โพลล์เผยโจ๋เกือบ 78% ฮิตมีเพศสัมพันธ์-อยู่ก่อนแต่ง อ้างเพื่อพิสูจน์รักแท้และความจริงใจ 86.71% ส่วน 71.58% ตั้งครรภ์ไม่ตั้งใจ และทำแท้ง 51.98% อธิบดีกรมอนามัยเผยกว่า 50% ของผู้ติดเชื้อเอดส์รายใหม่คือกลุ่มวัยรุ่น แม่วัยทีนทิ้งลูกวันละ 3 คน จับมือภาคีผุดโครงการ รักนี้
คุมได้ แก้ปัญหาด่วนกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข สภาวิชาการคุมกำเนิดแห่งภาคพื้นเอเชียแปซิฟิก วิทยาลัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และบริษัท ไบเออร์ เชริง ฟาร์มา ประเทศไทย ร่วมกับสวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต (มสด.) จัดงานแถลงข่าวเปิดโครงการ รักนี้
คุมได้ ที่ลานน้ำพุ ชั้นจี ศูนย์การค้าเซ็นทรัล ลาดพร้าว มีการเปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นของ กลุ่มผู้หญิงที่อยู่ในวัยเรียน จำนวน 1,031 คน ระหว่างวันที่ 21 มิถุนายน-10 กรกฎาคม 2551 สรุปโดยสังเขปดังนี้
1.ทัศนคติต่อการมีเพศสัมพันธ์ในวัยเรียน เด็กยอมรับมีเพื่อนหรือคนรู้จักมีเพศสัมพันธ์ในวัยเรียนและอยู่ก่อนแต่งร้อยละ 77.69 ไม่เห็นด้วยที่ว่าการมีเพศสัมพันธ์กับแฟน คนรัก เป็นการแสดออกถึงความจริงใจและความรักอย่างแท้จริงร้อยละ 86.71 ไม่กล้าที่จะบอกผู้ปกครองว่ามีเพศสัมพันธ์ร้อยละ 66.15 ไม่เห็นด้วยกับการมีเพศสัมพันธ์ในวัยเรียนและการอยู่ก่อนแต่งเป็นเรื่องธรรมดาร้อยละ 56.95
2.ทัศนคติต่อการคุมกำเนิด เด็กคิดว่าการคุมกำเนิดเป็นสิ่งที่ผู้หญิงควรมีความระมัดระวังมากกว่าผู้ชายร้อยละ 85.75 ไม่รู้จักยาคุมฉุกเฉินและไม่ทราบวิธีการใช้ที่ถูกต้องร้อยละ 71.49 ไม่ทราบถึงอันตรายจากการใช้ยาคุมฉุกเฉินร้อยละ 50.83
3.ทัศนคติต่อการตั้งครรภ์ไม่พึงประสงค์ เด็กมีเพื่อน คนรู้จัก ที่เคยตั้งครรภ์โดยไม่ตั้งใจร้อยละ 71.58 จะบอกผู้ปกครองเป็นคนแรกถ้ารู้ว่าตัวเองตั้งครรภ์ร้อยละ 55.87 และ 4.ทัศนคติต่อการทำแท้ง กลุ่มตัวอย่างที่เห็นว่าการทำแท้งเป็นการทำบาปที่ร้ายแรงร้อยละ 96.02 เห็นว่าการทำแท้งเป็นสิ่งน่ากลัว และอาจได้รับอันตรายถึงชีวิตร้อยละ 95.15 มีเพื่อน คนรู้จักทำแท้งในวัยเรียนร้อยละ 51.98 ไม่เห็นด้วยที่ว่าข่าวการทำแท้งของเด็กในวัยเรียน ณ ปัจจุบันมีจำนวนลดน้อยลงร้อยละ 78.37
นพ.ณรงค์ศักดิ์ อังคะสุวพลา อธิบดีกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ปัจจุบันวัยรุ่นไทยกำลังอยู่ในภาวะเสี่ยงหลายอย่าง โดยเฉพาะการมีเพศสัมพันธ์เร็วขึ้น สาเหตุมาจากเด็กได้รับรู้สิ่งยั่วยุต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการแต่งตัว การเลียนแบบ สื่ออินเทอร์เน็ต เกมออนไลน์ ภาพยนตร์ นิตยสาร ทำให้เกิดแรงกระตุ้นในการอยากมีเพศสัมพันธ์ ดังจะเห็นจากตัวเลขอายุเด็กที่เริ่มมีเพศสัมพันธ์เมื่อ 10 ปีที่แล้ว ผู้ชายเริ่มที่ 19 ปี ผู้หญิงเริ่มที่ 10 ปี แต่ปัจจุบันเด็กผู้ชายเริ่มมีเพศสัมพันธ์อายุ 15 ปี ผู้หญิง 16 ปี ตั้งท้องไม่พึงประสงค์ในปี 2542 ประมาณร้อยละ 12.5 แต่ในปี 2549 เพิ่มขึ้นร้อยละ 14.5 ทำแท้งร้อยละ 30 ส่วนใหญ่เป็นเด็กหญิงอายุต่ำกว่า 20 ปี
ปัจจุบันยังพบอีกว่ากว่าร้อยละ 50 ของผู้ติดเชื้อเอดส์รายใหม่คือกลุ่มวัยรุ่น ดังนั้น จึงมีสถิติจากกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ว่ามีการทิ้งทารกแรกเกิดวันละ 3 คน จึงสะท้อนให้เห็นว่าแม้มีการคุมกำเนิดในประเทศไทย แต่การติดเชื้อเอดส์กลุ่มวัยรุ่นไม่ลดลงเลย ทางกรมอนามัยจึงร่วมกับองค์กรภาคีจัดโครงการ รักนี้ คุมได้ เพื่อรณรงค์ให้ความรู้แก่วัยรุ่นไทยเกี่ยวกับเพศสัมพันธ์ที่เหมาะสม หลีกเลี่ยงการมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ป้องกัน นำไปสู่ปัญหาต่างๆ โดยเฉพาะการตั้งครรภ์ไม่พึงประสงค์และการทำแท้ง โดยเริ่มที่ตัวผู้หญิงก่อน ผ่านกิจกรรม การจัดสัมมนาในสถานศึกษา ทำเว็บไซต์ของโครงการ www.mylovemycontrol.com ทำเสื้อยืด โปสเตอร์ และการจัดค่ายรักนี้ คุมได้ พร้อมกับทำหนังสั้นเพื่อนำเสนอภาวะปัจจุบันของการมีเพศสัมพันธ์ นพ.ณรงค์ศักดิ์ กล่าว
รศ.นพ.วรพงศ์ ภู่พงค์ ผู้แทนสภาวิชาการคุมกำเนิดแห่งภาคพื้นเอเชียแปซิฟิกประจำประเทศไทย กล่าวว่า มีข้อมูลจากสภาวิชาการคุมกำเนิดฯ พบว่า ผู้หญิงกว่า 123 ล้านคนทั่วโลกมีเพศสัมพันธ์โดยไม่คุมกำเนิด ในแต่ละปีมีผู้หญิงกว่า 46 ล้านคนทั่วโลกทำแท้ง และในจำนวนนี้ประมาณ 27 ล้านคนอยู่ในทวีปเอเชีย โดย 8.7 หมื่นคนของผู้หญิงเหล่านี้ต้องเสียชีวิตเนื่องจากภาวะแทรกซ้อนจากการทำแท้งที่ไม่ปลอดภัย ทั้งนี้ มีการคาดการณ์ว่าจะสามารถลดอัตราการตายได้ถึง 1.5 แสนคนต่อปีหากมีการป้องกันการตั้งครรภ์ไม่พึงประสงค์ ซึ่งทางโครงการได้เปิดสายด่วนปรึกษาปัญหาเกี่ยวกับการมีเพศสัมพันธ์ที่โทร.0-2664-5811, 0-2218-8154
ข้อมูลจาก คม ชัด ลึก
