ศ.ดร.ไพฑูรย์ สินลารัตน์ รองอธิการบดีม.ธุรกิจบัณฑิต กล่าวถึงกรณที่กระทรวงศึกษาธิการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาศึกษาการแยกการจัดการศึกษาระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษาตามข้อเรียกร้องของโรงเรียนมัธยม ว่า ตนเห็นด้วยที่จะให้แยกการบริหารการจัดการศึกษาระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษา เพราะลักษณะการจัดการศึกษาทั้ง 2 ระดับนั้นแตกต่างกัน สมควรจะแยกความรับผิดชอบ อย่างไรก็ตาม เร็วเกินไปที่จะด่วนสรุปจัดตั้งเขตพื้นที่มัธยมศึกษาควรจะเอาโครงสร้างเดิมมาศึกษาว่า มีไม่เอื้อต่อการจัดการมัธยมศึกษาอย่างไร สมควรจะปรับปรุงโครงสร้างอย่างไร แต่ เร็วเกินไปที่จะด่วนสรุปให้มีการจัดตั้งเขตพื้นที่มัธยมศึกษา จะกลายเป็นไม่มองปัญหารอบด้าน ศ.ดร.ไพฑูรย์ กล่าว
ศ.ดร.ไพฑูรย์ กล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตาม ศธ.ควรฉวยโอกาสนี้ ทบทวนด้วยว่า โครงสร้างและระบบบริหารจัดการศึกษาที่เกิดตามการปฏิรูปการศึกษานั้น มีส่วนใดบกพร่องหรือมีส่วนใดจำเป็นต้องปรับเพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายการศึกษาในอนาคตบ้าง แล้วถือโอกาสแก้ไขไปพร้อมกันเลย
การปฏิรูปการศึกษารอบ 2 คงหลีกเลี่ยงไม่ได้แล้ว เพราะ เห็นได้ชัดว่า โครงสร้างที่ใช้อยู่ในปัจจุบันไม่ทำให้การจัดการศึกษาประสบผลสำเร็จมากขึ้น อย่างเช่น เรื่องคุณภาพการศึกษา แม้เราพยายามสร้างหน่วยงานอย่างสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา(สมศ.) ให้ทำหน้าที่ประเมินคุณภาพการศึกษาการศึกษา รวมทั้งมีการประเมินคุณภาพโดยต้นสังกัดและการประเมินโดยสำนักทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติอยู่ด้วย แต่คงมีจุดอ่อนอยู่ตรงไหนซักแห่ง ถึงทำให้การจัดการศึกษาของไทยยังไม่ได้คุณภาพอย่างแท้จริง เพราะฉะนั้น จึงถึงเวลาที่จะมาปฏิรูปการศึกษาครั้งที่ 2 กันอีกครั้ง หลังจากผ่านการปฏิรูปการศึกษาครั้งแรกมาประมาณ 10 ปีแล้ว ศ.ดร.ไพฑูรย์ กล่าว
ศ.ดร.ไพฑูรย์ กล่าวต่อว่า นอกจากเรื่องคุณภาพแล้ว โครงสร้างตามการปฏิรูปการศึกษา ยังไม่สามารถกระจายโอกาสทางการศึกษาให้ถึงเด็กทุกคนได้เท่าเทียมขึ้น ยังมีความแตกต่างอยู่มากระหว่างการจัดการศึกษาในเมืองและชนบท นอกจากนั้น ในเรื่องการกระจายอำนาจการจัดการศึกษาโดยให้โรงเรียนเป็นนิติบุคคลและให้ท้องถิ่นเข้ามามีส่วนร่วมในการจัดการศึกษาในรูปของคณะกรรมการสถานศึกษานั้น ยังมีคำถามในเรื่องความพร้อมของบุคคลในท้องถิ่นที่จะเข้ามาร่วมจัดการศึกษากับสถานศึกษา โดยเฉพาะเรื่องเรื่องวิชาการ อาจจะดึงท้องถิ่นมาให้ความเห็นว่า เขาต้องการให้ลูกหลานจบการศึกษาออกมาแล้วมีความรู้ ความสามารถใดบ้างได้ แต่จะให้ท้องถิ่นเข้ามามีส่วนออกแบบจัดการศึกษาเลยนั้น บุคลากรในท้องถิ่นอาจจะยังไม่พร้อมพอ
ควรต้องทบทวนเรื่องปฏิรูปการเรียนรู้ด้วย เราต้องออกแบบการศึกษาเพื่อสร้างคนที่มีคุณบัติตามที่ต้องการ แต่ปัจจุบันคอนเซ็ปในการผลิตคนของเรายังคลุมเครืออยู่ แค่คำว่า เก่ง ดี มีความสุขไม่เพียงพอสำหรับโลกในยุตต่อจากโลกาภิวัตน์ และเราจะต้องมองข้ามไปถึงทิศทางการจัดการศึกษาของโลกด้วย สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ น่าจะหัวข้อที่ต้องมาคิดกันในการปฏิรูปการศึกษาครั้งที่ 2 ศ.ดร.ไพฑูรย์ กล่าว
รายการคม-ชัด-ลึกตอน-ก.ม.การชุมนุมเสริมหรือตอน เสรีภาพ?
หลังจากนายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี กล่าวในรายการ สนทนาประสาสมัคร เกี่ยวกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะมาตรา 63 เกี่ยวกับสิทธิเสรีภาพการชุมนุม ก็ช่างเหมาะเจาะกับการเสนอร่าง พ.ร.บ.จัดระเบียบการชุมนุมในที่สาธารณะ พ.ศ....
ข้อมูลจาก คม ชัด ลึก
