คอลัมน์ ส่องโรค ไขสุขภาพวันที่ 1-7 สิงหาคมนี้ ถือเป็นสัปดาห์นมแม่โลก
พญ.ศิริพร กัญชนะ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ในฐานะประธานศูนย์นมแม่แห่งประเทศไทยระบุว่าสัปดาห์นมแม่โลก มีการรณรงค์ต่อเนื่องใน 120 ประเทศ มา 17 ปี ผลการวิจัยจากทั้งในประเทศและต่างประเทศ พบว่า การดื่มนมแม่นอกจากจะทำให้ลูกไม่ป่วยบ่อย ไม่เป็นโรคแพ้โปรตีนนมวัว ฯลฯ ยังส่งผลต่อสุขภาพของเด็กเมื่อเติบโตด้วย
ข้อมูลยืนยันว่าเด็กที่ดื่มนมแม่จะลดความเสี่ยงในการเกิดโรคร้าย 3 โรค ได้มากกว่าเด็กที่ไม่ได้ดื่มนมแม่ คือ 1.ลดการเกิดโรคเบาหวานได้ร้อยละ 40 คือ ถ้ามีเด็กไม่ได้กินนมแม่และโตขึ้นเป็นเบาหวาน 100 คน ถ้าเปลี่ยนเด็กกลุ่มนี้มากินนมแม่ เมื่อโตขึ้นจะเป็นเบาหวานเพียง 60 คน 2.ลดการเกิดโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวได้ร้อยละ 20 3.3.ลดการเกิดโรคอ้วนได้ร้อยละ 22 ซึ่งหมายความว่าอาจช่วยลดการเกิดโรคความดันโลหิตสูง และเส้นโลหิตอุดตันเมื่อสูงวัยด้วย
ขณะที่การศึกษาล่าสุดในฟิลิปปินส์ ที่ติดตามเด็กแรกเกิดจนถึงอายุ 8.5 ปี พบเด็กที่ดื่มนมแม่มีไอคิว ดีกว่าเด็กที่ไม่ได้ดื่มเฉลี่ยเกือบ 10 จุด
นอกจากนี้ นมแม่ยังช่วยปกป้องสิ่งแวดล้อม เพราะไม่ต้องมีกระบวนการต้มน้ำ ไม่มีขยะ ไม่ต้องใช้กระป๋อง ไม่ใช้ขวด ไม่มีจุกนม ไม่ต้องขนส่ง ขณะที่กระป๋องนม 550 ล้านกระป๋อง ต้องใช้แผ่นตะกั่วในการผลิตถึง 86,000 ตัน และใช้กระดาษปะที่ข้างกระป๋องอีก 1,230 ตัน ที่สำคัญยังการให้ลูกดื่มนมแม่ มีผลดีโดยตรงต่อสุขภาพของผู้ที่เป็นแม่ ช่วยลดโอกาสมะเร็งเต้านมและรังไข่ รวมถึงลดการเกิดโรคกระดูกพรุน
สัปดาห์นมแม่โลกปีนี้ กรมอนามัย สธ. จึงร่วมกับศูนย์นมแม่ และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) รณรงค์ นมแม่ดีที่หนึ่งเลย ทุกที่ ทุกคน สนับสนุนนมแม่ได้ โดยเผยแพร่พระฉายาลักษณ์โปสเตอร์ ของพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าทีปังกรรัศมีโชติ ในงานประชุมวิชาการนมแม่แห่งชาติครั้งที่ 2 วันที่ 6-8 สิงหาคมนี้ ที่โรงแรมมิราเคิล
หน้า 10
ข้อมูลจาก มติชน
