เพิ่งผ่านพ้น วันสตรีไทย 1 สิงหาคม ไปไม่นาน ประเด็นถกเถียงในหมู่แวดวงคนทำงานเพื่อ สิทธิของสตรี หนีไม่พ้น การผลักดันให้เกิดทั้งกฎหมาย นโยบาย หรือมาตรการต่างๆ ที่จะช่วยยกระดับให้ สิทธิ และความเสมอภาค ให้ทัดเทียมกับนานาประเทศ ซึ่งในรอบปีที่ผ่านมา นับว่าเป็นปีทองของสตรีที่มี กฎหมายเพื่อผู้หญิง คลอดออกมาหลายฉบับทว่า...ในระดับการปฏิบัติงานจริง กลับพบว่ากฎกระทรวงหรือระเบียบของกรม กองต่างๆ ที่เกี่ยวข้องยังมิได้มีการกำหนดให้ชัดเจน โดยเฉพาะบทลงโทษ ที่ถือว่าเป็น กลไก ในการ ควบคุม ผู้กระทำความผิด หรือผู้ที่ คิด จะทำการละเมิด
ส่วนที่มีการระบุบทลงโทษ ก็พบว่า เบาเสียเหลือเกิน
เห็นได้ชัดเจน ในคู่มือการสอบสวนวินัย แนวทางการลงโทษที่จัดทำขึ้นโดย สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน หรือ ก.พ.ที่มีการนำเอากรณีตัวอย่างของข้าราชการที่ทำผิดวินัยในด้านชู้สาว อนาจาร จดทะเบียนซ้อน พร้อมทั้งบทลงโทษของคดีนั้นมารวบรวมไว้เพื่อให้เป็น แนวปฏิบัติ
เบา แค่ไหน ลองดูตัวอย่างกัน
เจ้าหน้าที่ปกครอง 3 ได้ดื่มสุรา แล้วบุกรุกเข้าไปในบ้านพักของหญิงอื่น ซึ่งมิใช่ภรรยาของตนในยามวิกาล และลวนลามกระทำอนาจารหญิงนั้น พฤติการณ์เป็นการกระทำผิดวินัยตามมาตรา 98 วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ.2535 (10/2543) โทษ ตัดเงินเดือน 5% เป็นเวลา 3 เดือน
นายอำเภอได้มีความสัมพันธ์ฉันชู้สาวกับหญิงอื่น ทั้งที่ตนเองมีภริยาโดยชอบด้วยกฎหมายและมีบุตรชายด้วยกัน 1 คนแล้ว แต่มิได้จดทะเบียนหย่าให้ถูกต้องตามกฎหมาย และไม่ส่งเสียค่าเลี้ยงดูบุตรชายที่กำลังศึกษาอยู่ตามที่ได้ทำบันทึกตกลงไว้ ถึงแม้ผู้บังคับบัญชาได้เคยว่ากล่าวตักเตือนไว้แล้ว แต่เจ้าหน้าที่ผู้นี้ก็ไม่พึงสังวรในความประพฤติ พฤติการณ์เป็นการกระทำผิดวินัยตามมาตร 98 วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้อราชการพลเรือน พ.ศ.2535 (6/2545) โทษ ตัดเงินเดือน 5% เป็นเวลา 3 เดือน
โยธาธิการจังหวัด ได้ลวนลามหญิงซึ่งเป็นลูกจ้างชั่วคราว และได้กล่าววาจาเพื่อให้หญิงลูกจ้างชั่วคราวผู้นี้ยินยอมมีความสัมพันธ์ฉันชู้สาวด้วย แต่หญิงปฏิเสธไม่ยินยอม เจ้าหน้าที่ผู้นี้จึงได้ให้หญิงลูกจ้างชั่วคราวนี้ออกจากงาน เป็นเหตุให้ได้รับความเดือดร้อน พฤติการณ์นี้เป็นการกระทำผิดวินัยตามมาตรา 98 วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ.2535 (12/2545) โทษ ตัดเงินเดือน 5% เป็นเวลา 3 เดือน
นี่เป็นเพียงตัวอย่างเล็กน้อยซึ่ง แต่ละตัวอย่างผู้กระทำการละเมิดทางเพศล้วนแล้วแต่เป็นข้าราชการชั้น ปกครอง ที่ควรจะเป็นแบบอย่างให้กับสังคม ซึ่งหากเป็นอย่างนี้ต่อไป เห็นทีอนาคตมาตรฐานเรื่องความเสมอภาคชายหญิง คงยังเป็นเพียงความฝัน
เพราะอยากให้วัว (แก่) เกรงกลัวต่อกฎหมาย คงต้องปรับเปลี่ยนบทลงโทษให้น่าเกรงขามเยี่ยง เสือ มิใช่น่าเอ็นดูอย่างแมว
จรัญ ภักดีธนากุล
ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ
มาตรฐาน การบังคับลงโทษทางวินัย ฉบับที่ ก.พ.จัดทำ ในส่วนของคดีล่วงละเมิดทางเพศ ต่ำกว่ามาตรฐานสากลของนานาประเทศค่อนข้างมาก ซึ่งระดับของผู้กระทำความผิดแต่ละคดีที่ยกมา เป็นระดับผู้ใหญ่ ซึ่งความจริงไม่น่าจะมีพฤติกรรมเช่นนี้ แต่มาตรฐานของ ก.พ.กลับเห็นว่าเป็นเรื่องของความผิดวินัยไม่ร้ายแรง เหมือนกับว่า ไปข่มขืนเขา อนาจารเขา ทำแบบนี้ใช้ไม่ได้นะ มาหยิกทีหนึ่ง
ศรัณยา ไชยสุต
ที่ปรึกษาประธานสภาสตรีแห่งชาติ
ในพระบรมราชินูปถัมภ์
คงจะต้องมีการประชุม เพื่อดำเนินการสร้างความเข้าใจ และความเชื่อเกี่ยวกับทัศนคติของคนในสังคมว่า ผู้บังคับบัญชาไม่สามารถละเมิดทางเพศต่อผู้อยู่ใต้บังคับบัญชา เพราะจากแนวทางในคู่มือเล่มนี้ แสดงให้เห็นว่า การตัดสินมีการใช้ดุลยพินิจเข้ามาเกี่ยวข้อง อาจไม่ได้ฟันธงว่า สภาสตรีฯจะทำหนังสือร้องเรียนถึงก.พ. แต่จะเป็นลักษณะสร้างความเข้าใจให้ตรงกันมากกว่า
หน้า 25
ข้อมูลจาก มติชน
