คอลัมน์ ปักกิ่ง เกมส์คุณสมบัติที่ทำให้ โอลิมปิคเกมส์ ไม่ว่ายุคไหน สมัยใด คงความหมายของ มหกรรมกีฬาแห่งมวลมนุษยชาติ ได้เสมอมา ประการหนึ่งคือการเป็นเวทีชิงชัยความเป็นสุดยอดของแต่ละชนิดกีฬาที่ต้องใช้เวลาพิสูจน์ฝีมือกัน 4 ปีครั้ง
และอีกประการคือเจตนารมณ์ดั้งเดิมของ บารอน ปิแอร์ เดอ กูแบร์แต็ง ผู้ริเริ่มโอลิมปิคเกมส์สมัยใหม่ที่ว่า ความสำคัญของโอลิมปิคเกมส์อยู่ที่การมีส่วนร่วม
บ่อยครั้งที่การร่วมแข่งขันของนักกีฬาคนหนึ่งกลายเป็นแรงบันดาลใจให้ผู้ชมทั่วโลกในเรื่องของความมุ่งมั่น เพียรพยายาม และไม่ยอมแพ้ เช่นในครั้งนี้ มีการร่วมแข่งขันของนักกีฬา อิรัก ประเทศซึ่งยังคงคุกรุ่นด้วยไฟสงคราม หรือการคว้าสิทธิเข้าร่วมแข่งขันว่ายน้ำของ ดาร่า ตอร์เรส เงือกสาวชาวอเมริกัน ผู้ยังทำสถิติได้ไม่แพ้รุ่นน้องๆ ทั้งที่ปัจจุบันเธออายุปาเข้าไป 41 ปีแล้ว!
ปักกิ่งเกมส์ ยังพิเศษตรงที่นักกีฬาบางคนนั้น แม้ร่างกายจะไม่สมบูรณ์พร้อมเท่ากับคนอื่นๆ ก็ยังสามารถแข่งขันเคียงบ่าเคียงไหล่นักกีฬาปกติธรรมดาได้อย่างเท่าเทียม
แรกสุดคือ เวโรนิก ชิราร์เด้ต์ นักยิงเป้าบินทีมชาติฝรั่งเศส ซึ่งตาบอดข้างเดียวมาตั้งแต่อายุ 2 ขวบ เนื่องจากป่วยเป็นมะเร็ง
เวโรนิกเลือกเล่นกีฬายิงเป้าบินตามคำแนะนำของพ่อตอนอายุ 16 โดยให้เหตุผลว่า การยิงเป้าเคลื่อนไหวสำคัญที่สมาธิและจังหวะมากกว่าเรื่องสายตา เพราะถ้าเธอเลือกยิงเป้านิ่ง มันจะยากกว่านี้เยอะทีเดียว
หลังจากคว้าแชมป์โลกประเภทเคลย์-พีเจี้ยน ถึง 4 สมัย เมื่อ 7 ปีที่แล้วในวัย 35 ปี นักแม่นปืนแดนน้ำหอมก็หันไปหัดยิงเป้าบินประเภทสกีตเพราะอยากลุ้นเหรียญทองโอลิมปิคกับเขาบ้าง
นอกจากเวโรนิกแล้ว ในอีกไม่กี่วันข้างหน้า นาตาเลีย พาร์ทิก้า นักเทเบิลเทนนิสหญิงจากโปแลนด์ กำลังจะสร้างประวัติศาสตร์เป็นนักกีฬาปิงปองคนแรกของโลกที่ร่วมแข่งขันทั้งในโอลิมปิคเกมส์และพาราลิมปิคเกมส์ เมื่อเธอเป็นตัวแทนโปแลนด์แข่งขันในประเภททีมหญิง
นาตาเลียแตกต่างจากคนทั่วไปตรงที่แขนขวาของเธอไม่สมบูรณ์ มีแค่ถึงข้อศอกตั้งแต่กำเนิด แต่กระนั้น เธอก็ไม่เคยทิ้งความฝันและความตั้งใจที่จะเล่นกีฬาชนิดนี้
ขณะที่มือซ้ายกระชับไม้ที่ใช้ตี นาตาเลียจะใช้ปลายศอกขวาประคองลูกโยนเพื่อเสิร์ฟ เธอยอมรับว่าความที่แขนยาวไม่เท่ากันทำให้มีปัญหาเรื่องการทรงตัวอยู่บ้าง แต่เธอก็ทดแทนด้วยกำลังขาที่แข็งแกร่งและฟุตเวิร์กที่คล่องแคล่ว จนทำอันดับโลกในประเภทหญิงเดี่ยวได้ถึงอันดับ 147
ยิ่งถ้าเป็นการแข่งขันของนักกีฬาคนพิการด้วยแล้ว เธอยิ่งโดดเด่น โดยในพาราลิมปิคเกมส์ 2004 ที่กรุงเอเธนส์ เมื่อ 4 ปีก่อน นาตาเลียในวัยเพียง 15 ปี คว้าเหรียญทองหญิงเดี่ยวในประเภทความพิการที่เธอแข่งขัน
เมื่อต้นปี นักปิงปองสาวจากโปแลนด์เรียกเสียงฮือฮาในการแข่งขันชิงแชมป์โลกประเภททีม ด้วยการพลิกล็อคโค่น หลี่ เจีย เว่ย มืออันดับ 6 ของโลก ชาวจีนที่โอนสัญชาติไปเป็นสิงคโปร์ อย่างเหลือเชื่อ
นอกจากนาตาเลียแล้ว ปักกิ่งเกมส์ครั้งนี้ยังมีอีกหนึ่งนักกีฬาหญิงชื่อคล้ายๆ กันซึ่งหลังจบการแข่งขันโอลิมปิคเกมส์แล้วจะปักหลักพักในหมู่บ้านนักกีฬาต่อไปเพื่อร่วมแข่งขันพาราลิมปิคเกมส์ด้วย นั่นคือ นาตาลี ดู ตัวต์ นักว่ายน้ำหญิงทีมชาติแอฟริกาใต้นั่นเอง
สาววัย 24 ปีจากเคปทาวน์ ฉายแววนักว่ายน้ำฝีมือเยี่ยมตั้งแต่อายุยังน้อย และมีโอกาสลงแข่งขันระดับนานาชาติตั้งแต่อายุ 14 ปี แต่กลับต้องพบกับ ฝันร้าย ในเดือนกุมภาพันธ์ 2001 เมื่อเธอถูกรถชนขณะขี่สกู๊ตเตอร์ไปโรงเรียน และแพทย์จำเป็นต้องตัดขาซ้ายตั้งแต่บริเวณเหนือเข่าทิ้ง
...ในช่วงชีวิตที่อาจดูเหมือนสุดทางสำหรับหลายๆ คน นาตาลีกลับไม่ปล่อยเวลาให้ผ่านไปแบบไร้จุดหมาย หลังฟื้นตัวจากอุบัติเหตุ เธอก็กลับไปซ้อมอีกครั้งในเดือนพฤษภาคม เธอกลายเป็นเจ้าของสถิติว่ายน้ำของนักกีฬาพิการ (หลายประเภทรวมกัน) ทั้งฟรีสไตล์ 50 และ 100 เมตรหญิง อีกทั้งยังเป็นนักว่ายน้ำคนแรกในประวัติศาสตร์ที่ทำสถิติผ่านเกณฑ์แข่งขันของนักกีฬาปกติ ในประเภทฟรีสไตล์ 800 เมตร หญิง ในกีฬาคอมมอนเวลธ์เกมส์ 2002 ก่อนจะหันไปเอาดีในการว่ายน้ำระยะไกลอย่างจริงจัง โดยในช่วงที่ว่างเว้นจากการฝึกซ้อมหรือแข่งขัน นาตาลีจะเดินทางไปทั่วประเทศเพื่อบอกเล่าเรื่องราวชีวิตของเธอเพื่อเป็นแรงบันดาลใจในการสู้ชีวิต
ปักกิ่งเกมส์ครั้งนี้ เงือกสาวขาเดียวผ่านการคัดเลือกเข้าแข่งขันว่ายน้ำกลางแจ้งระยะทาง 10 กิโลเมตร ซึ่งเพิ่งบรรจุเข้าแข่งขันโอลิมปิคเกมส์ได้สำเร็จ เธอทุ่มเทเวลาเก็บตัวฝึกซ้อมที่ออสเตรเลีย ช่วงที่ซ้อมหนักๆ ก็ต้องว่ายระยะทางรวมถึง 19 กิโลเมตรต่อวัน
...ปักกิ่งเกมส์หนนี้ นักปิงปองสาว นาตาเลีย บอกว่า เธอคงไม่กล้าหวังถึงเหรียญรางวัลเพราะมีนักกีฬามือพระกาฬจากชาติอื่นร่วมมากมาย แต่สำหรับเงือกสาว นาตาลี แล้ว นี่ไม่ใช่ฝันที่ไกลเกินเอื้อมเลย ซึ่งหากเธอทำสำเร็จ นักว่ายน้ำหญิงจากแอฟริกาใต้ก็จะกลายเป็นนักกีฬาแขนหรือขาขาดคนแรกในรอบ 56 ปี ที่คว้าเหรียญโอลิมปิคได้ นับตั้งแต่ แครอลี่ ทาคัชส์ นักยิงปืนสั้นจากฮังการี ที่หันมาหัดยิงปืนมือซ้ายหลังเสียมือขวาเพราะโดนระเบิด ก่อนคว้าเหรียญทองในโอลิมปิคปี 1948 และ 1952 มาครอง
ท้ายที่สุดแล้ว นาตาลีจะทำได้หรือไม่ ต้องรออีกหลายวันกว่าจะทราบ แต่ไม่ว่าผลจะเป็นเช่นไร เธอบอกว่ามีสิ่งหนึ่งที่สำคัญยิ่งกว่านั้นในการร่วมแข่งขันของเธอในครั้งนี้
ประเด็นไม่ได้อยู่ที่ว่าฉันอยากจะลบคำสบประมาทของใคร แต่แค่อยากพิสูจน์ให้ทุกคนเห็นว่าทุกอย่างเป็นไปได้ต่างหากละคะ
...และนั่นคืออีกหนึ่งคุณสมบัติที่แทนความหมาย มหกรรมกีฬาของมวลมนุษยชาติ ได้เป็นอย่างดีเช่นกัน
หน้า 30
ข้อมูลจาก มติชน
