ทีมมวยสากลสมัครเล่นไทยยกทีมฝึกซ้อม ที่ยิมเนเซี่ยมดีถัน กรุงปักกิ่ง เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม โดยสตาฟฟ์โค้ชเน้นทางด้านความเร็ว เริ่มด้วยการวิ่งประมาณ 15 นาที ก่อนจับคู่เล่นเชิง การหลอกฉวยโอกาสเข้าทำและให้ต่อยหมัดชุด ต่อเนื่องชุดละ 20 วินาที ทั้งหมด 10 ชุด แล้วจึงมาต่อยเป้าแบบสลับหน้าอีก 8 ยก รวมเวลาในการฝึกซ้อมเกือบ 2 ชั่วโมงทั้งที่ตามตารางกำหนดให้ซ้อมได้แค่ 1 ชั่วโมงทั้งนี้ ก่อนการฝึกซ้อมจะเริ่มขึ้นเจ้าหน้าที่ประสานงานของยิมเนเซี่ยมได้แจ้งให้สตาฟฟ์โค้ชทราบว่ามีความประสงค์จะใช้นวมที่ใช้ในการแข่งขันจริงหรือไม่ สตาฟฟ์โค้ชจึงให้นักชกไทยได้ทดลองสลับเปลี่ยนกันใส่นวมที่จะแข่งขันมาต่อยกระสอบ และต่อยเป้าจริง เพื่อให้เกิดความคุ้นเคย
มนัส บุญจำนงค์ กล่าวว่า นวมที่ใช้แตกต่างกับของเดิมพอสมควร มีลักษณะบางและแข็งกว่าเดิม เวลาล่อถูกเป้าจะรู้สึกเจ็บ แต่ก็ไม่มากเท่าใด ขณะที่ สมจิตร จงจอหอ กล่าวว่า นวมมีลักษณะแตกต่างไปจากนวมที่ใช้ในการแข่งขันทั่วไป ตรงที่มีช่องระบายลมตรงกลางฝ่ามือ เลยทำให้รู้สึกแปลกๆ แต่ก็เชื่อว่าหลังจากได้ใส่ซ้อมสักครั้งสองครั้งก็น่าจะปรับตัวได้ เช่นเดียวกับนักชกไทยรรายอื่นๆ ที่ยอมรับว่า แตกต่างจากนวมที่ซ้อมอยู่เล็กน้อย แต่ก็ไม่น่าจะมีปัญหา
จ.ส.อ.กามนิตย์ นารีรักษ์ หัวหน้าสตาฟฟ์โค้ช กล่าวว่า นักชกไทยทั้งหมดอยู่ในสภาพที่พร้อมจะทำการแข่งขันไม่มีปัญหาการปรับตัว
ทีมมวยไทยสมบูรณ์ร้อยเปอร์เซ็นต์แล้ว ที่กำลังทำอยู่คือ รักษาระดับเอาไว้ให้ถึงการแข่งขันจริงเท่านั้น เปรียบเทียบแล้วอยู่ในมาตรฐานเดียวกับชุดโอลิมปิคเกมส์ 2004 ทำให้มั่นใจได้ว่าทุกคนมีโอกาสคว้าเหรียญรางวัล รวมทั้งสายลม อาดี ม้านอกสายตาก็ซ้อมดีมาก หัวหน้าสตาฟฟ์โค้ชทีมหมัดไทย กล่าวในตอนท้าย
@ วิลลี่ไม่มั่นใจ-จบอลป.เลิกเล่น
วีระเดช วิลลี่ โคธนี่ นักฟันดาบเซเบอร์ทีมชาติไทย กล่าวว่า หลายปีที่ผ่านมามีฟอร์มและทักษะการเล่นตกต่ำเนื่องจากขาดผู้เล่นที่เก่งๆ มาเป็นคู่ซ้อม แม้ว่าจะได้โควต้าเข้าร่วมการแข่งขันโอลิมปิคเกมส์ 2008 แต่ก็ไม่มั่นใจว่าจะประสบความสำเร็จเหมือนตอนเล่นให้ทีมชาติเยอรมนี
ผมมีโอกาสคว้าเหรียญรางวัลไม่มากนัก จะพยายามอยู่ในการแข่งขันให้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้ ในโอลิมปิคเกมส์ 2000 ที่ซิดนีย์ ผมได้สองเหรียญทองแดงกับทีมชาติเยอรมนี แต่ 4 ปีต่อมาที่กรุงเอเธนส์ผิดหวังมากและหวังว่าโอลิมปิคเกมส์หนนี้จะทำได้ดีกว่าเดิม หลังจบการแข่งขันก็จะอำลาการเป็นนักฟันดาบและกลับไปทำงานที่เยอรมนี
@ บิ๊กอ๊อดชี้ยอดอัดฉีดถึง20ล.
พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา ประธานคณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทยฯ เปิดเผยว่า ขณะนี้ยอดเงินอัดฉีดนักกีฬาที่คว้าเหรียญทองพุ่งไปเป็น 15 ล้านบาทแล้ว และเชื่อว่ายอดเงินอัดฉีดจะพุ่งไปถึง 20 ล้านบาท อาจจะมากกว่าที่ สมรักษ์ คำสิงห์ ได้รับในการคว้าเหรียญทองเหรียญแรกให้กับประเทศไทยในการแข่งขันโอลิมปิคเกมส์ 1996 ที่เมืองแอตแลนตา
หน้า 31
ข้อมูลจาก มติชน
