ท่อระบายน้ำ กทม.ย่านพหลโยธินระเบิด ไฟลุกพรึบเป็นแนวยาวตามท่อกว่า 500 เมตรฝาท่อปลิ่วว่อน กระจก โต๊ะเก้าอี้ร้านค้าได้รับความเสียหายไปทั่ว ชาวบ้านบาดเจ็บ 1 คาดคนงานปรับปรุงปั๊มน้ำมันเก่า เทคราบน้ำใส่ท่อระบายน้ำก่อนมีแรงอัดแล้วเกิดประกายไฟ(7ส.ค.) เวลา 06.00 น.ร.ต.ท.สุกิจ ชะฎา ร้อยเวรสอบสวน สน.บางเขน ได้รับแจ้งเหตุไฟไหม้และมีเสียงระเบิดตามท่อระบายน้ำ กทม.ตั้งแต่ปากซอยพหลโยธิน 49,47 และ 45 ระยะทางประมาณ 500 เมตร รุดไปตรวจสอบบริเวณปากซอยพหลโยธิน 49 พบเป็นปั๊มน้ำมันโมบิลเก่า มีฝาท่อระบายน้ำ กทม.ถูกไฟไหม้เป็นสีดำ ปากซอยพหลโยธิน 47 และ 45 มีอาคารพาณิชย์ได้รับความเสียหายหลายคูหา กระจกแตกละเอียด โดยร้านบางกอกฟาวเวอร์ที่ตั้งอยู่ปากซอยกระจกร้าว,ร้านทรูคอฟฟี่ กระจกแตกกระจาย โต๊ะเก้าอี้ได้รับความเสียหาย
สำหรับความเสียหายที่เกิดขึ้นมีตู้โทรศัพท์สาธารณะ ฝาร้อยท่อองค์การโทรศัพท์และฝาท่อระบายน้ำกทม.จำนวน 37 ฝา
ขณะเดียวกันมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 1 ราย คือนายธนิต โสมพัฒนพงศ์ อายุ 34 ปี พนักงานบริษัทฟูจิซึ ซึ่งกำลังยืนรอรถบริษัทเพื่อเดินทางไปทำงาน โดยหน้าแข้งซ้ายมีบาดแผลเนื่องถูกแรงกระแทกด้วยของแข็งหลังเกิดเสียงระเบิดนำส่ง พลเมืองดีช่วยนำส่ง รพ.เซ็นทรัลเจเนอรัล ส่วนโทรศัพท์มือถือของนายธนิตได้รับความเสียหายทั้งเครื่องเนื่องจากถูกไฟไหม้
ด้านนายธนิต กล่าวว่า ขณะยื่นรอรถบริษัทเพื่อไปทำงานอยู่ปากซอยพหลโยธิน 49 ได้ยินเสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหว อย่างต่อเนื่องจากก่อนจะมีไฟลุกไปตามท่อระบายน้ำ และสังเกตุเห็นกระจกอาคารพาณิชย์ ร้านค้าแตกเป็นทางยาว ตอนนั้นตกใจมาก รู้สึกเจ็บหน้าแข้ง
ส่วนโทรศัพท์มือถือก็มีเสียงดังขึ้นก่อนจะเกิดไฟไหม้ได้รับความเสียหาย
ด้านนายเกียรติศักด์ เป้าใจสุข อายุ 24 ปี พนักงานรักษาความปลอดภัยพหลโยธินพาร์คเพลส กล่วว่า เวลาประมาณตีห้ารู้สึกตกใจเพราะมีเสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหวต่อเนื่องเป็นแนวยาวประมาณ 500 เมตร ตอนแรกคิดว่ามีการลอบวางระเบิด แต่เมื่อวิ่งออกมาดูก็เห็นกระจกแตก มีไฟลุกตามท่อระบาย
น.ต.ประทาน งามกาละ เจ้าหน้าที่ป้องกันบรรเทาสาธารณภัย 6 ประจำสถานีบางเขน ซึ่งมาอำนวยความสะดวกพร้อมรถดับเพลิงจำนวน 5 คัน กล่าวว่า สาเหตุน่าเกิดจากปั๊มน้ำมันเก่า บริเวณปากซอยพหลโยธิน 49 ที่มีการขุดเจาะล้างท่อน้ำมันและปล่อยทิ้งเข้าระบายน้ำ กทม.คาดว่าน้ำมันอาจไปทำปฏิกิริยากับอะไรบางอย่างแล้วเกิดแรงดันจนมีประกายไฟและระเบิดขึ้นตามจุดต่าง ๆ
ภาพ : ไทยรัฐ
ข้อมูลจาก คม ชัด ลึก
