กรมศิลป์ เผย ครม.มีมติเห็นชอบตามที่กระทรวงวัฒนธรรมเสนอ ปรับค่าเข้าชมและค่าบริการอื่นๆ รวม 44 แห่งทั่วประเทศ เริ่ม 1 ตุลาคมนี้อุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย จ.สุโขทัย
นายเกรียงไกร สัมปัชชลิต อธิบดีกรมศิลปากร กล่าวว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบตามที่กระทรวงวัฒนธรรม(วธ.) โดยกรมศิลปากรเสนอร่างกฏกำหนดค่าเข้าชมและค่าบริการอื่นสำหรับโบราณสถานที่ขึ้นทะเบียนอุทยานประวัติศาสตร์ 10 แห่ง และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ 44 แห่งทั่วประเทศ เพื่อขอปรับปรุงค่าเข้าชมและค่าบริการอื่นๆ ให้เหมาะสมกับสถานการณ์ในปัจจุบัน และขึ้นค่าบริการหูฟังเพื่อการบรรยายภาษาต่างประเทศสำหรับผู้ใช้บริการในโบราณสถานนั้น ซึ่ง วธ.จะนำกฎกำหนดค่าเข้าชมและค่าบริการดังกล่าวประกาศลงในราชกิจจานุเบกษาเร็วๆ นี้ เพื่อเริ่มใช้อัตราค่าเข้าชมใหม่ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคมนี้ เป็นต้นไป
นายเกรียงไกร กล่าวต่อว่า การปรับปรุงค่าเข้าชมใหม่ ส่งผลให้คนไทยต้องเสียค่าเข้าชมพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติและอุทยานประวัติศาสตร์ 30,40,70 บาท จากเดิม 10-20 บาท โดยโบราณสถานที่เก็บค่าเข้าชมเพิ่มเป็น 30 บาท เช่น พิพิธภัณสถานแห่งชาติพระนคร พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติหอศิลป์เขตพระนคร พิพิธภัณสถานแห่งชาติพระนครศรีธรรมราช พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติปราจีนบุรี พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติเจ้าสามพระยา พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สมเด็จพระนารายณ์ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติอู่ทอง พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติรามคำแหง พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติสงขลา พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติบ้านเชียง อุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร อุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง และปราสาทเมืองต่ำ
ส่วนโบราณสถานที่ปรับค่าเข้าชมจาก 20 บาท เป็น 40 บาท เช่น อุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย โบราณสถานวัดชมชื่น เตาทุเรียงเกาะน้อย เป็นต้น สำหรับอุทยานประวัติศาสตร์ในจังหวัดสุโขทัย ปรับค่าเข้าชมจาก 20 บาท เป็น 70 บาท สำหรับชาวต่างชาติจะปรับขึ้นหลายเท่าตัวจากที่เคยเก็บค่าเข้าชมสูงสุด 40 บาท เพิ่มเป็น 100-350 บาท เช่น อุทยานประวัติศาสตร์ในกรุงเทพมหานคร กำแพงเพชร บุรีรัมย์ พระนครศรีอยุธยา ลพบุรี สุโขทัย เป็นต้น แต่กรมศิลปากรยังยกเว้นค่าเข้าชมและค่าบริการให้กับบุคคลบางประเภท ได้แก่ พระภิกษุสามเณร นักเรียนนักศึกษาในเครื่องแบบ ครูอาจารย์ หรือสถาบันการศึกษาที่เข้าชมเป็นหมู่คณะ รวมถึงคนพิการ และผู้ด้อยโอกาสด้วย
นอกจากนี้ กรมศิลปากรยังปรับภาพลักษณ์บัตรเข้าชมโบราณสถาน อุทยานประวัติศาสตร์ และพิพิธภัณฑสถานทั่วประเทศเป็นบัตรแข็ง มีภาพสัญลักษณ์สิ่งของที่มีความสำคัญชั้นเยี่ยมในสถานที่นั้นๆ เพื่อให้ประชาชนสามารถเก็บไว้เป็นที่ระลึก หรือเป็นที่คั่นหนังสือได้ด้วย
ข้อมูลจาก มติชน
