สกอ.ปรับกฎกระทรวงรับพ.ร.บ.เอกชนนายสำรวม พฤกษ์เสถียร ผู้อำนวยการสำนักบริหารคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) เปิดเผยกรณีการแต่งตั้งครูใหญ่ และครูโรงเรียนเอกชนที่ไม่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ ว่า สช.เห็นว่าเรื่องนี้จะทำให้เกิดปัญหากับโรงเรียนที่ไม่มีครูใหญ่ และครูเพียงพอในการจัดการเรียนการสอน และอาจเป็นผลเสียหายต่อการเรียนการสอนนักเรียนได้ เพื่อแก้ปัญหา และป้องกันไม่ให้เกิดผลเสียหายแก่นักเรียน จึงได้กำหนดแนวทางแก้ปัญหาโดยอาศัยอำนาจตาม พ.ร.บ.โรงเรียนเอกชน พ.ศ.2525 มาตรา 43 ซึ่งเป็นกรณีจำเป็นที่ต้องเร่งแก้ไขปัญหา เพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายระหว่างขอแต่งตั้ง หรือบรรจุครูใหญ่ หรือครู โดยให้ผู้อนุญาตออกใบอนุญาตให้บุคคลซึ่งขอเข้ารับการแต่งตั้ง หรือบรรจุเป็นครูใหญ่ หรือครูเข้าปฏิบัติหน้าที่เป็นการชั่วคราว โดยให้โรงเรียนเอกชนยื่นคำร้องเพื่อขออนุญาตให้ปฏิบัติหน้าที่เป็นครูชั่วคราว พร้อมทั้งยื่นขอผ่อนผันการมีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพแก่ครูที่ไม่มีวุฒิปริญญาตรีทางการศึกษา หรือขาดคุณสมบัติในการขอใบอนุญาตประกอบวิชาชีพก่อน โดยยื่นที่กลุ่มงานทะเบียน และ สช.จะรวบรวมคำร้องส่งไปให้สำนักงานเลขาธิการคุรุสภาเพื่อพิจารณาอนุญาตไม่เกิน 2 ปีการศึกษา
สช.จะอนุญาตให้ครูกลุ่มนี้บรรจุเป็นครูชั่วคราว แต่ต้องได้รับการผ่อนผันการมีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพจากคุรุสภาก่อน ซึ่งจะได้รับสิทธิต่างๆ ตามกฎหมายโรงเรียนเอกชนทุกอย่าง ส่วนกรณีครูใหญ่ที่ไม่มีวุฒิการศึกษาระดับปริญญาตรีทางการบริหารการศึกษา และไม่มีประสบการณ์ในด้านปฏิบัติการสอน ให้ยื่นขอผ่อนผันเช่นกัน นายสำรวมกล่าว
นายสุเมธ แย้มนุ่น เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.) ให้สัมภาษณ์ความคืบหน้าในการปรับปรุงกฎกระทรวงให้สอดคล้องกับ พ.ร.บ.สถาบันอุดมศึกษาเอกชน ที่จะมีผลบังคับใช้ในราวเดือนธันวาคม ว่า ให้เจ้าหน้าที่วิเคราะห์ขั้นตอนการปรับกฎกระทรวง และกฎหมายที่เกี่ยวข้องในการปรับปรุงกฎกระทรวงให้สอดคล้องกับ พ.ร.บ.สถาบันอุดมศึกษาเอกชนมากที่สุด โดยจะปรับปรุงกฎกระทรวงใหม่ทั้งระบบตามที่นายวิจิตร ศรีสอ้าน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) แนะนำ แต่จะเน้นปรับปรุงใน 2-3 ประเด็นที่เพิ่มเติม เช่น การอนุมัติ และการรับรองหลักสูตร การจัดการเรียนการสอน อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ดีของกฎกระทรวงเดิมจะคงไว้ จากนั้นจะเชิญผู้ที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะสมาคมสถาบันอุดมศึกษาเอกชนแห่งประเทศไทย (สสอท.) มาร่วมปรับปรุงกฎกระทรวงแต่ละเรื่องอีกครั้ง คาดว่าจะปรับปรุงแล้วเสร็จภายในเดือนพฤศจิกายน
หน้า 22
ข้อมูลจาก มติชน
