กิ๊กก๊อก ข่าว |
กิ๊กก๊อก Link |
|
|
ยักษ์ใหญ่ ไจแอนต์ส ยังดุบุกถอนเขา แรมส์
วัน จันทร์ ที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2551 07:32 น.กรีนเบย์ 7 14 3 0 24 48 ไลออนส์ 0 3 6 9 7 25 ที่ ดีทรอยต์,มิชิแกน : เบรตต์ Who? นั้นเป็นป้ายที่แฟนชีส แพคเกอร์ส ชู้ขึ้นหลังพวกเขาต่างมีความสุขกับผลงานของควอเตอร์แบ็กคนใหม่ อารอน ร็อดเจอร์ส ที่เดินหน้าพาทีมเก็บชัยชนะได้เป็นนัดที่ 2 ติดแม้จะออกมาเล่นนอกบ้านก็ตาม ร็อดเจอร์ส ขว้างทำ 3 ทัชดาวน์ในการพาทีมบุก 4 ครั้งแรกของครึ่งหลังก่อนช่วยให้ แพคเกอร์ส บุกไปชนะเพื่อนร่วมกลุ่มสิงโตผงาด ไลออนส์ ถึงถ้ำ 48-25 กรีนเบย์ นำเจ้าบ้าน 21-0 เมื่อเข้าสู่กลางควอเตอร์ 2 ก่อนจะถูกเจ้าบ้าน ไลออนส์ ฮึดสู้ไล่มาห่างเหลือแค่คะแนนเดียวหลัง คัลวิน จอห์นสัน รับทำทัชดาวน์ขณะเหลือ 7 นาทีกว่าในควอเตอร์สุดท้ายจากนั้น แพคเกอร์ส มาได้ 2 ฟิลด์โกล์ติดก่อนทีมรับจะแผลงฤทธิ์ไล่อินเตอร์เซ็ปต์ทีมบุกเจ้าบ้านได้ 3 หนโดย 2 ในนั้นเป็นของ ชาร์ล วูดสัน กับนิค คอลลิ้นส์ ที่วิ่งย้อน 41 และ 42 หลาทำทัชดาวน์ย้ำชัยให้ทีมเยือนวันนี้ ในอาทิตย์แรก ร็อดเจอร์ส ที่ขว้างทำ 1 และวิ่งเองทำอีก 1 ทัชดาวน์ขว้างลูกให้ปีกรับได้ 24 จาก 38 ครั้งกับระยะอีก 328 หลากับอีก 1 ฟัมเบิลในการบุกครั้งแรกเป็น แบรนดอน แจ๊คสัน ที่วิ่ง 61 หลา รวมถึง 19 หลาส่งให้ แพคเกอร์ส ขึ้นนำก่อนในการเล่นแค่ 3 นาทีแรก เกรก เจ็นนิ้งส์ รับลูกไปอีก 6 ครั้งทำระยะได้ 167 หลาขณะที่ โดนัลด์ ไดรเวอร์,เจมส์ โจนส์ และยอร์ดี่ย์ เนลสัน ต่างรับลูกทำทัชดาวน์ได้หมด ไลออนส์ ออกสตาร์ตด้วยสถิติ 0-2 เป็นครั้งที่ 5 นับตั้งแต่ปี 2001 เมื่อ แม็ตต์ มิลเล็น เข้ามารับตำแหน่งประธานทีมและจนถึงเวลานี้ทีมของเขามีสถิติ 31-83 จอน คิตน่า ขว้างลูกให้ปีกรับได้ 21 จาก 41 ครั้ง กับระยะอีก 276 หลาและ 2 ทัชดาวน์กับ 3 อินเตอร์เซ็ปต์ขณะที่ คัลวิน จอห์นสัน รับลูกทำระยะได้สูงสุดในชีวิตการเล่น 129 หลา จากการรับลูกไปแค่ 6 ครั้งเท่านั้น นับวัน ร็อดเจอร์ส ทำให้แฟน แพคเกอร์ส ลืม ฟาฟร์ ได้ไปเรื่อย ๆ หลังพาทีมบุก 3 ครั้งแรกไม่ขึ้น ร็อดเจอร์ส ก็พยายามใช้แนวป้องกันให้เป็นประโยชน์ก่อนมาขว้างลูกให้ เจมส์ รับทำทัชดาวน์ช่วยให้ทีมขึ้นนำก่อนหนีห่างไปเป็น 21-0 เมื่อขว้างลูก 29 หลาให้ เนลสัน รับทำทัชดาวน์ขณะเหลือ 6 นาทีกว่าของครึ่งแรก ดีทรอยต์ ไม่ยอมแพ้ จอน คิตน่า มาขว้างทำทัชดาวน์ในควอเตอร์สุดท้ายช่วยให้ทีมไล่มาเป็น 16-24 ตามด้วยแซงขึ้นนำเป็นครั้งแรก 25-24 เมื่อ คิตน่า ลูก 47 หลาให้ จอห์นสัน รับทำทัชดาวน์แต่หลังจากนั้น แพคเกอร์ส ก็มาทำรวดเดียว 3 ทัชดาวน์ ชนะไปในที่สุด Key stat : ไลออนส์ ใช้การวิ่งไป 11 ครั้งทำระยะได้ 49 หลา หลังมีคะแนนตามหลัง แพคเกอร์ส 21-0 เมื่อจบครึ่งแรก จอน คิตน่า พาทีมแซงกลับขึ้นมานำได้ Noteworthy : ไลออนส์ กับแพคเกอร์ส เจอกันมาทุกปีนับตั้งแต่ปี 1932 เป็นต้นมา.....และนับตั้งแต่ปี 2000 เป็นต้นมา แพคเกอร์ส เอาชนะ ไลออนส์ ได้ 6 ครั้งติดรวมถึง 14-3 ด้วย.....ย้อนกลับไปในปีที่แล้วด้วย ไลออนส์ มีสถิติ 1-9 ใน 10 เกมหลัง.....ควอเตอร์แบ็ก จอน คิตน่า ของ ไลออนส์ มีสถิติ 0-5 ยามลงเล่นในฐานมือ 1 เจอกับ แพคเกอร์ส มาตั้งแต่ปี 2006 บัฟฟาโล่ 7 3 0 10 20 จากัวร์ส 0 3 10 3 16 ที่ แจ๊คสันวิลล์,ฟลอริดา : วัวป่า บิลส์ ที่ออกสตาร์ตเกมแรกด้วยการไล่ขวิดเหยี่ยวทะเล ซีฮอว์คส์ แพ้กลับไปอย่างยับเยินยังคงเดินหน้าเก็บชัยชนะได้เป็นนัดที่ 2 ติดด้วยการบุกไปขวิดเสือดาว จากัวร์ส ที่เมื่ออาทิตย์ก่อนเพิ่งพ่ายกลับมาแพ้คาถ้ำ 20-16 ควอเตอร์แบ็ก เทร็นต์ เอ็ดเวิร์ดส์ ขว้างลูกให้ปีก เจมส์ ฮาร์ดี่ย์ รับในปลายควอเตอร์สุดท้ายย้ำชัยให้ทีมเยือน เอ็ดเวิร์ดส์ พาทีมบุกออกสตาร์ต 10 ครั้งด้วยการขว้างได้แบบ 100% ก่อนจบการบุกครั้งแรกด้วยการยัดลูกให้ มาร์ชอว์น ลินช์ วิ่ง 11 หลาทำทัชดาวน์ให้ทีมขึ้นนำเจ้าบ้านก่อน 7-0 จากนั้น จากัวร์ส กับบิลส์ ต่างได้มาคนละฟิลด์โกล์ในควอเตอร์ 2 ส่งผลให้จบครึ่งแรกด้วยการที่ทีมเยือนนำเจ้าบ้านไปก่อน 10-3 เข้าสู่ควอเตอร์ 3 เจ้าบ้านเน้นทีมรับเล่นให้เหนียวแน่นขึ้นส่งผลให้ บิลส์ มีโอกาสลงมาบุกแค่ 4 ครั้งตลอด 15 นาทีของควอเตอร์นี้และเป็น เดวิด การ์ราร์ด ที่พาทีมบุกทำระยะขึ้นมา 74 หลา ก่อนจบลงด้วยการที่รันนิ่งแบ็ก มัวริซ โจนส์-ดรู วิ่ง 2 หลาทำทัชดาวน์ช่วย ให้ทีมไล่ตีเสมอสำเร็จที่ 10 เท่ากันจากนั้นทีมพิเศษ จากัวร์ส ก็หลอกด้วยการเตะ onside kick ทำให้ทีมบุกมีโอกาสได้ลงมาบุกอีกครั้งแต่ท้ายสุดก็ได้แค่ส่ง จอร์ช สโคบี ลงมาเตะฟิลด์โกล์ระยะ 50 หลาเข้าไป ทีมรับ บิลส์ ก็ลงมาอัดทีมบุก จากัวร์ส บุกไม่ขึ้นนำเป็นครั้งแรกของเกม 13-10 เข้าสู่ควอเตอร์สุดท้าย เอ็ดเวิร์ดส์ ทำเอาแฟนทีมเยือนใจหล่นไปอยู่ตาตุ้ม เมื่อทำฟัมเบิลทำให้ สโคบี ได้ลงมาเตะฟิลด์โกล์ระยะ 39 หลา ทำให้เจ้าบ้านหนีห่างไปเป็น 16-10 ขณะเดียวกันนั้นเป็นการทำคะแนน เป็นครั้งสุดท้ายของเจ้าบ้านด้วยเมื่อต่อจากนั้น เอ็ดเวิร์ดส์ แก้ตัวด้วยการขว้างลูก 7 หลาให้ ฮาร์ดี่ย์ รับทำทัชดาวน์ช่วยให้ทีมแซงขึ้นมานำ 17-16 ก่อนที่ ไรอัน ลินเดลล์ จะเตะฟิลด์โกล์ 45 หลาส่งท้ายย้ำชัยให้ทีมเยือน เอ็ดเวิร์ดส์ ขว้างลูกให้ปีกรับได้ 20 จาก 25 ครั้ง กับระยะ 239 หลาส่วน การ์ราร์ด ขว้างได้ 17 จาก 28 ครั้งกับ 165 หลา 1 อินเตอร์เซ็ปต์ให้กับ จากัวร์ส ที่ออกสตาร์ตได้แย่สุด (0-2) นับตั้งแต่ปี 2003 ซึ่งเป็นปีที่พวกเขาจบซีซั่นด้วยสถิติ 5-11 Key stat : ทีมรับ บิลส์ ทำผลงานได้ดีมากเมื่อทำให้ทีมบุก จากัวร์ส เปลี่ยนการบุกหนที่ 3 ให้เป็นครั้งแรกได้แค่ 2 จาก 11 ครั้งเท่านั้น Noteworthy : เทร็นต์ เอ็ดเวิร์ดส์ ขว้างลูก 10 ครั้งแรกได้หมด.....ปีกรุกกี้ บิลส์ เจมส์ ฮาร์ดี่ย์ รับลูกทำทัชดาวน์แรกได้ในชีวิตการเล่น ฆ..ในควอเตอร์ 3 จากัวร์ส ประสบความสำเร็จกับการเล่น onside kick...... เรดสกินส์ 3 6 6 14 29 นิวออร์ลีนส์ 0 10 14 0 24 ที่ แลนโดเวอร์,เมดสัน : เจสัน แคมเบลล์ ที่ต้องเรียนต้นเรียนรู้การบุกในแบบ West Coast offense จากโค้ชคนใหม่ จิม ซอร์น ขว้างลูกไกล 67 หลาให้ แซนตาน่า มอสส์ รับทำทัชดาวน์ช่วยให้นักบุญ เซนต์ส พลิกกลับมาชนะทีมเยือนนักบุญ เซนต์ส ได้อย่างปาฏิหาริย์ 29-24 แคมเบลล์ ที่ขว้างลูกได้ 24 จาก 36 ครั้ง กับระยะอีก 321 หลาเล่น big-play ขณะเหลือ 3 นาทีกว่าของควอเตอร์สุดท้ายโดยที่ทีมตามหลังอยู่ 22-24 เจ้าตัวหลอกว่าจะวิ่งก่อนขว้างลูกไกลให้ มอสส์ ที่วิ่งแซงหน้าตัวคุมปีก เทรซี่ย์ พอร์เตอร์ รับวิ่งยาวทำทัชดาวน์ช่วยให้ เซนต์ส ขึ้นนำซึ่ง 63 หลาที่ แคมเบลล์ ขว้างได้ถือว่าไกลสุดในชีวิตการเล่นของเจ้าตัวด้วยส่วน มอสส์ รับลูกไป 7 ครั้งทำระยะได้ 164 หลา คริส ฮอร์ตัน ผู้เล่นที่ถูกเลือกมาจากรอบ 7 สบโอกาสได้ลงเล่นเป็นครั้งแรกเนื่องจากเจ้าของตำแหน่ง รีด ดั๊กตีย์ ป่วยทำ 2 อินเตอร์เซ็ปต์กับเก็บบอลจากการฟัมเบิลได้อีก 1 ครั้งจากการที่ทีมเยือนเสีย turnover 3 หน เร็กจี้ บุช รับลูกพันต์วิ่งย้อน 55 หลาทำทัชดาวน์ให้ เซนต์ส ขึ้นนำเจ้าบ้าน 24-15 เมื่อจบควอเตอร์ 3 แต่ คลินตัน พอร์ทิส ก็มาวิ่ง 8 หลาทำทัชดาวน์คืนช่วยให้ทีมไล่มาห่างเหลือแค่คะแนนเดียวก่อนที่ แคมเบลล์ จะขว้างลูกให้ มอสส์ รับทำทัชดาวน์ขโมยชัยชนะมาจากทีมเยือน Key stat : ในครึ่งแรก เรดสกินส์ ใช้การวิ่งมากกว่านัดแรกที่ไปแพ้ ไจแอนต์ส (18) ถึง 2 เท่า 38 ครั้ง พร้อมกันนั้นยังทำผลต่างของระยะได้เหนือกว่าทีมเยือน 203-112 แต่กลายเป็นว่ามีคะแนนตามหลัง 9-10 Noteworthy : ก่อนเกมเริ่มโค้ช ชอว์น เพย์ตัน ของ เซนต์ส ได้รับการต่อสัญญาไปจนถึงปี 20-12......กับการวิ่งทำได้ 2 ทัชดาวน์ทำให้ คลินตัน พอร์ทิส แซงหน้า ลาร์รี่ย์ บราวน์ ขึ้นไปอยู่อันดับ 4 ตลอดกาลของตัววิ่ง เรดสกินส์ เมื่อทำไปแล้ว 36 ทัชดาวน์ ไจแอนต์ส 7 6 7 21 41 แรมส์ 0 6 0 7 13 ที่ เซนต์หลุยส์ : การเล่น big-Play ของ จัสติน ทัค ทำให้การบุก 97 หลากับแชมป์เมื่อปีที่แล้วยักษ์ใหญ่ ไจแอนต์ส จบลงอย่างสวยหรูเมื่อทำ ทัชดาวน์ได้พร้อมกับยืดสถิติไม่แพ้ใครนอกบ้านเป็นนัดที่ 12 ติดหลังบุกไปถอนเขาแกะเขาโง้ง แรมส์ ถึงถิ่น 41-13 อีไล แมนนิ่ง ขว้างทำไป 2 ทัชดาวน์พร้อมทีมรับ ไจแอนต์ส ไล่แซ็กควอเตอร์แบ็ก มาร์ค บอลเกอร์ ของเจ้าบ้านลงไปกองกับพื้นได้อีก 5 ครั้ง ก่อนทำสถิติไม่แพ้ใครเป็นนัดที่ 2 พร้อมกับทำให้ แรมส์ ชนะใครไม่เป็น 2 นัดติดเช่นกัน 2 ควอเตอร์แรกผ่านไปพร้อม กับมีการทำได้แค่ทัชดาวน์เดียวจาก แมนนิ่ง ที่ขว้างลูก 33 หลาให้ปีก ฟลาซิโอ เบิร์ส รับในควอเตอร์แรกทำให้ทีมเยือนนำไปก่อน 7-0 จากนั้นในช่วงเวลาที่เหลือทั้ง 2 ทีมต่างทำได้ดีสุดแค่ฟิลด์โกล์จบครึ่งแรก ไจแอนต์ส นำเจ้าบ้านไปก่อน 13-6 ก่อนที่ออกสตาร์ตครึ่งหลังเป็น แมนนิ่ง ขว้างลูก 10 หลา ให้ อมานี่ ทูเมอร์ รับทำทัชดาวน์ที่ 2 ส่งให้ทีมเยือนหนีห่างไปเป็น 20-6 เข้าสู่ควอเตอร์สุดท้ายเจ้าบ้านที่เล่นได้สูสีกับทีมเยือนมาตลอดก็ทำนบพังหลัง บอลเกอร์ ขว้างลูกไกล 45 หลา ให้ปีก ธอร์รี่ย์ โฮลต์ รับทำทัชดาวน์ช่วยให้ แรมส์ ไล่มาเป็น 13-20 จากนั้นทีมเยือนก็ไล่ทุบเจ้าบ้านอยู่ข้างเดียว เมื่อเข้าสู่กลางควอเตอร์สุดท้าย แมนนิ่ง มาขว้างลูก 18 หลาให้ อาเหม็ด แบรดชอว์ รับวิ่งเข้าทำทัชดาวน์ส่งให้ทีมเยือนหนีห่างไปเป็น 27-13 ก่อนที่ลูกอินเตอร์เซ็ปต์วิ่งย้อน 41 หลาทำทัชดาวน์ของ ทัค ถือเป็นลูกย้ำชัยให้ทีมเยือนอย่างแน่นอนเมื่อทำให้ ไจแอนต์ส นำขาดเป็น 34-13 ก่อนที่ แบรดชอว์ จะหลุดทะลุวิ่ง 31 หลาทำทัชดาวน์สุดท้ายช่วยให้ ไจแอนต์ส บุกไปถล่มเจ้าบ้านแบบหมดทางสู้ แมนนิ่ง ขว้างลูกให้ปีกรับได้ 20 จาก 29 ครั้ง กับระยะอีก 260 หลา 3 ทัชดาวน์ โดยไม่มีผิดพลาดถูกอินเตอร์เซ็ปต์ แบรนดอน จาค็อบส์ วิ่งไปอีก 15 ครั้ง ทำระยะได้ 93 หลาส่วน บอลเกอร์ ขว้างได้ 20 จาก 32 ครั้ง กับระยะ 177 หลา และ 1 ทัชดาวน์ กับ 1 อินเตอร์เซ็ปต์ สตีเว็น แจ๊คสัน วิ่งไป 13 ครั้งทำระยะได้ 53 หลาให้กับ แรมส์ Key stat : ไจแอนต์ส ทำดาวน์ที่ 1 ได้ 25 ขณะเดียวกันก็ปล่อยให้เจ้าบ้านทำได้แค่ 13 ครั้ง แรมส์ เปลี่ยนการบุกหนที่ 3 ให้เป็นหนแรกได้แค่ 3 จาก 13 ครั้งเท่านั้น Noteworthy : เมื่อนับรวมปีที่แล้วด้วยไจแอนต์ส ทำสถิติไม่แพ้ใครนอกบ้านเป็นนัดที่ 12 ติด.....จอห์น คาร์นี่ย์ ซึ่งถูกคว้าตัวมาทำหน้าที่ ลอว์เร็นซ์ ไทเนส เตะฟิลด์โกล์เข้าไปแล้ว 5 ครั้งให้กับ ไจแอนต์ส ปีนี้ ...... นิวอิงแลนด์ 3 3 10 3 19 เจ็ตส์ 0 3 0 7 10 ที่ อีสต์รูเธอร์ฟอร์ด,นิวเจอร์ซีย์ : แม้ไม่มีเงา ทอม เบรดี้ แต่นั่นใช่ปัญหาใหญ่ สำหรับนักรบกู้ชาติ เพเทรียตส์ เมื่อยังมี แม็ตต์ คาสเซลล์ ที่สามารถพาทีมบุกไปชนะจรวด เจ็ตส์ ของ เบรตต์ ฟาฟร์ ได้ถึงถิ่น 19-10 คาสเซลล์ ผู้ซึ่งไม่เคยลงเล่นในฐานะมือ 1 มาเลยนับแต่เล่นในระดับไฮสกูลแต่เขา ก็ขว้างลูกให้ปีกรับได้ 16 จาก 23 ครั้งกับระยะอีก 165 หลาก่อนที่ แซมมี่ย์ มอร์รีส จะมาวิ่งทำอีก 1 ทัชดาวน์และ สตีเฟ่น กอสต์คาวสกี้ มาเตะอีก 4 ฟิลด์โกล์ให้ทีมเยือน เพเทรียตส์ ที่ออกสตาร์ตด้วยการขึ้นนำทีมเยือนไปก่อน 6-0 จากการเตะฟิลด์โกล์ระยะ 21 และ 37 หลา ในปลายควอเตอร์แรกและต้นควอเตอร์ 2 ก่อนที่ เจ็ตส์ จะไล่มาเป็น 3-6 เมื่อจบครึ่งแรก เข้าสู่ครึ่งหลัง มอร์รีส มาวิ่ง หลาเดียวทำทัชดาวน์ให้ เพเทรียตส์ ก่อน กอสต์คาวสกี้ จะมาเตะฟิลด์โกล์ที่ 3 ของตนในระยะ 28 หลาทำให้เข้าสู่ควอเตอร์สุดท้าย ด้วยการที่ทีมเยือนหนีห่างไปเป็น 16-30 ถึงแม้ เบรตต์ ฟาฟร์ ซึ่งวันนี้ขว้างลูกให้ปีกรับได้ 18 จาก 26 ครั้งกับระยะ 181 หลาจะมาขว้างทัชดาวน์เดียวของตนเองให้ สตัคคี่ย์ รับทำทัชดาวน์ได้แต่แค่นั้นไม่เพียงพอที่จะช่วยให้ เจ็ตส์ พลิกกลับมาชนะได้ส่งผลให้แพ้ไปในที่สุด Key stat : ในครึ่งหลัง รันนิ่งแบ็ก ลามอนต์ จอร์แดน ของ เพเทรียตส์ วิ่งคนเดียว 11 ครั้งทำระยะไป 62 หลา ก่อนช่วยให้ทีมใช้เวลาในการบุกครึ่งหลังนานถึง 11:53 นาที Noteworthy : ชัยชนะนัดนี้ทำให้ เพเทรียตส์ ทำสถิติไม่แพ้ในการบุกมาเยือน มีโดว์แลนด์ส เป็นนัดที่ 8 ติด.....ครั้งสุดท้ายที่ เพเทรียตส์ ชนะโดยไม่มี ทอม เบรดี้ ลงเล่นในฐานะมือ 1 คือเมื่อ 17 ธ.ค.2000 ที่ชนะ ดอลฟินส์ 27-24 ......เป็นครั้งแรกที่ เพเทรียตส์ ทำคะแนนในครึ่งแรกไม่ได้นับตั้งแต่ 10 ธ.ค.2006 ที่แพ้ต่อ ดอลฟินส์ 21-0 สรุปผลการแข่งขัน NFL อาทิตย์ 2 เทนเนสซี ชนะ เบงกอลส์ 24-7 บัฟฟาโล่ ชนะ แจ๊คสันวิลล์ 20-16 เรดเดอร์ส ชนะ แคนซัส 23-8 โคลต์ส ชนะ มินเนโซตา 18-15 แคโรไลนา ชนะ ชิคาโก 20-17 กรีนเบย์ ชนะ ไลออนส์ 48-25 ไจแอนต์ส ชนะ แรมส์ 41-13 วอชิงตัน ชนะ นิวออร์ลีนส์ 29-24 แทมป้าเบย์ ชนะ ฟอลคอนส์ 24-9 นิวอิงแลนด์ ชนะ เจ็ตส์ 19-10 แอริโซนา ชนะ ไมอามี 31-10 49ers ชนะ ซีแอตเติล 33-30 (OT) เดนเวอร์ ชนะ ซานดีเอโก 39-38 พิตส์เบิร์ก ชนะ คลีฟแลนด์ 10-6
|
|
|
|