ทุกๆ วันพุธสัปดาห์สุดท้ายของเดือนพฤษภาคม ในทุกๆ ปีจะถือเป็นวัน แชลเลนจ์เดย์ หรือมหกรรมกีฬาเพื่อมวลชน ที่ถือว่าเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมกีฬาที่กำเนิดขึ้นเพื่อประชาชนทุกเพศ ทุกวัย ครอบคลุมครบ 76 จังหวัดทั่วประเทศไทยแชลเลนจ์เดย์ เป็นเกมกีฬาของมวลชนที่ใหญ่ที่สุด มีประชาชนจากทุกหมู่บ้าน ตำบล อำเภอ จังหวัดพร้อมใจให้ความร่วมมือออกกำลังกายอย่างพร้อมหน้าตั้งแต่เวลา 05.00 น.-19.00 น. เพื่อพิสูจน์การให้ความสำคัญกับสุขภาพร่างกายด้วยการหันมาออกกำลังกาย
จุดกำเนิดของกีฬาเพื่อมวลชน เกิดขึ้นครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ.2526 ที่เมืองซัสคาร์ตูน ประเทศแคนาดา จากการท้าทายกันระหว่างท้องถิ่น 2 แห่ง สุดท้ายมีประชาชนกว่า 50 ท้องถิ่นจำนวน 650,000 คนเข้าร่วมแข่งขัน ภายใต้วัตถุประสงค์ 3 ข้อคือ 1.ปลูกฝังให้ประชาชนรักการออกกำลังกายและเล่นกีฬา 2.สร้างความสามัคคี รักเกียรติภูมิ และต้องการสร้างชื่อเสียงให้กับท้องถิ่น และ3.สร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างท้องถิ่น หรือเมืองต่างๆ ที่เข้าแข่งขัน
ต่อมาในปี 2532 สมาคมกีฬามวลชนนานาชาติ (Trim And Fitness International Sport or All Assoclation) กำหนดให้ทุกวันพุธสัปดาห์สุดท้ายของเดือนพฤษภาคม ของทุกๆ ปี เป็นวัน แชลเลนจ์เดย์ นานาชาติ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมสุขภาพพลานามัย สุขภาพจิตที่แข็งแรงสมบูรณ์ มีคุณภาพชีวิตที่ดี และเป็นการแสดงออกของประชาชนในการมีส่วนร่วมให้ท้องถิ่นได้รับชัยชนะ
สโลแกนของ แชลเลนจ์เดย์ คือ กีฬาสร้างคน คนสร้างชาติ กีฬาเพื่อมวลชน สร้างคนทั้งชาติ
กว่า 18 ปีที่ แชลเลนจ์เดย์ เข้ามาในประเทศไทยภายใต้การดูแลจัดการแข่งขันของ สำนักงานพัฒนาการกีฬาและนันทนาการ (สพก.) ที่ถือว่าเป็นเจ้าภาพในส่วนของประเทศไทยเพื่อตอบสนองวัตถุประสงค์ของสมาคมกีฬามวลชนนานาชาติ (ทีเอเอฟไอเอสเอ)
สำหรับสนามแข่งขันไม่ได้จำกัดไว้อย่างชัดเจนขึ้นอยู่กับความพร้อมของแต่ละหมู่บ้าน ตำบล อำเภอ จังหวัด อาจจะเป็น ลานวัด, ลานบ้าน, โรงเรียน, ศาลาประชาคม, ที่ว่าง, สนามกีฬา, ถนนสาธารณะ, ที่ทำงาน ฯลฯ
เกมการแข่งขันที่ทุกคน คือผู้ชนะและเป็นผู้ชนะร่วมกัน ไม่มีใครเป็นผู้แพ้แค่เข้าร่วมกิจกรรม รูปแบบการแข่งขันที่จะให้ทุกคนทั่วประเทศรวมตัวกันเป็นคณะ หรือเป็นส่วนบุคคล ตามชุมชนต่างๆ ตั้งแต่เวลา 05.00 น. และออกกำลังกายด้วยการเคลื่อนไหวร่างกาย หรือทำกิจกรรมใดๆ เกินกว่า 15 นาที จากนั้นให้ไปรายงานกับหน่วยรายงานผลของอำเภอ กิ่งอำเภอ เขต เพื่อรวบรวมผลการทำกิจกรรมออกกำลังกายจนถึงเวลา 19.00 น. โดยประชาชน 1 คนนับเป็น 1 คะแนน เมื่อรวบรวมข้อมูลเรียบร้อย จังหวัดใดมีประชาชนให้ความร่วมมือเข้าร่วมกิจกรรมมากที่สุดหลังจากนำมาหาค่าเฉลี่ยเทียบกับจำนวนประชาชนทั้งหมดในจังหวัดถือว่าเป็นแชมป์ในปีนั้นๆ
ปี 2549 ที่ผ่านมา ผลการแข่งขันระดับประเทศ จังหวัดที่ประชาชนเข้าร่วมกิจกรรมมากที่สุดคือ สตูล มีผู้มาเข้าร่วมกิจกรรม 240,938 คนจากจำนวนประชากรทั้งหมด 272,547 คน คิดเป็นร้อยละ 96.04
ปี 2550 วันกีฬาเพื่อมวลชนจะตรงกับวันพุธที่ 30 พฤษภาคม โดย สพก. กำหนดกิจกรรมที่จัดแข่งขันหมวดใหญ่ๆ ประกอบด้วย กีฬาไทย, กีฬาสากล, กีฬาพื้นบ้าน, กีฬาเพื่อสุขภาพ, กีฬาทางน้ำ, เกมส์ โดยแบ่งเป็นชนิดกิจกรรมตามสภาพพื้นที่ที่เอื้ออำนวยดังนี้ ฟุตบอล, วอลเลย์บอล, บาสเกตบอล, ตะกร้อ, ว่ายน้ำ, เทนนิส, โก๋งเก๋ง, วิ่งกระสอบ, เสือข้ามห้วย, แข่งเต่า, ลิงชิงหาง, เดินกะลา, เดิน, วิ่งเพื่อสุขภาพ, กายบริหาร, แอโรบิคดานซ์, เต้นรำ, ดิสโก้, พายเรือ, ชักเย่อเรือ, เจ็ตสกี, เรือใบ, ชักเย่อ, วิ่งสามขา, เดินวิบาก เป็นต้น
76 จังหวัดทั่วประเทศถูกจับคู่แข่งขันคู่ต่อคู่รวม 38 คู่เพื่อเพิ่มสีสันบรรยากาศให้ดูเข้มข้นยิ่งขึ้น โดย แชมป์เก่า สตูล จับคู่กับ มุกดาหาร ขณะที่จังหวัดที่มียอดประชากรมากที่สุดอย่างกรุงเทพมหานครจำนวน 5,642,250 คน ถูกจับคู่กับ ขอนแก่น ที่มีประชากร 1,741,749 คน
ช่วงสายๆ ของวันที่ 31 พฤษภาคม ทุกจังหวัดจะสรุปผลรวมของประชาชนในจังหวัดที่ร่วมกิจกรรมและเสนอให้ สพก.รับทราบ เพื่อประกาศจังหวัดที่ครองแชมป์ แชลเลนจ์เดย์ ประจำปี 2550 ต่อไป
นายทินกร นำบุญจิตต์ ผู้อำนวยการ สพก.กล่าวว่า สพก.ต้องการผลักดันให้ประชาชนคนไทยรักการออกกำลังกายและได้มีโอกาสร่วมกิจกรรมกันเพื่อสร้างความสามัคคี อยากเห็นภาพของคนไทยทุกคนทั้ง 76 จังหวัดเข้าร่วมกิจกรรมกีฬาให้มากที่สุดในประวัติศาสตร์เพื่อร่วมกันเฉลิมฉลองปีมหามงคลพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเจริญพระชนมพรรษา 80 พรรษา
และเพื่อแสดงให้เห็นว่าคนไทยให้ความสำคัญกับการดูแลรักษาสุขภาพร่างกายมากเพียงใด?
หน้า 23
ข้อมูลจาก มติชน
