เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม นพ.ธิติ เชาวนลิขิต แพทย์ประจำงานศัลยกรรมตกแต่ง กลุ่มงานศัลยกรรม โรงพยาบาล (รพ.) เลิดสิน เปิดเผยในการประชุมวิชาการกรมการแพทย์ ประจำปี 2551 ที่ รพ.ราชวิถี ว่าเมื่อเร็วๆ นี้ รพ.เลิดสินร่วมกับ รพ.จุฬาลงกรณ์ และ รพ.ปิยะเวช ทำการวิจัยการเพิ่มขนาดอวัยวะเพศชาย เพื่อแก้ไของคชาตเล็ก รูปร่างผิดปกติ และทำงานไม่ปกติ โดยใช้วิธีการสร้างเนื้อเยื่อจากเซลล์ในถุงอัณฑะ และโครงการดังกล่าวได้ผ่านการพิจารณาจากคณะกรรมการจริยธรรมในมนุษย์แล้วขณะนี้มีการทดลองเพิ่มขนาดอวัยวะเพศชายแล้ว 10 คน คาดว่าในปีหน้าจะแล้วเสร็จ ซึ่งกลุ่มคนกลุ่มนี้ ต้องการเพิ่มขนาดเนื่องจากขาดความมั่นใจ มีปมด้อย แม้ว่าจะมีอวัยวะเพศประมาณ 3 นิ้ว ถึง 3 นิ้วครึ่ง ซึ่งไม่ถือว่าเล็กผิดปกติก็ตาม ทั้งนี้ ในหลายประเทศเริ่มมีการให้บริการศัลยกรรมเพื่อความงาม เช่น จีน เกาหลี ยุโรปตะวันออก ขณะที่ในกลุ่มประเทศแถบสแกนดิเนเวียได้ให้สิทธิประกันสุขภาพสามารถทำการแก้ไขปัญหาอวัยวะที่มีขนาดเล็กได้ ส่วนประเทศไทยยังไม่มีความชันเจนในเรื่องนี้ ซึ่งหากโครงการนี้ผ่านขั้นตอนการวิจัย แต่การผ่าตัดลักษณะนี้ยังมีราคาสูงมาก โดยเป็นค่าอุปกรณ์ 6 หมื่นบาท ไม่รวมค่าผ่าตัดอีกประมาณ 1 แสนบาท
สำหรับแนวโน้มการผ่าตัดแปลงเพศของหญิงเป็นชาย นพ.ธิติกล่าวว่า ขณะนี้แนวโน้มลดน้อยลง โดยจะผ่าตัดเต้านมทิ้งเพียงอย่างเดียว ส่วนรายที่ต้องการแปลงเพศจะหันไปใช้วิธีการผ่าตัดเทคนิคเดิม คือ การดึงคริสตอริส และนำเนื้อบริเวณหน้าขามาแปะให้คล้ายองคชาติ ซึ่งทำให้มีความรู้สึกทางเพศ ต่างจากวิธีใหม่ ที่เน้นการทำให้มีขนาดใหญ่เหมือนผู้ชายจริงๆ แต่จะไม่มีความรู้สึกทางเพศ
เมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา ประเทศจีนมีการนำอวัยวะเพศชายจากศพมาตัดต่อในชายที่อวัยวะเพศขาดสำเร็จเป็นรายแรกของโลก ซึ่งแนวโน้มในอนาคตมีความเป็นไปได้ว่าผู้ชายที่ถูกตัดอวัยวะเพศขาด หรือผู้หญิงที่อยากเป็นผู้ชายจะใช้วิธีนี้ อย่างไรก็ตาม ยังเป็นเรื่องที่มีการถกเถียงทางด้านจริยธรรม และจะคุ้มหรือไม่ เนื่องจากผู้ที่ใช้วิธีการนี้จะต้องกินยากดภูมิคุ้มกันเป็นจำนวนมากไปตลอด นพ.ธิติกล่าว
หน้า 10
ข้อมูลจาก มติชน
