นับเป็นปีที่ 7 แล้ว ที่ พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ สนพระทัยการส่งเสริม ศิลปะเพื่อคนพิการ โดยเสด็จเป็นวิทยากรสอนศิลปะให้แก่เยาวชนพิการและปกติอย่างต่อเนื่องในค่ายกิจกรรม อาร์ต ฟอร์ ออล (Art for all) ซึ่งปีนี้จัดภายใต้คอนเซ็ปท์ Art for all : สะพานสู่สันติภาพ ครั้งที่ 12 จัดโดยศูนย์ศิลปะเพื่อมนุษย์ คณะศิลปกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่อาราญาน่า ภูพิมาน รีสอร์ท แอนด์ สปา จ.นครราชสีมาในการเสด็จเยี่ยมค่ายและทรงเป็นวิทยากรครั้งนี้ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีฯ ทรงสอนเยาวชนพิการและปกติทั้งหมด 21 คน ทำ สร้อยคอ จากวัสดุใกล้ตัว เช่น ลูกปัด กระดุม โดยทรงเรียกแทนพระองค์ว่า พี่ และเรียกเยาวชนว่า น้อง
พระองค์ทรงเริ่มต้นการสอนด้วยการทักทายเยาวชนว่า สวัสดีทุกคนนะคะ จากนั้นทรงเรียกเยาวชนโดยให้ทุกคนยกมือแนะนำตัวเอง เริ่มจากเยาวชนหูพิการ ตาบอด พิการแขน-ขา ปัญญาอ่อน และเยาวชนปกติ เสร็จแล้วตรัสว่า
วันนี้เราจะมาเรียนวิธีการทำสร้อยคอกัน อยากให้ทุกคนสร้างผลงานให้ตัวเอง ช่วยกันออกความคิดใช้ความสามารถให้การสร้างสรรค์สร้อยขึ้นมา อยากให้น้องปกติช่วยอำนวยความสะดวกให้กับเพื่อนพิการที่อยู่ข้างๆ ด้วย จากนั้นทรงแจกอุปกรณ์ให้แก่เยาวชนด้วยพระองค์เอง พร้อมกับตรัสให้กำลังใจว่า พี่มีเชือกหลายแบบ เชื่อว่าน้องๆ ที่พิการทางสายตาจะสามารถออกแบบสร้อยคอได้อย่างยอดเยี่ยม และพี่หวังว่าวันนี้ทุกคนคงจะมีผลงานของตัวเองคนละชิ้นไปใส่โชว์เพื่อนๆ และตรัสต่อด้วยความเป็นห่วงว่า น้องๆ ช่วยระวังกรรไกร เข็ม และอุบัติเหตุด้วยนะคะ
บรรยากาศการสอนทำสร้อยคอเต็มไปด้วยรอยยิ้มและความสุขของเยาวชน เพราะพระองค์เจ้าสิริวัณณวรีฯ ทรงสอนเยาวชนอย่างไม่ถือพระองค์ ทรงมีพระเมตตาต่อเยาวชน ทรงช่วยพยุงเยาวชนพิการแขน-ขาให้ลงจากรถวีลแชร์มาร่วมทำสร้อยคอกับเพื่อนๆ ทรงช่วยเยาวชนตาบอดร้อยสร้อยคอ ทรงให้กำลังใจเยาวชนปัญญาอ่อน และตรัสชมผลงานของเยาวชนทุกคน พร้อมกันนี้ยังทรงร้อยปลอกคอด้วยลูกปัดประทานให้แก่ลูกสุนัขในค่าย และทรงวาดรูปสีน้ำ ไก่ฟ้าพระยาลอ ในฐานกิจกรรมศิลป์สันติด้วย
จากนั้นเสด็จร่วมกิจกรรมนันทนาการกับเด็กๆ ในกิจกรรม สานสายใย ทรงร่วมร้องเพลงและเต้นเพลงเชียร์ของคณะศิลปกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมกับเยาวชนอย่างสนุกสนานและเป็นกันเอง ยังความปลาบปลื้มประทับใจมาสู่เยาวชน พี่เลี้ยง และครูอาจารย์ภายในค่ายเป็นอย่างมาก เพราะทรงทุ่มเท เอาจริงเอาจัง และไม่ถือพระองค์แม้แต่น้อย
ศ.ดร.ชาญณรงค์ พรรุ่งโรจน์ คณบดีคณะศิลปศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ให้สัมภาษณ์ว่า ศิลปะเป็นภาษาสากล เป็นสิ่งที่เชื่อมโยงจิตใจมนุษย์ไม่ให้แบ่งแยกชาติ ศาสนา การจัดค่ายจึงนำเยาวชนพิการ เยาวชนปกติ และเยาวชนที่ได้รับความเดือดร้อนจาก 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ มาเป็นกระจกสะท้อนซึ่งกันและกันทางจิตวิญญาณ เด็กที่เข้ามาจะได้วัคซีนชีวิต เพราะเมื่อเด็กพิการได้เห็นคนที่พิการกว่าก็จะมีกำลังใจมากขึ้น ส่วนเด็กปกติได้เห็นคนพิการมีศักยภาพก็จะลุกขึ้นมาสร้างสรรค์สิ่งต่างๆ ไม่ให้แพ้คนพิการ
ค่ายจบลงด้วยความประทับใจ ของเหล่าเยาวชน
หน้า 25
ข้อมูลจาก มติชน
