อังกฤษ :อัพเดท 20 มีนาคม 2551
ผีแดง2-0ทิ้ง3คะแนนโด้จิ๋วเบิ้ลฉลองปลอกแขน
ดาร์บี้ลอนดอนสุดเดือดเชลซีนำ3-1,
4-4แค่เจ๊าคีนซัดเซฟไก่นาที88
ผลฟุตบอลพรีเมียร์ชิพ
วันพุธที่ 19 มีนาคม 2551
สเปอร์ส 4-4 เชลซี
สนาม : ไวท์ ฮาร์ท เลน
ประตู : 0-1 ดิดิเยร์ ดร็อกบา น.3,1-1 โจนาธาน วู้ดเกต น.12,1-2 มิกาเอล เอสเซียง น.20,1-3 โจ โคล น.52,2-3 ดิมิทาร์ แบร์บาตอฟ น.61,3-3 ทอม ฮัดเดิลสตัน น.75,3-4 โจ โคล น.80,4-4 ร็อบบี้ คีน น.88
ผู้ชม : 36,178 คน
สเปอร์สและเชลซี ต่างเดินหน้าแลกหมัดอย่างไม่มีใครยอมใคร และสุดท้ายก็เสมอกันไปแบบดุเดือดเลือดพล่านสุดๆ4-4
ขุนพลไก่ในเกมนี้มาในชุดเดียวกับเกมคาร์ลิ่งคัพนัดชิงชนะเลิศ แบบ 11 ตัวเหมือนกันเปี๊ยบ ตัวแสบของสเปอร์สทั้งแบร์บาตอฟ,คีน และวู้ดเกต ต่างลงสนามกันได้อย่างพร้อมหน้าพร้อมตาทีเดียว
ขณะที่เชลซีเองอยู่ในชุดที่สมบูรณ์ไม่แพ้กัน ตัวหลักๆอย่างดิดิเยร์ ดร็อกบา,แฟรงค์ แลมพาร์ด และโจ โคล ฟิตสมบูรณ์เต็มที่ พร้อมลงมาล้างแค้นทีมไก่เดือยทองแบบเต็มสูบ
ออกสตาร์ตได้แค่ 3 นาทีเท่านั้น เชลซีทะยานออกนำ 1-0 แบบช็อกแฟนๆไก่ จากจังหวะที่กัปตันจอห์น เทอร์รี่ เติมขึ้นสูง ก่อนตักบอลสุดแม่นชนิดปีกยังอาย มาเข้าหัวดิดิเยร์ ดร็อกบา โขกเด้งพื้นหนึ่งจังหวะตามสูตร ลอดขาโรบินสันไปอย่างง่ายดายสุดๆ
แต่ทว่าแฟนๆยิด อาร์มี่ยังเซ็งไม่ทันถึง 10 นาทีดี พวกเขาก็มาตีเสมอได้อย่างรวดเร็ว จากลูกเซตพีซไม้ตาย เจอร์เมน จีนาส ครอสเข้ามาหน้าปากประตู แบร์บาตอฟดึงทั้งจอห์น เทอร์รี่และดร็อกบาให้เข้าไปประกบ ปล่อยให้วู้ดเกต ที่เติมขึ้นมาทะยานโขกเข้าไปเต็มๆ สกอร์ขยับมาเป็น 1-1 แล้ว
เกมแลกหมัดกันอย่างตื่นเต้นตลอดเวลา นาทีที่ 20 เชลซีมาขึ้นนำได้อีกครั้ง เมื่อโจ โคล แทงบอลทะลุช่องไปถึงเอสเซียง ที่สอดขึ้นมาได้จังหวะพอดี ซัดบอลข้ามหัวโรบินสันตุงตาข่ายอย่างสวยงาม ส่งให้เชลซีนำเป็น 2-1
อีกห้านาทีต่อมาสเปอร์สมามีโอกาสตีเจ๊าอีกรอบ จากจังหวะที่จีนาส กระชากผ่านสองผู้เล่นของเชลซี ก่อนตะบันเนื้อๆนอกเขตโทษ แต่คาร์โล คูดิชินี่ กระโดดทะยานเซฟออกไปได้เยี่ยม
แต่หลังจากการยิงของจีนาสแล้ว เกมเริ่มตึงเครียดกว่าเดิมมากทีเดียว ทั้งสองทีมต่างระแวดระวัง และไม่โหมเกมบุกมากนัก
จนมาถึงช่วงปลายครึ่งแรก มีเหตุการณ์กระทบกระทั่งกันของทั้งสองทีม จนดูชุลมุนชุลเกไปหมด แต่ก่อนที่เรื่องจะบานปลายขึ้นมา ผู้ตัดสินไมค์ ไรลีย์ ก็ควักใบเหลืองให้แอชลีย์ โคล ตัวต้นเหตุเป็นการยุติปัญหา
เข้าสู่ครึ่งหลังได้แค่ 7 นาทีเท่านั้น สเปอร์สก็โดนเร็วอีกแล้ว โดยลูกนี้ต้องชมความเร็วอันจัดจ้านของโจ โคล ที่กระชากผ่านปาสกัล ชิมบงด้าดื้อๆ ก่อนยิงแฉลบตัวโรบินสัน เข้าประตูไปอย่างสบายๆ เชลซีนำ 3-1 แล้ว
ถึงจะโดนทิ้งห่างแต่ด้วยความที่เป็นดาร์บี้แมตช์ สเปอร์สจึงไม่ยอมง่ายๆ นาทีที่ 61 พวกเขาไล่คืนมาได้หนึ่งเม็ด จากลูกเซตพีซอีกแล้ว ทอม ฮัดเดิลสตัน เปิดโค้งมากลางประตู แบร์บาตอฟทะยานโขกย้อยๆ แต่ทิศทางพอดีเป๊ะ เสียบสามเหลี่ยมเข้าไปอย่างสวยงาม ไก่ไล่จี้เป็น 2-3 แล้ว
และความพยายามของฝูงไก่เดือยทองก็มาสัมฤทธิผลจนได้ ในนาทีที่ 75 เมื่อมาตีเจ๊า 3-3 ได้สำเร็จ และก็ยังคงเป็นลูกนิ่งเช่นเคย ร็อบบี้ คีนเปิดเต็มมุมเข้ามา ปาสกัล ชิมบงด้าโหม่งเช็ดต่อให้ฮัดเดิลสตัน วอลเลย์เปรี้ยงเดียวด้วยซ้าย เสียบหน้าต่างเข้าไปเลย
แต่ความดุเด็ดเผ็ดมันของเกม ยังไม่จบแค่นั้น เมื่อมีประตูที่ 7 ของเกมเกิดขึ้น และเป็นของทางฝั่งทีมเยือน เชลซี ในนาทีที่ 80 จากการส่งแบบคิลเลอร์พาสของดร็อกบา ไปถึงโจ โคล ที่ล็อกหลบชิมบงด้าหนึ่งจังหวะก่อนอ้อมตัวโรบินสัน เสียบสามเหลี่ยมอย่างเหนือชั้นสุดๆ
ทว่าไคลแมกซ์ของเกมนี้ กลับไม่ใช่ลูกยิงของโจ โคล แต่กลับเป็นร็อบบี้ คีนที่สวมบทพระเอกขโมยซีนของทุกคนในช่วงเกือบหมดเวลา เมื่อสเปอร์สบอมบ์ยาวจากแดนหลัง ริคาร์โด้ คาร์วัลโญ่ มองไม่เห็นบอลตกมาโดนหลังตัวเอง บอลเด้งมาเข้าทางปืนคีน ที่ปั่นเน้นๆโค้งเป็นกล้วยหอม เสียบเสาไปแบบแฟนๆเฮลั่นทั้งสนาม สกอร์ขยับเป็น 4-4 อีกครั้ง
และในช่วงทดเวลาบาดเจ็บนาทีที่ 4 แบร์บาตอฟ ได้จังหวะหลุดเดี่ยว ดวลกับคูดิชินี่ตัวต่อตัวแล้ว แต่ดันไปยิงติดปลายมือของนายทวารมือปลาหมึกแค่นิดเดียวจริงๆ
สุดท้ายหมดเวลาการแข่งขัน เกมก็เลยจบลงด้วยผลเสมอ 4-4 แบบเร้าใจแฟนบอลทั้งสนาม
รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม
สเปอร์ส : พอล โรบินสัน,อลัน ฮัตตัน,โจนาธาน วู้ดเกต, เล็ดลีย์ คิง(ดาร์เรน เบนท์ น.68),ปาสกัล ชิมบงด้า,อาร่อน เลนน่อน,เจอร์เมน จีนาส(ทอม ฮัดเดิลสตัน น.46),ดิดิเยร์ โซโกร่า,สตีด มัลบรองค์,ดิมิทาร์ แบร์บาตอฟ,ร็อบบี้ คีน
สำรองไม่ได้ลงสนาม : ราเด็ค เซอร์นี้,ตีมู ไตนิโอ,ไมเคิล ดอว์สัน
ใบเหลือง : คีน,ฮัดเดิลสตัน
เชลซี : คาร์โล คูดิชินี่,เปาโล แฟร์ไรร่า(อังเดร เชฟเชนโก้ น.90),ริคาร์โด คาร์วัลโญ่,จอห์น เทอร์รี่,แอชลีย์ โคล,มิกาเอล เอสเซียง,โคล้ด มาเกเลเล่,แฟรงค์ แลมพาร์ด,โจ โคล(มิชาเอล บัลลัค น.82),ดิดิเยร์ ดร็อกบา,ซาโลมง กาลู(อเล็กซ์ น.71)สำรองไม่ได้ลงสนาม : เฮนริค ฮิลาริโอ,ชอว์น ไรท์ ฟิลลิปส์
ใบเหลือง : แอชลีย์ โคล,โจ โคล
ผู้ตัดสิน : ไมค์ ไรลีย์
แมนฯยูไนเต็ด 2-0 โบลตัน
สนาม : โอลด์ แทรฟฟอร์ด
ประตู : 1-0 คริสติอาโน่ โรนัลโด้ น.8,2-0 คริสติอาโน่ โรนัลโด้ น.19
ผู้ชม : 75,476 คน
แมนฯยูไนเต็ดได้ความร้อนแรงของคริสติอาโน่ โรนัลโด้ช่วยกระหน่ำ 2 ประตูพาทีมเก็บชัยเหนือโบลตัน
เริ่มเกมได้เพียง 8 นาทีแมนฯยูไนเต็ดได้ลุ้นเสียวก่อน เมื่อเมอิเต้ แบ็กโบลตันสกัดบอลไม่ดี มาเข้าทางเตเบซซึ่งยืนอยู่หน้ากรอบเขตโทษ จากนั้นเตเบซทำชิ่งกับซาฮา จนหลุดเข้าไปได้ยิงในเขตโทษจ่อๆ แต่การ์ดเนอร์แหย่สกัดออกหลังไปได้หวุดหวิด
จังหวะต่อมานานี่เปิดลูกเตะมุมด้านขวาเข้ามาที่หน้าเขตโทษ เตเบซพยายามตีลังกายิงแต่ก็โดนไม่ดี บอลไปติดกองหลังโบลตันกระดอนมาเข้าทางปืนของโรนัลโด้หวดเต็มข้อจากตรงจุดโทษ บอลพุ่งเสียบมุมบนเข้าไปตุงตาข่าย แมนฯยูไนเต็ดออกนำเร็ว 1-0
อย่างไรก็ตาม นาทีที่ 18 โบลตันสวนกลับขึ้นมาและก็เกือบกะซวกประตูได้เหมือนกัน เมื่อกัธรี่ย์ควบบอลขึ้นมาด้านขวา ก่อนจะเปิดโด่งเข้ามาที่หน้าประตูให้เควิน เดวี่ส์กระโดดจิ้มจ่อๆที่เสาสอง แต่คุสแซ็คโชว์ซูเปอร์เซฟขยับไปบล็อกไว้ได้ ก่อนที่ปิเก้จะหวดตูมเดียวทิ้งไป
นาทีต่อมา ฝั่งเจ้าถิ่นก็ลุยใส่โบลตันและมาก็ได้ลูกฟรีคิกกลางประตูระยะ30หลาจากจังหวะที่เมอิเต้ไปตัดฟาวล์โรนัลโด้ ปีกโปรตุกีสลุกขึ้นมาวิ่งเข้ายิงฟรีคิกเต็มข้อ ลูกพุ่งผ่านมือ อัล ฮับซี่เสียบมุมด้านขวาเข้าไปอย่างสวยงาม แมนฯยูไนเต็ดขยับทิ้งห่าง 2-0
พอโดนขึ้นนำ 2 เม็ด แกรี่ เม็กสันอยู่เฉยไม่ได้แล้ว สั่งให้ลูกทีมโบลตันบุกเข้าใส่แมนฯยูไนเต็ดบ้าง พอถึงนาที 25 แมทธิว เทย์เลอร์ได้ยิง 20 หลา ทว่าคุสแซ็คตะปบติดมือได้ไม่พลาด
นาที 34 เจ้าถิ่นได้เสียวอีกครั้ง เมื่อนานี่บอมบ์ลูกเตะมุมจากด้านซ้าย โอเชโขกกดลงพื้นที่เสาแรกตั้งใจจะให้เสียบที่เสาสอง แต่บอลยังไปติดกัธรี่ย์ที่ยืนคุมเสาอยู่
เกมรุกของแมนฯยูไนเต็ด เริ่มโชว์กันมากขึ้นเพราะไม่กี่อึดใจต่อมา เตเบซพลิ้วเลื้อยฝ่าแนวรับทางด้านขวาไปดื้อๆ ก่อนจะยิงยัดเข้าไป แต่อัล ฮับซี่รับเข้าซองไว้ได้
ช่วงทดเจ็บครึ่งแรก เกมรุกของแมนฯยูไนเต็ดคลายพิษสงอีกครั้งจนเกือบจะสอยเม็ดที่3ได้สำเร็จ เมื่อเตเบซเปิดบอลจากด้านขวา ข้ามมาให้โรนัลโด้โชว์ทักษะเดาะบอล ก่อนดีดให้โอเชวิ่งเข้าใส่เต็มเหนี่ยว 18 หลา บอลพุ่งถากเสาออกไป จบครึ่งแรก ผีแดงนำไปก่อน 2-0
ออกตัวครึ่งหลังมาแค่นาทีแรก ผีแดงได้ฟรีคิกระยะอันตรายตรงบริเวณหัวกะโหลก โรนัลโด้ขยับตั้งท่าจะยิง แต่ปล่อยให้นานี่เป็นคนซัด ทว่าอัล ฮับซี่ยังพุ่งไปเซฟไว้ได้
เดอะทร็อตเตอร์ก็ยังไม่ถอดใจ นาที 52 ตั้งเกมขึ้นมาอีกรอบและเควิน เดวี่ส์ก็ได้ง้างไกยิง 18 หลาด้านขวา แต่คุสแซ็ครับเข้าซองสบายๆ
โบลตันน่าจะได้ประตูตีตื้นแบบสุดๆเมื่อนิคกี้ ฮันท์ซัดไกลเต็มเหนี่ยว 30 หลา คุสแซ็คติดปีกบินเซฟออกไปได้หวุดหวิด นาที 60 อีก 2 นาทีต่อมา แม็คคานน์ตั้งป้อมยิงเรียด25หลา แต่คุสแซ็คโชว์ฟอร์มสุดเหนียวพุ่งปัดได้อีกครั้ง
จากนั้นแมนฯยูไนเต็ดเพลาเกมลงไปเยอะแต่ก็ยังได้ลุ้นในนาทีที่ 80 เมื่อโรนัลโด้จ่ายเรียดในเขตโทษจากซ้ายไปขวาให้นานี่ยิงยัดไปที่เสาแรกทันที แต่อัล ฮับซี่ยังไวทายาด พุ่งปัดออกมาได้อย่างเหลือเชื่อ
นาที 88 โจอี้ โอไบรอันเปิดฟรีคิกยาวเข้ามาในเขตโทษ แมทธิว เทย์เลอร์ได้จิ้ม6หลา แต่บอลหลุดเสาออกไปอย่างน่าเสียดาย จบเกมแมนฯยูไนเต็ดชนะโบลตันไปแบบสบายๆ 2-0
รายชื่อผู้เล่นของทั้งสองทีม
แมนฯยูไนเต็ด :โทมัสซ์ คุสแซ็ค,โอเว่น ฮาร์กรีฟส์,เคราร์ด ปิเก้,เนมานย่า วิดิช(เวส บราวน์ น.61),จอห์น โอเช,คริสติอาโน่ โรนัลโด้,ดาร์เรน เฟล็ทเชอร์,อันแดร์สัน(พอล สโคลส์ น.71),นานี่,คาร์ลอส เตเบซ,หลุยส์ ซาฮา(เวย์น รูนี่ย์ น.71)
สำรองไม่ได้ลงสนาม : เบน ฟอสเตอร์,ปาทริช เอวร่า
โบลตัน : อาลี อัล ฮับซี่,เกรตาร์ สตีนส์สัน,แอนดี้ โอไบรอัน,อับดุลลาเย่ เมอิเต้(นิคกี้ ฮันท์ น.46),ริคาร์โด้ การ์ดเนอร์,เอล ฮัดจิ ดิยุฟ,กาวิน แม็คคานน์,แดนนี่ กัธรี่ย์(สเตลิออส จิอันนาโคปูลอส น.82),โจอี้ โอไบรอัน,แมทธิว เทย์เลอร์,เควิน เดวี่ส์
สำรองไม่ได้ลงสนาม : เอียน วอล์กเกอร์,อิบัน คัมโป้,เกรกอร์ซ ราเซียค
ใบเหลือง : แอนดี้ โอไบรอัน น.42,เกรตาร์ สตีนส์สัน น.70
ผู้ตัดสิน : อลัน ไวลี่ย์
ทีม