‘อำนาจ’แพ้ค้านสายตา’สมจิตร’คว้ายอดเยี่ยมศึกมวยสากลสมัครเล่นชิงถ้วยพระราชทาน “คิงสคัพ” ครั้งที่ 29 ที่เวทีมวยชั่วคราวห้างเดอะมอลล์ งามวงศ์วาน เมื่อ 10 เม.ย.ที่ผ่านมา เป็นรองชิงชนะเลิศ พลเอกยุทธศักดิ์ ศศิประภา ประธานคณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทย เป็นประธานใในพิธีปิดการแข่งขัน มีนักมวยไทยเข้าชิง 4 รุ่น จากทีมไทย A เริ่มจากรุ่นไลต์ฟลายเวต (48 กก.) อำนาจ รื่นเริง หรือ เพชร ป.บูรพา เจอกับ โดส เทียฟ เชอรารี่ จากทาจิกิสถาน การชกเป็นไปแบบสูสีคู่คี่ เพชรต่อยได้ชัดเจน แต่แต้มไม่ขึ้นหลายหมัด ครบ 4 ยก เพชรพ่ายแต้มแบบค้านสายตา 12-14 หมัด ทำให้แฟนมวยโห่นักชกทาจิกิสถานลั่น ส่วน เหรียญทองแดง ได้แก่ แซมไซ อซีซี่ ไม โมฮัมหมัด (มาเลเซีย), ซูชิ หมิง (จีน) ซึ่งหลังการชก อำนาจ หรือเพชร เดินซึมคล้ายจะร้องไห้ ได้กล่าวถึงการชกว่า ตนทำหน้าที่อย่างเต็มที่แล้ว อยากคว้าเหรียญทองเหรียญแรกให้กับทีมไทย และการติดทีมชาติครั้งแรก แต่ทำไม่สำเร็จ ตนจะพยายามขยันซ้อมให้มากขึ้น เพื่อโอกาสในการรับใช้ชาติในครั้งต่อไป ด้าน เสธ.ทวีป พลเอกทวีป จันทรโรจน์ นายกสมาคมมวยสากลสมัครเล่นแห่งประเทศไทย เผยหลังจากขอดูรายชื่อกรรมการและการให้คะแนนของกรรมการแต่ละคนว่า ตนเห็นสิ่งผิดปกติตั้งแต่ยกสองแต่แก้ไขอะไร ไม่ทันแล้ว คู่นี้มีการล็อกเพื่อไม่ให้ทีมไทยได้คะแนนถ้วยรวม กรรมการอินเดีย, จีนไม่กดแต้มให้อำนาจเลย ทั้ง ๆ ที่อำนาจต่อยจะแจ้งและเข้าเป้าทุกยกมากกว่า แต่แต้มคู่ชกกลับขยับหนี นับเป็นการตัดสินที่แย่มาก นักชกทาจิกิสถานแค่แตะเบา ๆ ก็ได้แต้มแล้ว กรรมการสุมหัวกันเพื่อไม่กดแต้มให้อำนาจ
รุ่นฟลายเวต (51 กก.) สมจิตร จงจอหอ หรือศิลาชัย ว.ปรีชา เจอกับ จิเทนเดอร์ กูร์มาร์ นักชกอินเดีย คู่ปรับเก่าที่สมจิตรเคยชนะแต้มรอบชิง คิงสคัพครั้งที่ 28 ปีที่ผ่านมา ครั้งนี้ สมจิตรยังเหนือกว่า ใช้ความเร็ว และการดักชกที่แม่นยำกว่า เอา ชนะแต้มไปขาดลอย 24-3 หมัดคว้าเหรียญทองให้กับทีมไทยเป็นเหรียญแรกส่วนเหรียญทองแดง ลูฟ ซินเซเรน โซริกบาร์ตาร์ (มองโกเลีย), คิม แด ซุง (เกาหลีใต้) หลังการชกสมจิตรได้เผยถึงการชกว่า ไฟต์นี้ต่อยตามแผนไปเรื่อย ๆ เพราะเคยชนะคูร์มาร์มาแล้วครั้งหนึ่งเมื่อปีที่แล้ว จึงไม่กดดันอะไรมากนัก ดีใจที่คว้าเหรียญทองได้อีกสมัยและเป็นเหรียญทองเหรียญแรกให้ทีมไทยได้, รุ่นไลต์เวต (60 กก.) สายลม อาดี หรือ สายลม ราชานนท์ ชนะคะแนน ไฟซูลอฟ มาริฟจอน จากทาจิกิสถาน 23-12 ส่วนเหรียญทองแดง เซอร์เดอร์ ฮูเดเบอดิเยฟ (เติร์กเม นิสถาน), มาหมัดโจนอฟ บาโฮเดียร์ (อุซเบกิสถาน), รุ่นเวลเตอร์เวต (69 กก.) ยูโซฟ เบโซเบ๊ค (อุซเบกิสถาน) เจอกับ มนัส บุญจำนงค์ ฮีโร่เหรียญทองโอลิมปิก 2004 เอเธนส์เกมส์ ที่กรีซ และเหรียญทองเอเชี่ยนเกมส์ครั้งที่ 15 โดฮาเกมส์ ที่กาตาร์ คู่นี้หากมนัสชนะจะทำให้ทีมไทยชนะเลิศได้คะแนนรวม และทำให้ทีมไทยได้ครองถ้วยพระราชทานเป็นสมัยที่ 6 ติดต่อกันทันที โดยหมดยกแรก มนัสเหนือชั้นกว่าดักชกแล้วหนีนำ 10-2 จากนั้นยก 2 มนัส ยังใช้ความเก๋าดักต่อยหมัดขวาตรง นำห่าง 15-10 และเป็น 22-10 ในยก 3 จนถึงยกสุดท้าย มนัสกระแทกหมัดขวาตรงแล้วหนีออกข้าง ไม่แลกด้วย นักชกอุซเบฯ จนปัญญาทำอะไรไม่ได้ ครบยกมนัสชนะแต้มขาดคว้าเหรียญทองเหรียญที่ 3 ให้กับทีมไทย A ด้วยสกอร์ 27-12 หมัด ส่วนเหรียญทองแดง อังคาร ชมภูพวง (ไทย B), มามาดาเคียฟ เซอร์เรียล (ทาจิกิสถาน)
ส่วนผลการชกคู่อื่น ๆ รุ่น 57 กก. หยางลี่ (จีน) ชนะคะแนน โซลทานอฟ บาโฮดิเลี่ยน (อุซ เบกิสถาน), เหรียญทองแดง คาริมอฟ บาโฮเดียร์ (ทาจิกิสถาน), เบคอฟ อัลมาส (คาซัคสถาน), รุ่น 64 กก. ซาปิเยฟ เซริค (คาซัคสถาน) ชนะคะแนน อาดิคอฟ โซเคียร์ (อุซเบกิสถาน) 26-8 เหรียญทองแดง เอริโก้ อมานูปันโย (อินโดนีเซีย), พิชัย สาโยธา (ไทย A), รุ่น 81 กก. อับดุลลามานอฟ เซอร์โซ๊ค (อุซเบกิสถาน) ชนะผ่าน บอร์บาเซฟ (คีร์กีซสถาน), เหรียญทองแดง เคอร์บานอฟ เคคอน (ทาจิกิสถาน), ไดเนส คูร์มาร์ (อินเดีย), รุ่น 91 กก. แททชานอฟ จาซัว (อุซเบกิสถาน) ชนะผ่าน โฮจาเดอร์รี่ เนอร์ซิเยฟ (เติร์กเมนิสถาน) เหรียญ ทองแดง คิม จิน ซุก (เกาหลีใต้), อิบราฮัม อาทบี้ (สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์), รุ่นเกิน 91 กก. ไซดอฟ รัสทาน (อุซเบกิสถาน) ชนะ อาร์เอสซีเอาต์สกอร์ ลี แต เคือง (เกาหลีใต้) ยก 2 (32-12), เหรียญทองแดง อาหมัด วัตต้า (ซีเรีย), ซาดี้ เอลมารูฟ (เลบานอน), รุ่น 75 กก. ราชุลลอฟ เอลโซค (อุซ เบกิสถาน) ชนะคะแนน วีเจนเดอร์ (อินเดีย) 19-5 เหรียญทองแดง อาตาเยฟ บาคิย่า (คาซัคสถาน), คิม เจ คีย์ (เกาหลีใต้), รุ่น 54 กก. อบูตาลิบอฟ คานัท (คาซัคสถาน) ชนะอาร์เอสซี นาจิต ซิงส์ (อินเดีย) 32-12 เหรียญทองแดง ดูรินแยบบู อ๊อดกอนดาไล (มองโกเลีย), ซายิมอฟ ออซูเม็ค (อุซ เบกิสถาน)
หลังจากรวมคะแนนแล้วปรากฏว่า นักชก ไทย A มีคะแนนรวมเท่ากับนักมวยอุซเบกิสถาน หลังจากตัดรุ่นเฮฟวี่เวต และรุ่นซูเปอร์เฮฟวี่เวต ที่ไม่นับรวมคะแนนเนื่องจากมีนักมวยไม่ครบ 8 คน แต่นักมวยไทยได้เหรียญทอง 3 รุ่น มากกว่าทีมมวยอุซ เบกิสถาน จึงครองถ้วยพระราชทานคิงสคัพ ครั้งที่ 29 ไปครองอย่างสมศักดิ์ศรี เป็นสมัยที่ 6 ติดต่อกัน ส่วนนักมวยยอดเยี่ยมประจำการแข่งขัน หรือเบสบ๊อกเซอร์ ได้แก่ สมจิตร จงจอหอ ในรุ่นฟลายเวต ซึ่ง เสธ.ทวีป กล่าวว่า พอใจภาพรวมของนักชกไทย แต่จะต้องปรับปรุงแก้ไขด้านความแข็งแกร่งอีกมาก เพื่อเตรียมส่งรายการต่างประเทศหาประสบ การณ์ และแก้ไขข้อบกพร่อง โดยเน้นรายการเวิลด์แชมเปี้ยนชิพ 2007 ระหว่าง 15-30 ก.ย. นี้ ที่จะคัดเลือกนักมวยทั่วโลกรุ่นละ 8 คนเข้าแข่งขันโอลิม ปิกเกมส์ 2008 ที่จีน ซึ่งต้องเตรียมนักชกให้ดีกว่าคิงสคัพครั้งนี้ เพราะเห็นแล้วว่ามีนักชกอันตรายเป็นคู่แข่งของไทยหลายรุ่น โดยเฉพาะนักชกจากอุซ เบกิสถาน นอกจากแข็งแกร่งแล้ว ยังเส้นใหญ่ด้วย อย่างไรก็ตาม ตนมั่นใจว่านักชกไทยทั้ง 4 คน ทั้ง อำนาจ, สมจิตร, สายลม และมนัส เป็นนักชกที่มีศักยภาพดีพอจะคว้าเหรียญโอลิมปิกได้.
ข้อมูลจาก เดลินิวส์
