ขยายเวลาจากเดิมที่จัดงานปีละแค่สามวัน มาเป็นสี่วันด้วย โดยเป็นการเพิ่มจำนวนวันสำหรับสื่อมวลชนและบุคคลในวงการเข้าไปเป็นสองวัน ส่วนงานสำหรับบุคคลทั่วไปที่ซื้อบัตรก็จะเป็นสองวันเท่าเดิมครับ เรียกว่าเพิ่มเวลาให้สื่อมวลชนได้มีเวลาสัมผัสและเจาะลึกกับผลงานเกมของแต่ละค่ายกันได้อย่างเต็มที่กว่าทุกปีเลยครับ
ซึ่งค่ายเกมเด่นค่ายแรกที่ผมจะขอยกมาเล่าให้ฟังกันนั้น ก็คือ ค่าย “โซนี่” เจ้าของเพลย์ สเตชั่นนั่นเองครับ หลายคนอาจจะสงสัยว่า ทำไมไม่พูดถึงอีกค่ายเกมที่ทำท่าจะเป็นผู้นำตลาดในยุคนี้อย่าง “นินเท็นโด้” ก็ต้องขอบอกให้ทราบกันก่อนเลยครับ ว่าสำหรับงานโตเกียวเกมโชว์นั้น ทางนินเท็นโด้ไม่เคยมาร่วมเปิดบูธเลยครับ จะด้วยเหตุผลทางธุรกิจอย่างใดอย่างหนึ่งก็ไม่เคยมีการแถลงออกมาอย่างชัดเจน (แต่เกมบนเครื่องต่าง ๆ ของนินเท็นโด้ ทั้งวี และ ดีเอส ที่เป็นผลงาน ของค่ายอื่น ๆ นั้น มีในงานนี้ครับ) ดังนั้น การ จับประเด็นจึงต้องมุ่งไปที่ค่ายเด่นค่ายที่สองของประเทศนี้ ซึ่งคงหนีโซนี่แชมป์เก่าในยุคเครื่องเกมเจนเนอเรชั่นที่แล้วไปไม่พ้นครับ
บูธของโซนี่ในปีนี้ ยังใหญ่โตเป็นเต้ยในงานเช่นเคยครับ เรียกว่าขนบรรดาเกมจากค่ายอื่น ๆ ที่ทำลง “เพลย์สเตชั่นสาม” มา ให้ลองกันเต็มที่หลายสิบเกมเลยครับ ทั้ง “เมทัลเกียร์ภาคใหม่”, “เดวิลเมย์ครายภาคสี่”, “วินนิ่งอีเลฟ เว่นภาคใหม่”, “กีตาร์ฮีโร่สาม” ฯลฯ แต่แน่นอนครับ เกมที่เด่นและมีจำนวนเครื่องให้เล่นมากกว่าเพื่อนในบูธโซนี่จริง ๆ จะเป็นเกมที่ทางโซนี่เป็นเจ้าของเองครับ ซึ่งเกมเด่น ๆ ที่ทางโซนี่ขนมาประเคนให้เล่นก็มีทั้ง “แฮเวนลี่ ซอร์ด” (เกมสาวสวยผมแดงกับมีดด้ามโตกับแนวแอ๊คชั่นในระดับน้อง ๆ ยอดเกมแอ๊คชั่นอย่างก๊อดออฟวอร์) ที่หลาย ๆ คนในบ้านเราคงได้เล่นกันแล้ว รวมทั้ง “วอร์ ฮอว์ค” เกมยิงแบบออน ไลน์ ที่ทางบ้านเราก็โชคดีได้เล่นก่อนอีกนะแหละ ครับ แต่นั่นก็เพราะว่า เกมจากฝั่งตะวันตกนั้น หลาย ๆ เกมจะออกวางขายในญี่ปุ่นช้ากว่าบ้านเรานั่นเอง
เกมเด่น ๆ ที่เตะตาคอเกมอย่างผม จริง ๆ ของบูธโซนี่ จึงไปตกอยู่ที่ เกมแนวอาร์พีจีสไตล์ดั้งเดิม แต่เติมความอลังการของกราฟิก อย่าง “ชิโรคิชิ ไวท์ไนท์สตอรี่” ที่น่าจะถูกใจคอเกมอาร์พีจีแนวญี่ปุ่น ๆ ในบ้านเราได้สบาย ๆ ครับ ถัดมาก็เห็นจะเป็น “แกรนทัวริสโม่ 5 ภาคโปรล็อก” ที่เหมือนเป็นภาคเบต้า ออกมาให้เล่นยั่วน้ำลายก่อนที่ภาคห้าตัวเต็มจะวางขาย และจากที่เห็นในงาน ต้องบอกว่า เกมแข่งรถที่สมจริงทั้งความงามและระบบการเล่นเกมนี้ มีดีและยอดเยี่ยมสมกับชื่อเสียงที่ภาคเก่า ๆ เคยทำมาเช่นเคยครับ
ไฮไลต์ของบูธโซนี่ในปีนี้ ยังมีอีกสามอย่างที่คงจะไม่พูดถึงไปไม่ได้ครับ แรกสุดเลยเห็นจะหนีเรื่องการเปิดตัวคอนโทรลเลอร์ตัวใหม่ที่มาพร้อมระบบสั่น และโซนี่ก็ตั้งชื่อให้เรียบร้อย แถมเดาไม่ยากว่า “ดูอัลช็อค 3” ซึ่งแฟน ๆ เพลย์สเตชั่น คงมีทั้งเสียงดีใจและอดประชดปนสงสัยไม่ได้นะครับว่า ไหนบอกจะไม่ใส่ระบบสั่นเพราะไปกวนระบบตรวจจับความเคลื่อนไหว ซิกซ์แอซิส ไง เรียกว่าเป็นการกลืนน้ำลายครั้งใหญ่อีกเหมือนกันของค่ายโซนี่ แต่ก็นั่นละครับ ของแบบนี้คอเกมน่าจะพอใจที่ได้เพิ่มมากกว่าขาดไปอยู่แล้ว ซึ่งจากการทดลองเล่น ดูอัลช็อค 3 ตัวนี้กับมือมา ก็ต้อง บอกว่า ไม่ได้หนักไปกว่าจอยเพลย์สเตชั่นสามตัวดั้งเดิมทุกวันนี้เท่าไหร่เลยครับ ถือว่าเป็นอีกจุดที่ทางโซนี่ทำได้ดีครับ เพราะเบากว่าคอนโทรลเลอร์ ของค่ายคู่แข่งอย่าง “เอ็กซ์บ๊อกซ์ 360” (ที่มีระบบสั่นอยู่แล้ว) เสียอีก และระบบการสั่นก็ตอบสนองกับเกมเมทัลเกียร์ภาคใหม่ที่ผมลองจับเล่นได้ค่อนข้างดีเชียวครับ เรียกว่ามีรายละเอียดน้ำหนักของการสั่นที่หลากหลายดี
บูธโซนี่ยังมีของเล่นน่าสนใจอีกครับ และยังมีอีกหลากหลายค่ายเกมให้ติดตามอ่านกันได้ในตอนต่อไปครับ ห้ามพลาด
**ร่วมแสดงความคิดเห็นได้ที่ hunchback_game@hotmail.com** ลูกชิ้นเนื้อ
ข้อมูลจาก เดลินิวส์
