บรรยากาศการเมืองที่ร้อนระอุเต็มไปด้วยความสับสนวุ่นวาย แบ่งฝักแบ่งฝ่าย หลายคนเห็นแล้วก็อดถอนหายใจยาวๆ ระคนด้วยความรู้สึกเอือมระอาไปตามๆ กัน สาเหตุหลักของความวุ่นวายคงหนีไม่พ้นใคร นักการเมือง ที่สวมหมวกเป็น ส.ส. รัฐมนตรี เข้ามาบริหารประเทศทุกยุคสมัย ที่ไม่ว่าจะเป็นยุคสมัยไหนก็ยังไม่ทำหน้าที่ของตัวเองให้เต็มที่เสียทีประชาชนที่รู้สึกอึดอัดกับการทำงานของรัฐมนตรีบางคนก็คงทำได้แค่วิพากษ์วิจารณ์กันในกลุ่มเล็กๆ หรือไม่ก็รวมกลุ่มประท้วงส่งหนังสือร้องเรียนไปยังรัฐบาล แต่สำหรับข้อความ ขอขอบคุณสุภาพบุรุษไปรษณีย์...ผู้ซื่อสัตย์ต่อหน้าที่ยิ่งกว่ารัฐมนตรีบางตน ที่แปะผ่านซองจดหมายหรือพัสดุทางไปรษณีย์ทุกครั้ง ของสำนักพิมพ์ผีเสื้อ แหล่งกำเนิดวรรณกรรมที่เปี่ยมไปด้วยคุณภาพ หลายคนที่ได้อ่านข้อความนี้แล้วคงจะมีความรู้สึกเดียวกันว่ามีจุดประสงค์เพื่ออะไร
ที่มาที่ไปของข้อความเด็ดๆ นี้ มกุฎ อรฤดี บรรณาธิการสำนักพิมพ์ผีเสื้อ วัย 58 ปี บอกด้วยน้ำเสียงหนักแน่นว่า แนวคิดเขียนข้อความผ่านการส่งไปรษณีย์นี้ทำมาตั้งแต่ พ.ศ.2512 สมัยรัฐบาลจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ซึ่งเป็นรัฐบาลเผด็จการ และห้ามประชาชนวิจารณ์รัฐบาล จึงต้องอาศัยช่องทางทางไปรษณีย์และทำมาจนถึงปัจจุบัน ส่วนที่เลือกใช้ข้อความ ขอขอบคุณสุภาพบุรุษไปรษณีย์...ผู้ซื่อสัตย์ต่อหน้าที่ยิ่งกว่ารัฐมนตรีบางตน ก็เพราะอยากสะท้อนภาพลักษณ์ของนักการเมือง รัฐมนตรีบางคนไม่ว่าจะเป็นยุคสมัยไหนก็มีภาพลักษณ์ที่ไม่แตกต่างกัน คือปฏิบัติหน้าที่ได้ไม่ดี ไม่เต็มประสิทธิภาพกับตำแหน่งที่ได้รับ
เหตุผลสำคัญอีกอย่างหนึ่งของการส่งข้อความผ่านทางไปรษณีย์ บรรณาธิการสำนักพิมพ์ผีเสื้อ อธิบายว่า ก็เพื่อชื่นชมและขอบคุณการทำหน้าที่ของบุรุษไปรษณีย์ทุกคนกับการปฏิบัติหน้าที่เป็นคนกลางนำสารจากผู้ส่งไปยังผู้รับได้อย่างไม่บกพร่อง ซึ่งถือว่าทำงานได้อย่างเหมาะสมตามหน้าที่แม้จะเป็นหน้าที่เล็กน้อย เมื่อเทียบกับรัฐมนตรีบางคนที่มีตำแหน่งหน้าที่ใหญ่โตแต่กลับทำหน้าที่แบบไม่ได้เรื่อง
บุรุษไปรษณีย์ทุกคนเมื่อเห็นสติ๊กเกอร์ข้อความติดอยู่บนซองจดหมายหรือกล่องพัสดุ ก็ไม่ได้ว่าอะไร กลับยิ้มด้วยความชอบเสียด้วยซ้ำ มีหลายคนโทรศัพท์มาขอบคุณที่ช่วยให้รู้สึกมีกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่อย่างมุ่งมั่นต่อไป เพราะพวกเขารู้สึกว่าได้ทำหน้าที่อย่างเต็มที่ให้คนรับจดหมายมีรอยยิ้ม ดีกว่ารัฐมนตรีบางคนที่ทำให้ประชาชนหน้าบึ้ง เดือดร้อน จนต้องออกมาประท้วงขับไล่ มกุฎ เล่าด้วยความภูมิใจ
ถึงจะเป็นเพียงข้อความที่สะท้อนภาพลักษณ์ของนักการเมืองผ่านการส่งไปรษณีย์ และคงไม่สามารถไปกระตุ้นจิตสำนึกของนักเลือกตั้งได้ แต่ มกุฏ ยังคงยืนยันในเจตนารมณ์เดิมกับการทำหน้าที่ส่งข้อความผ่านบุรุษไปรษณีย์ เพื่อที่จะกระตุ้นเตือนให้ทุกคนปฏิบัติหน้าที่ของตัวเองให้เต็มประสิทธิภาพต่อไป
หน้า 25
ข้อมูลจาก มติชน
