สายตรงปักกิ่งขุนพลเสื้อกล้ามทีมมวยสมัครเล่นไทย หลังจากที่ได้โควตาแน่นอนจำนวน 8 รุ่น ในการเข้าร่วมชิงชัยในการแข่งขันกีฬาโอลิม ปิก 2008 ที่กรุงปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน เสธ.วีป พล.อ.ทวีป จันทรโรจน์ นายกสมาคม ก็วางโปรแกรมให้สอดรับกับเป้าหมายสู่ความสำเร็จใน ปักกิ่งเกมส์ อย่างต่อเนื่องทันที
ทั้งนี้และทั้งนั้น เพราะรู้ดีว่าขืนปล่อยให้เหล่านักชกยังเก็บตัวฝึกซ้อมในเมืองไทย ปัญหาคงจะมีตามมา จนเกิดผลกระทบต่อการเตรียมทีมในระยะยาวอย่างแน่นอน!!
ดังนั้น ตลอดระยะเวลา 3 เดือน ก่อนการแข่งขันจะเริ่มขึ้น การตระเวนไปแข่งขันทั้งในยุโรปและเอเชีย แม้จะเป็นเพียงรายการไม่ใหญ่มากนัก แต่ก็ถือว่าได้ประสบการณ์ และได้อะไรดีๆ กลับมาพัฒนาภายในทีมระดับหนึ่ง
ที่สำคัญอย่างน้อยก็ตัดปัญหานักกีฬาแตกแถว
นอกจากนี้ สิ่งที่นายกสมาคมมวยฯ ตัดสินใจส่งบรรดานักชกทั้งหมดไปเก็บตัวฝึกซ้อมที่เมืองดานังและโฮจิมินห์ ประเทศเวียดนาม แทนแผนเดิมที่จะไปชุบตัวที่ประเทศคิวบา ก่อนบินตรงไปกรุงปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน เมื่อวันที่ 3 ส.ค.ที่ผ่านมา ถือเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องทีเดียว
ดังนั้น ณ วันนี้ หากดูจากความพร้อมของนักชกทั้ง 8 รุ่น ซึ่งประกอบไปด้วย อำนาจ รื่นเริง (48 ก.ก.), สมจิตร จงจอหอ (51 ก.ก.), วรพจน์ เพชรขุ้ม (54 ก.ก.), สายลม อาดี (57 ก.ก.), พิชัย สาโยธา (60 ก.ก.), มนัส บุญจำนงค์ (64 ก.ก.), นน บุญจำนงค์ (69 ก.ก.) และ อังคาร ชมภูพวง (75 ก.ก.)
ต้องยอมรับว่าสมบูรณ์และพร้อมที่จะพิสูจน์เส้นทางสู่ความสำเร็จกับเป้าหมายเหรียญรางวัลในหลายๆ รุ่น
ถึงแม้ในโอลิมปิกครั้งนี้จะมี 2 อดีตฮีโร่โอลิมปิก มนัส-วรพจน์ ร่วมทีมอยู่ด้วย ก็ใช่ว่าทั้งคู่จะไม่มีสิทธิ์สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ในการหยิบเหรียญรางวัลมาเชยชมเป็นครั้งที่สอง
มวยสมัครเล่นใน ปักกิ่งเกมส์ คราวนี้สำหรับทีมชาติไทย มีองค์ประกอบหลายสิ่งหลายอย่างที่เชื่อได้ว่า ประวัติศาสตร์จะถูกทำลายกับการแข่งขันโอลิมปิก ครั้งที่ 29
หน้า 13
ข้อมูลจาก ข่าวสด
