ฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป หรือ ยูโร แข่งขันกันครั้งนี้เป็นครั้งที่ 13 แล้ว โดยเริ่มแข่งขันครั้งแรกที่ประเทศฝรั่งเศส ในปี 1960 จนถึงวันนี้รวมระยะเวลาก็ประมาณ 48 ปี สิ่งหนึ่งที่เป็นที่จับตามองของคนทั่วโลกคือ ชุดแข่งขันของแต่ละทีม ซึ่งแน่นอนว่าต้องมีการเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา วันนี้จึงถือโอกาสพาทุกท่านนั่งไทม์แมชชีนไปดูวิวัฒนาการของชุดแข่งขันและเหตุการณ์ต่างๆ เกี่ยวกับชุดแข่งขันในอดีตกันยุคแรก - ช่วงศตวรรษที่ 19 ชุดแข่งขันมักจะทำมาจากผ้าสักหลาด และถุงเท้าทำมาจากขนแกะ โดยมีกระดุมหรือเชือกอยู่ที่คอเสื้อ เข้าสู่ช่วงต้นของศตวรรษที่ 20 มีการนำเสื้อคอปกมาใช้เหมือนเสื้อแข่งรักบี้ หลังจากนั้นผ้าฝ้ายก็เข้ามาเป็นที่นิยมแทนผ้าสักหลาดในศตวรรษที่ 20 ส่วนผ้าใยสังเคราะห์เริ่มใช้ในทวีปยุโรปและอเมริกาใต้ในทศวรรษที่ 1950
เริ่มต้นใช้เบอร์เสื้อ - เบอร์เสื้อเริ่มนำมาใช้ในฟุตบอลลีกของอังกฤษในทศวรรษ 1930 ใช้ครั้งแรกในฟุตบอลเอฟเอคัพ รอบชิงชนะเลิศ ปี 1933 ระหว่าง เอฟเวอร์ตัน กับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ โดยนักเตะเอฟเวอร์ตันใส่เบอร์ 1-11 ส่วนนักเตะแมนฯซิตี้ สวมตั้งแต่เบอร์ 12-22 หลังจากนั้นในฟุตบอลลีกฤดูกาล 1939-1940 จึงได้มีการปรับให้ทั้งสองฝ่ายใช้หมายเลข 1-11 เหมือนกัน ส่วนการใช้เบอร์เสื้อในฟุตบอลระดับนานาชาตินั้น เริ่มใช้ในฟุตบอลโลก ปี 1954 ที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์
โซเวียตฉลองชัย - ปี 1960 ชุดแข่งขันเริ่มเปลี่ยนให้ทันสมัยขึ้น ไม่เป็นทางการจนดูราวกับ นักฟุตบอลในเครื่องแบบ เหมือนในทศวรรษ 1950 และชุดที่เด่นกว่าใครในช่วงนั้นเป็นของทีม สหภาพโซเวียต ซึ่งปรากฏตัวอักษร ซีซีซีพี (CCCP) ตรงด้านหน้าของเสื้อ ซีซีซีพี เป็นตัวย่อของคำว่าสหภาพโซเวียตในภาษารัสเซีย ไม่ใช่สปอนเซอร์ที่ติดเสื้อแต่อย่างใด ชุดทีมหมีขาวโดดเด่นขึ้นมาในเวทีลูกหนังโลกวันที่พวกเขาได้ชูถ้วยแชมป์ยูโร 1960 นั่นเอง
อาดิดาสและเยอรมนี - อาดิดาส ออกแบบชุดแข่งสุดคลาสสิคของวงการลูกหนังโลก โดยเปลี่ยนจากเสื้อคอปกเป็นเสื้อคอกลมสีขาว กางเกงสีดำ ให้ทีมอินทรีเหล็ก เยอรมนี นำโดย ฟร้านซ์ เบ๊คเคนบาวร์ ใส่ลงสนามและคว้าแชมป์ยูโรได้ที่ประเทศเบลเยียมในปี 1972 (ก่อนจะคว้าแชมป์โลกในอีก 2 ปีถัดมา) ชุดแข่งชุดนี้เปรียบเหมือนสัญลักษณ์ของทีมนักเตะเยอรมันชุดที่แข็งแกร่งและดีที่สุดในประวัติศาสตร์เลยทีเดียว
โลโก้และความพ่ายแพ้ของอังกฤษ - แอดไมรัล บริษัทผู้ผลิตเสื้อผ้าและอุปกรณ์กีฬาของเมืองผู้ดีได้ออกแบบชุดแข่งขันใหม่ของทีมชาติ อังกฤษ ในปี 1977 เป็นเสื้อสีขาวที่มีแถบสีน้ำเงินและแดงอยู่ตรงไหล่เสื้อ และกางเกงสีน้ำเงินเข้ม ซึ่งเป็นชุดที่ดูทันสมัยใกล้เคียงกับชุดแข่งขันในปัจจุบันมากขึ้น รวมทั้งยังเป็นครั้งแรกที่ผู้ผลิตได้ติดโลโก้ของตัวเองที่เสื้อด้วย ชุดแข่งขันนี้ทีมสิงโตคำรามใส่ในการแข่งขันยูโร 1980 (ตอนแข่งยูโร แอดไมรัลไม่ได้ใส่โลโก้ในเสื้อด้วย) แต่ชาวอังกฤษคงไม่ชอบชุดนี้สักเท่าไร เพราะยูโรครั้งนั้น ทีมชาติอังกฤษตกรอบแรกไปนั่นเอง ต่อมามีการปรับดีไซน์เอาแถบสีน้ำเงินและแดงออกจากเสื้อไปในปี 1982
เสื้อสุดคลาสสิคของฝรั่งเศส - เสื้อสีน้ำเงินของทีมชาติ ฝรั่งเศส ที่มีแถบสีขาวและแดงคาดอยู่ที่หน้าอก ในฟุตบอลยูโร 1984 เป็นสัญลักษณ์ให้หวนนึกถึงความสุดยอดของ มิเชล พลาตินี่ กัปตันทีมตราไก่ผู้พาทีมคว้าแชมป์มาครอง พอถึงฟุตบอลโลก 1998 ฝรั่งเศสก็ตัดสินใจนำเสื้อแบบคล้ายๆ กันมาใช้อีกครั้ง และคว้าแชมป์โลกหนแรกมาครองได้ ในยูโร 2000 ก็ใช้ชุดแบบเดียวกัน และเป็นอีกครั้งที่ทีมตราไก่ประสบความสำเร็จ เรียกว่าเป็นดีไซน์ที่เป็นลางดีของทีมก็ไม่ผิดนัก
อัศวินสีส้มกับแชมป์ยูโรหนแรก - ในช่วงแรก ทีมอัศวินสีส้ม เนเธอร์แลนด์ ใส่เสื้อสีขาวและมีแถบสีขาวและสีแดงพาดเป็นเส้นทแยงมุม ก่อนที่จะเปลี่ยนมาใส่เสื้อสีส้มในเดือนธันวาคม ปี 1907 และนัดประเดิมเสื้อส้ม เนเธอร์แลนด์ออกไปแพ้ทีมชาติอังกฤษในฟุตบอลกระชับมิตรย่อยยับเป็นประวัติการณ์ถึง 2-12
ในการแข่งขันยูโร 1970 เกิดปัญหาเรื่องชุดแข่งขันขึ้น เมื่อ โยฮัน ครัฟฟ์ สตาร์ของทีมชาติเนเธอร์แลนด์ ที่มีสัญญาในการสวมใส่เสื้อผ้าของ พูม่า ปฏิเสธที่จะใส่ชุดแข่งขันของอาดิดาส สปอนเซอร์หลักของเนเธอร์แลนด์ เพราะจะทำให้เกิดปัญหา แต่สุดท้ายครัฟฟ์ก็ต้องใส่ชุดแข่งของอาดิดาส โดยเอาป้ายยี่ห้อที่เสื้อออก
ล่วงเลยมาจนถึงปี 1988 ทีมกังหันลมและเสื้อสีส้มก็ประกาศศักดาในเวทีลูกหนังโลก เมื่อพวกเขาคว้าแชมป์ยูโรมาครอง อย่างไรก็ตาม นั่นเป็นความสำเร็จระดับนานาชาติครั้งแรกและครั้งเดียวของพวกเขา
เทคโนโลยีชุดแข่งใหม่ในยูโร 2008 - นอกจากการแข่งขันฟุตบอลที่น่าติดตามแล้ว ยูโรหนนี้บริษัทผลิตเสื้อผ้าและอุปกรณ์กีฬายักษ์ใหญ่ต่างนำเทคโนโลยีใหม่ๆ มาใส่ในเสื้อผ้าของตัวเอง อาทิ พูม่าออกแบบเสื้อที่มีเทคโนโลยีดูดความชื้น ส่วนไนกี้มีเสื้อดราย-ฟิต ที่คู่ต่อสู้จะดึงยากขึ้นและยังซับเหงื่อได้ดี แต่ก็ยังไม่แน่นอนว่าชุดแข่งขันของบริษัทไหนที่จะคว้าแชมป์ยูโรหนนี้ไปครอง!
หน้า 30
ข้อมูลจาก มติชน
