ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) วันที่ 7 ส.ค. พ.ต.อ.ญาณพล ยั่งยืน ผู้บัญชาการ สำนักคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ กล่าวถึงโครงการอบรมเยาวชนในการสอดส่องและแจ้งเบาะแสการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ (DSI CYBER FORCE) รุ่นที่ 5 ว่า เป็นโครงการที่เน้นให้ความรู้กับเยาวชนในเรื่องพิษภัยทางอินเทอร์เน็ต เพื่อไม่ให้เยาวชนตกเป็นเหยื่อ หรือเป็นผู้กระทำต่อเหยื่อเสียเองการอบรมแต่ละครั้งจะมีทั้งนักเรียนและครูเข้าร่วมอบรมเพื่อเรียนรู้ถึงลักษณะของอาชญากรรมคอมพิวเตอร์ และตระหนักถึงพิษภัยบนอินเทอร์เน็ต รวมทั้งรู้วิธีการแก้ไข การป้องกันภัยทางอินเทอร์เน็ต การรักษาสภาพสถานที่ที่เกิดเหตุแจ้งเบาะแสเว็บไซต์ที่ไม่เหมาะสม และอาชญากรรมอื่นๆ ที่ใกล้ตัว ภัยด้านความมั่นคง ทั้งในการข่าวปกติ หรือที่ได้รับภารกิจเป็นพิเศษ โดยมีการรายงานข่าวหน้าเว็บไซต์ เพื่อความปลอดภัยของผู้แจ้ง รวมทั้งมีการกระจายความรู้ให้บุคคลรอบข้าง
พ.ต.ท.พัฒนะ ศุกรสุต พนักงานสอบสวนคดีพิเศษ 8 สำนักเทคโนโลยีและสารสนเทศ กล่าวว่า ดีเอสไอมีเป้าหมายเพื่อดึงเยาวชนมาเป็นแนวร่วมกับกรมสอบสวนคดีพิเศษในการติดตามอาชญากรรมทางคอมพิวเตอร์ เนื่องจากเยาวชนส่วนใหญ่มีวิถีชีวิตที่ใกล้ชิดกับคอมพิวเตอร์และอินเทอร์เน็ตมากกว่าผู้ใหญ่ มีโอกาสเข้าไปสู่การกระทำผิดทางคอมพิวเตอร์ได้ง่าย ดังนั้นการดึงเยาวชนมาร่วมโครงการนี้ นอกจากจะทำให้เด็กเรียนรู้เรื่องพิษภัยจากคอมพิวเตอร์แล้ว ยังสามารถดึงเข้ามาเป็นแนวร่วมแจ้งเบาะแสการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ได้อีกด้วย
ทั้งนี้การอบรมเยาวชนตามโครงการ DSI CYBER FORCE นั้นจะจัดขึ้นทุกๆ ปี โดยแต่ละปีมีเป้าหมายในการอบรมให้ความรู้และดึงเยาวชนระดับมัธยมต้นและปลายเข้ามาเป็นแนวร่วม 600 คน แบ่งการอบรมเป็น 4 รุ่น รุ่นละ 150 คน ซึ่งในปี 2551 นี้มีเป้าหมายเป็นนักเรียนในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร ซึ่งจะเริ่มอบรมระหว่างเดือนสิงหาคม ย กันยายนนี้
น.ส.รัตนาพร อิ่มอารมณ์ นักเรียนชั้นม.6 โรงเรียนสตรีเศรษฐบุตรบำเพ็ญ หนึ่งในสมาชิกโครงการ DSI CYBERFORCE ที่ผ่านการอบรมจากกรมสอบสวนคดีพิเศษเมื่อปี 2550 กล่าวว่า สนใจเข้าร่วมโครงการดังกล่าวเพราะตนเองและเพื่อนส่วนใหญ่มีความชอบส่วนตัวในเรื่องคอมพิวเตอร์และตั้งใจว่าจะเรียนต่อทางด้านนี้ เมื่อเห็นโครงการดังกล่าวจึงตอบรับเข้าร่วมอบรมทันทีโดยการเข้าร่วมโครงการได้รับความรู้มากกว่าที่คิด เช่น เรื่องภัยใกล้ตัวบนโลกอินเตอร์เน็ต และมีเกร็ดความรู้เรื่องอื่นๆ อีกมาก เช่น การหาข้อมูลและมีการขยายเครือข่ายการแจ้งเบาะแสอาชญากรรมทางคอมพิวเตอร์ ทำให้รู้ว่าอาชญากรรมทางคอมพิวเตอร์เป็นอย่างไร มีกี่ประเภท รู้จักและระวังตัวในการป้องกันมากขึ้น
น.ส.รัตนาพร กล่าวอีกว่า ตนและเพื่อนๆ ส่วนใหญ่มีวิถีชีวิตที่ต้องเข้าไปใช้คอมพิวเตอร์และอินเทอร์เน็ตทุกวันไม่ที่บ้านก็ที่โรงเรียน บางคนเข้าร้านอินเทอร์เน็ตคาเฟ่ หลังจากเข้าร่วมอบรมโครงการ DSI CYBER FORCE ทำให้มีมุมมองในการเข้าอินเตอร์เน็ตต่างไปจากเดิม มีความระมัดระวังมากขึ้น เมื่อก่อนเวลาเข้าไปใช้อินเทอร์เน็ต แล้วพบพวกเมลล์ขยะเด้งขึ้นมาก็จะกดรับๆ ไปแบบมั่วๆ ไม่ได้ใส่ใจมากนัก แต่ปัจจุบันทำให้รู้ว่าเมลล์ขยะเหล่านั้นบางอันเป็นไฟล์ต้องสงสัยอาจจะไม่ปลอดภัยกับคอมพิวเตอร์ของเรา และควรตอบปฏิเสธเสียส่วนใหญ่
ปริศนาฮิวอี้ ไม่ถึงปีตก 3 ครั้ง
เหตุเฮลิคอปเตอร์ แบบเบลล์ 212 ตกติดต่อกันถึง 3 ครั้ง สูญเสียเจ้าหน้าที่ไปครั้งละนับสิบนายทำให้เกิดข้อกังขาว่า เฮลิคอปเตอร์รุ่นนี้ บุโรทั่งเกินไปหรือเพราะถูกสอย หรือเพราะนักบิน-สภาพภูมิอากาศ ใครจะตอบคำถามนี้
ข้อมูลจาก คม ชัด ลึก
