ส่งถึงรองนายกรัฐมนตรีตามล่า’บริษัทกีฬาชื่อดัง’“คดีฉาว อชก.13”ถึงมือรองนายกรัฐมนตรี “ไพบูรย์” อนุญาโตตุลาการตัดสินให้รัฐเป็นฝ่ายชนะบริษัทกีฬาชื่อดัง “บิ๊กจารึก” ยืนกรานด้วนหน้าที่ต้องทำงานนี้ให้เสร็จ หลังคาราคาซังมานานเกือบ 10 ปี พร้อมระบุทั้ง 2 ฝ่ายต้องสู้แต่ต้องยืนกันคนละมุม ถ้าไม่สู้จะติดคุกโทษฐานละเลย
จากกรณีบริษัทเครื่องกีฬาชื่อดังแห่งหนึ่ง ที่ได้มีปัญหาฟ้องร้องกันกับคณะทำงานเอเชี่ยนเกมส์ครั้งที่ 13 หลังจากที่เสร็จสิ้นการที่ไทยเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันเอเชี่ยนเกมส์หนนั้นเมื่อปี 2541 และปรากฏว่า บริษัทดังกล่าวไม่สามารถจ่ายเงินสนับสนุนตามข้อตกลงได้ จึงเกิดการฟ้องร้องจากคณะทำงานเอเชี่ยนเกมส์
ในเรื่องนี้ พลตรีจารึก อารีราชการัณย์ ในฐานะเลขานุการคณะทำงานเอเชี่ยนเกมส์ครั้งที่ 13 ได้เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 5 เม.ย.ที่ผ่านมา ทางปลัดกระทรวงการคลัง ซึ่งเป็นประธานคณะทำงานฯ ได้ส่งหนังสือที่ได้รับแจ้งมาจากอนุญาโตตุลาการ ซึ่งได้พิจารณาข้อพิพาทของทั้ง 2 ฝ่ายแล้วพิจารณาว่า บริษัทกีฬาชื่อดังจะต้องจ่ายเงินตามข้อตกลงที่ทำสัญญากันไว้ 4 ล้านเหรียญสหรัฐพร้อมด้วยดอกเบี้ย ซึ่งมากเกิน 7 ล้านเหรียญสหรัฐ เมื่อตนเองในฐานะเลขาได้รับหนังสือแล้วก็ได้ทำหนังสือถึงรองนายกรัฐมนตรีคือ ฯพณฯ ไพบูลย์ วัฒนศิริธรรม ซึ่งกำกับดูแลกีฬา และเป็นประธานคณะกรรมการเอเชี่ยนเกมส์ครั้งที่ 13 พร้อมทั้งเรียนให้กับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ในฐานะประธานฯ เพื่อทราบ และได้เสนอให้รองนายกรัฐมนตรีนัดคณะกรรมการทั้ง 9 คนที่ดูแลเรื่องนี้อยู่ประชุมเพื่อที่จะหาทางดำเนินการต่อไป ซึ่งขั้นตอนต่อไปถ้าหากบริษัทดังกล่าวไม่ทำตามที่อนุญาโตตุลาการพิจารณาก็ต้องให้ศาลเป็นผู้พิจารณาตัดสินโดยจะมีการแนบการพิจารณาของอนุญาโตตุลาการไปด้วย
พลตรีจารึก กล่าวต่อว่า เรื่องนี้ไม่ใช่ความรู้สึกส่วนตัว มันเป็นหน้าที่ที่จะต้องทำ รัฐบาลมอบหมายแต่งตั้งให้ทำหน้าที่แล้ว หากว่าเราไม่ทำก็ต้อง ติดคุกโทษฐานละเลยต่อหน้าที่ ที่ควรจะต้องดำเนินการเรื่องเงินเพื่อที่จะนำมาให้กับประเทศ เพราะเรายังมีค่าใช้จ่ายที่ต้องคืนให้กับกองสลากอีกส่วนหนึ่งที่ได้ยืมมาใช้ในช่วงเอเชี่ยนเกมส์ เรื่องนี้คงไม่ใช่การสู้กันของใครคนใดคนหนึ่ง แต่เป็นความถูกต้องที่ต้องทำ ที่ทั้ง 2 ฝ่ายมีสิทธิที่จะโต้แย้งกันได้ แต่สุดท้ายศาลจะเป็นผู้พิจารณาความถูกต้องต่อไป ตนเองเชื่อว่าคณะกรรมการงานเอเชี่ยนเกมส์ชุดนี้ที่มี 9 คน ซึ่งรับผิดชอบโดยตรงจะมีการประชุมกันเร็ว ๆ นี้.
ข้อมูลจาก เดลินิวส์
