เป็นธรรมดาของการแข่งขันมหกรรมกีฬาใหญ่ๆ ระดับ โอลิมปิคเกมส์ ที่มักจะมีสื่อต่างชาติหลายๆ สำนัก ฟันธง กันไว้ก่อนล่วงหน้าว่าชาติใดจะได้เป็น เจ้าเหรียญทองสำหรับการแข่งขัน ปักกิ่งเกมส์ ที่จะเปิดฉากอย่างเป็นทางการในวันที่ 8 สิงหาคม มีสื่อออกมาคาดการณ์ไว้ล่วงหน้าแล้วเช่นกัน ซึ่งส่วนใหญ่ยกให้ จีน เจ้าภาพเป็นเต็งเจ้าเหรียญทองในครั้งนี้ ทั้งที่ในอดีตจีนไม่เคยคว้าอันดับ 1 ในตารางเหรียญรวมเลยสักครั้งเดียว
ที่ผ่านมา จีนทำผลงานได้ดีที่สุด คือการคว้าอันดับ 2 ของตารางการแข่งขันครั้งหลังสุด เอเธนส์เกมส์ ที่ประเทศกรีซ เมื่อ 4 ปีก่อน จากการทำ 32 เหรียญทอง ก่อนหน้านั้น ในปี 2000 ที่ประเทศออสเตรเลีย คว้าอันดับ 3 ด้วยจำนวนเหรียญ 28 ทอง และย้อนกลับไปในปี 1996 ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา จีนได้อันดับ 4 จากจำนวนเหรียญ 16 เหรียญทอง
เมื่อบวกกับปัจจัยหลายๆ อย่าง รวมถึงการเป็นเจ้าภาพด้วยนั้น ทำให้ความน่าจะเป็นในการสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของจีนมีความเป็นไปได้สูง แม้แต่สื่ออเมริกันยังเห็นไม่ต่างกันว่า สหรัฐอเมริกาอาจจะเสียตำแหน่งเจ้าเหรียญทองให้ทีมแดนมังกรในครั้งนี้
ซอลต์เลก ทริบูน ของสหรัฐอเมริกาวิเคราะห์ว่า ส่วนหนึ่งเป็นเพราะจีนทุ่มเงินนับร้อยล้านเหรียญสหรัฐเพื่อให้ถึงเป้าหมายที่ตั้งเอาไว้ ซึ่งรวมถึงการว่าจ้างโค้ชผู้ชำนาญการจากต่างประเทศ และการสร้างเทรนนิ่งคอมเพล็กซ์เพื่อให้นักกีฬาได้ฝึกซ้อมด้วย อาทิ การจ้างอดีตโค้ชชื่อดังของสหภาพโซเวียต เพื่อมาฝึกสอนนักกีฬาเรือพายที่ไม่เคยคว้าเหรียญทองได้เลยในกีฬาโอลิมปิค แต่สำหรับปักกิ่งเกมส์ จีนหวังไว้ถึง 5 ทองจาก 14 เหรียญทองที่ชิงชัยในครั้งนี้
ด้าน เดอะ การ์ดี้ยน ของอังกฤษ เผยรายงานว่า จีนมีสิทธิที่จะทำเหรียญทองได้สูงถึง 40 เหรียญ โดยความหวังอยู่ที่ กระโดดน้ำ, เทเบิลเทนนิส, ยกน้ำหนักหญิง, ยิมนาสติค, ยิงปืน, แบดมินตัน และเรือพายประเภทคยัก
ขณะที่ สำนักข่าวบีบีซี อ้างอิงผลการศึกษาจากมหาวิทยาลัย เชฟฟิลด์ ฮัลลัม ของอังกฤษที่ทำนายไว้ว่า จีนจะทำได้มากถึง 46 เหรียญทอง จากผลวิจัยที่ระบุไว้ว่าน่าจะได้ทั้งสิ้น 39 เหรียญทอง
ทั้งนี้ ไซม่อน ชีบลี่ อาจารย์แห่งมหาวิทยาลัยดังกล่าว มองว่าในฐานะที่เป็นเจ้าภาพและได้แรงสนับสนุนจากเหล่ากองเชียร์จะทำให้จีนมีโอกาสเพิ่มเหรียญทองได้ถึง 46 เหรียญ และเมื่อวิเคราะห์ผลงานในโอลิมปิคครั้งที่ผ่านๆ มา จีนมีพัฒนาการในเรื่องเหรียญรางวัลอย่างยิ่ง พร้อมทั้งบอกด้วยว่าเป็นเรื่องเหลือเชื่ออย่างยิ่ง จากผลงานที่คว้าเพียง 5 ทองในโอลิมปิคที่กรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ เมื่อปี 1988 จีนจะพัฒนาจนก้าวมารั้งอันดับ 2 ที่กรุงเอเธนส์ เมื่อปี 4 ก่อน ด้วยจำนวนเหรียญที่มากกว่าถึง 27 ทอง
นอกจากนี้ยังกล่าวด้วยว่าการอัดฉีดเงินรางวัลให้นักกีฬามีผลต่อการกระตุ้นนักกีฬาให้ทำผลงานที่ดีด้วยเช่นกัน ซึ่งมูลค่าของเงินและการอัดฉีดเหรียญรางวัลที่คว้ามาได้ในทุกวันนี้ ได้กลายเป็นความสำคัญอันดับสองของการคว้าชัยชนะไปเสียแล้ว
ส่วน นิวยอร์ก ไทม์ส มองว่าการเป็นเจ้าภาพสร้างความได้เปรียบในการเพิ่มจำนวนเหรียญทองอย่างไม่ต้องสงสัย แม้ว่า 3 ครั้งหลังสุด ที่สหรัฐอเมริกาคว้าเหรียญทองมาครอบครองได้มากที่สุดจะไม่ได้แข่งบนแผ่นดินลุงแซมก็ตาม
หนังสือพิมพ์ชื่อดังของสหรัฐยกตัวอย่างให้เห็นภาพชัดเจนขึ้น เมื่อครั้งที่กรีซจัดการแข่งขันครั้งแรกในปี 1896 กรีซได้ถึง 45 ทอง แต่พอย้ายมาแข่งที่สหรัฐในปี 1904 กลับได้เพียง 2 ทองเท่านั้น หรือกรณีของเม็กซิโกที่คว้า 9 ทอง ในปี 1968 ที่เป็นเจ้าภาพ แต่ 4 ปีถัดมาที่เยอรมนี กลับได้แค่ 1 เหรียญเงิน
ทั้งนี้ ส่วนหนึ่งที่ทำให้ชาติเจ้าภาพได้ประโยชน์ก็มาจากผู้ตัดสินและกรรมการที่ทำหน้าที่ในสนามด้วย โดยนิวยอร์ก ไทม์ส อ้างอิงผลการวิจัยจากการแข่งขันโอลิมปิคฤดูร้อนและฤดูหนาวของ อลัน เนวิลล์ อาจารย์แห่งมหาวิทยาลัย วูล์ฟแฮมป์ตัน ของอังกฤษว่า มีสถิติที่สามารถชี้ชัดได้ว่ากีฬาที่ใช้สายตากรรมการตัดสิน อาทิ มวย, ยิมนาสติค และการแข่งขันที่เป็นทีม มักจะเอื้อความได้เปรียบให้กับทีมเจ้าภาพ ซึ่งการกดดันของแฟนกีฬาเจ้าภาพมีผลต่อการทำหน้าที่ของกรรมการด้วย
ยิ่งเมื่อพิจารณาจากผลงานใน เอเธนส์เกมส์ ที่ผ่านมา จีนมีเหรียญไล่ตามสหรัฐ เจ้าเหรียญทอง เพียง 3 เหรียญเท่านั้น ทำให้สื่อต่างๆ ไม่ลังเลที่จะฟันธงให้จีนมีโอกาสสร้างประวัติศาสตร์ครั้งใหม่ขึ้นเป็นหนแรก
...เพราะดูเหมือนว่า องค์ประกอบทุกสิ่งอย่างจะเป็นใจให้เสียเหลือเกิน!
หน้า 30
ข้อมูลจาก มติชน
