มาตรฐานเทียบเท่าสากล-ใช้ได้จริงในการจัดสัมมนาให้ความรู้แก่ผู้เข้าร่วมงาน วันสตรีไทย สตรีไทย ภาระ คือพลัง ประจำปี 2551 ณ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพค เมืองทองธานี เกี่ยวกับกฎหมายส่งเสริมความเสมอภาคของสตรีที่ได้รับการแก้ไขใหม่ เพื่อให้สตรีได้เข้าใจเกี่ยวกับกฎหมายใหม่ ในการถึงสิทธิของตนเองมากขึ้น รศ.ดร.จุรี วิจิตรวาทการ อดีตสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ กล่าวว่า การขับเคลื่อนกฎหมายใหม่ๆให้เกิดขึ้นได้ ขึ้นอยู่กับความร่วมมือของหลายฝ่ายทั้งภาครัฐ เอกชน เอ็นจีโอ กฎหมายคือกรอบแนวปฏิบัติที่ถูกกำหนดขึ้น ดังนั้นเนื้อหาภายในจึงต้องเป็นที่รู้และเข้าใจของประชาชนด้วย เพื่อนำไปสู่การบังคับใช้จริงจัง หากไม่มีการปฏิบัติอาจทำให้ถูกมองข้ามและกฎหมายจะไม่ถูกหยิบมาใช้ เพราะสังคมไม่เห็นความสำคัญ รศ.ดร.จุรี เน้นความสำคัญว่าการทำให้กฎหมายสามารถใช้ได้จริง ต้องทำให้สังคมเข้าใจด้วย จึงจะเกิดประโยชน์แท้จริง ทว่าสังคมไทยมีความเหลื่อมล้ำมาก ความคิดเห็นในสังคมจึงไม่ไปในทางเดียวกัน ประชาชนมีความเข้าใจในปัญหาต่างกัน เช่น การแก้ไขคำนำหน้านาม อาจไม่ใช่เรื่องสำคัญใหญ่ที่สุด แต่คนมีปัญหากับเรื่องนี้มีอยู่เช่นกัน ฉะนั้นการออกกฎหมายฉบับนี้จึงเป็นเพียงทางเลือกให้ เปิดโอกาสไม่ใช่บังคับ เช่นเดียวกับการเลือกใช้นามสกุลซึ่งเป็นการเปิดโอกาสให้เลือก มีอิสระภายใต้สิทธิเสรีภาพของรัฐธรรมนูญ เป็นการสร้างความเป็นธรรมในสังคมให้ความเสมอภาคเท่าเทียมกันของหญิงชาย
ศ.พิเศษ จรัญ ภักดีธนากุล ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ กล่าวว่า สังคมไทยมีความพยายามมากในการทำงานด้านสตรีให้มีความละเอียดทัดเทียมกับต่างประเทศ แต่ปัญหาคือไม่สามารถใช้กฎหมายบังคับใช้ได้จริง ส่วนหนึ่งเกิดจากความไม่รู้ของประชาชน ว่าพฤติกรรมหร ือการกระทำนั้นๆทำไม่ได้ ส่วนผู้ถูกกระทำต้องทนรับสภาพ จึงต้องติดอาวุธทางปัญญาให้ประชาชน แล้วจะก่อเกิดพลังให้เปลี่ยนแปลงไปในทางดีขึ้น ปัจจุบันเราจมอยู่กับความไม่รู้และมาตรฐานทางกฎหมายที่ต่ำกว่าต่างประเทศ เช่น หนังสือคู่มือสอบสวนทางวินัย (แนวทางในการลงโทษ) ที่สำนักงานข้าราชการพลเรือน(กพ.) ยกตัวอย่างกรณีศึกษาและบทลงโทษ อาทิ โยธาธิการลวนลามลูกจ้างชั่วคราวหญิง บีบให้ยินยอมมีสัมพันธ์ด้วยเมื่อฝ่ายหญิงไม่ยอมจึงกลั่นแกล้งให้ออกจากงาน หรือข้าราชการลวนลามหรือทำอนาจารหญิง ซึ่งถือเป็นพฤติกรรมที่เลวทราม เสื่อมเสียต่อสถาบัน ในต่างประเทศต้องถูกไล่ออกและประณาม แต่โทษที่กำหนดไว้ในคู่มือกลับบอกว่าเป็นความผิดวินัยไม่ร้ายแรง ให้ตัดเงินเดือนร้อยละ 5 เป็นเวลา 3 เดือน ซึ่งไม่เหมาะสม เนื่องจากภายหน้าบุคคลเหล่านี้อาจเติบโตในหน้าที่ราชการและจะกระทำพฤติกรรมเช่นอีก เพราะเห็นว่าไม่ใช่เรื่องผิดร้ายแรง ถือเป็นมาตรฐานที่ไม่เหมาะควรมีการเปลี่ยนแปลง การจะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงได้ สตรีต้องรวมพลังกันเรียกร้องทั่วประเทศ ยกระดับมาตรฐานการตัดสินของเราให้เทียบเท่าสากล
ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ กล่าวต่อว่า กฎหมายอื่นที่เกิดขึ้นช่วงหลังและถือเป็นการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นมีเช่นกันย เช่น การแก้ไขกฎหมายให้ชะลอโทษหญิงตั้งครรภ์ที่ต้องโทษจำคุกจนกว่าบุตรมีอายุ 3 ปี หรือลดโทษประหารเหลือจำคุกตลอดชีวิต,การแก้ไขข้อความเกี่ยวกับการข่มขืนกระทำชำเราให้ครอบคลุมทั้งหมด ไม่ว่าเป็นกรณีของหญิง-ชาย,หญิง-หญิง,ชาย-ชาย รวมถึงเด็ก,ให้สิทธิในการเรียกร้องค่าเสียหายจากชายชู้หรือหญิงชู้ได้ นอกจากนี้ยังมีกฎหมายที่คุ้มครองผู้ถูกกระทำความรุนแรงในครอบครัว เป็นการคุ้มครองเหยื่อที่อยู่ภายในครอบครัว กฎหมายนี้ไม่มุ่งลงโทษผู้กระทำผิด แต่เน้นการฟื้นฟูความสัมพันธ์และส่งเสริมสถาบันครอบครัวมากกว่า จึงให้สามารถยอมความได้ ซึ่งถือเป็นการเพิ่มอำนาจต่อรองให้ผู้ถูกกระทำ
ข้อมูลจาก เดลินิวส์
