บุญเชิด แถลงพร้อมตรวจสอบคนไทยถือที่ดินแทนต่างด้าว หลังข่าวสะพัดตะวันออกกลางขนเงินซื้อที่นาคนไทย ระบุให้ส่งข้อมูลน่าสงสัยให้ตรวจสอบ จับได้มีโทษทั้งจำคุกและปรับนายบุญเชิด คิดเห็น รักษาการอธิบดีกรมที่ดิน แถลงข่าวเกี่ยวกับกรณีคนต่างด้าวหลีกเลี่ยงกฎหมาย โดยให้คนไทยถือที่ดินแทน หรือตั้งบริษัทเพื่อรับโอนที่ดินแทน หรือว่าจ้างคนไทยจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทเพื่อประกอบธุรกิจซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ แล้วต่อมาขอเปลี่ยนวัตถุประสงค์เป็นขายหรือแบ่งขายให้ชาวต่างชาติด้วยกัน
โดยระบุว่า ตามกฎหมายแล้วปัจจุบันคนต่างด้าวรับโอนที่ดิน ในประเทศไทยได้ 3 กรณีเท่านั้น คือ 1.รับมรดกในฐานะที่เป็นทายาทโดยธรรม 2.ซื้อที่ดิน 1 ไร่ เพื่อเป็นที่อยู่อาศัย โดยนำเงินมาลงทุน 40 ล้านบาท หรือ 3.รับโอนที่ดินตามกฎหมายอื่น เช่น พระราชบัญญัติส่งเสริมการลงทุน พ.ศ. 2520 เป็นต้น
ในกรณีที่มีการพยายามหลบเลี่ยงกฎหมาย โดยไปจัดตั้งนิติบุคคล แล้วให้คนไทยถือหุ้นแทนเพื่อมิให้จำนวนหุ้นของคนต่างด้าวเกินกว่าร้อยละ 49 ของทุนจดทะเบียนหรือ จำนวนผู้ถือหุ้นเป็นคนต่างด้าวเกินกว่าครึ่งหนึ่งของจำนวนผู้ถือหุ้น อันเป็นนิติบุคคลต่างด้าวที่ต้องห้ามได้มาซึ่งที่ดินในประเทศไทย เช่นเดียวกับคนต่างด้าว กระทรวงมหาดไทย กรมที่ดิน มิได้นิ่งนอนใจในเรื่องดังกล่าว
โดยได้มีการวางแนวทางป้องกันไว้ตั้งแต่ พ.ศ.2549 และถือปฏิบัติจนถึงปัจจุบันให้พนักงานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติในการสอบสวนกรณีที่มีการขอได้มาซึ่งที่ดินของนิติบุคคล ไม่ว่าจะเป็น บริษัทจำกัด ห้างหุ้นส่วนจำกัด หรือห้างหุ้นส่วนสามัญที่จดทะเบียนแล้ว และมีวัตถุประสงค์เพื่อประกอบธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ และมีคนต่างด้าวถือหุ้นหรือเป็นกรรมการ หรือมีเหตุอันควรสงสัยว่าจะมีการถือหุ้นแทนคนต่างด้าว
ตามขั้นตอนพนักงานเจ้าหน้าที่ จะต้องสอบให้ปรากฏชัดเจนว่า ผู้ถือหุ้นสัญชาติไทยนั้น มิได้ถือหุ้นแทนคนต่างด้าวโดย สอบสวนรายได้ของผู้ถือหุ้นสัญชาติไทย ว่ามีอาชีพใด รายได้เดือนละเท่าไร โดยต้องแสดงหลักฐานประกอบ ตลอดจน สอบสวนว่าเงินที่ซื้อหุ้นมีที่มาอย่างไร
อีกทั้งต้องแสดงหลักฐานที่มาของเงินที่นำมาซื้อที่ดินด้วย หากนิติบุคคลนั้นซื้อที่ดินในราคาสูงกว่าทุนจดทะเบียนโดยไม่มีการจดทะเบียนจำนองที่ดินและเพื่อเป็นการป้องกันการหลีกเลี่ยงกฎหมายในภายหลังซื้อที่ดินแล้ว โดยเพิ่มทุนหรือโอนหุ้นในแก่คนต่างด้าวจนกลายเป็นนิติบุคคลต่างด้าว ได้มีการสั่งการให้ภายในเดือนมิถุนายนของทุกปี
สำนักงานที่ดินทุกสำนักงานจะต้องส่งรายชื่อนิติบุคคลที่มีคนต่างด้าวถือหุ้นหรือเป็นกรรมการให้สำนักบริการข้อมูลธุรกิจ หรือ สำนักพัฒนาธุรกิจการค้าจังหวัดตรวจสอบว่า นิติบุคคลดังกล่าวมีคนต่างด้าวเพิ่มทุนจนกลายเป็นนิติบุคคลต่างด้าวหรือไม่ หากพบว่านิติบุคคลใดกลายเป็นนิติบุคคลต่างด้าว จะต้องถูกบังคับให้จำหน่ายที่ดินในส่วนที่เกินสิทธิที่กำหนดไว้ตามมาตรา 87 แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน
อย่างไรก็ดี หากประชาชนทราบข้อมูลหรือสงสัยในพฤติกรรมของนิติบุคคลซึ่งได้มาซึ่งที่ดินแล้วน่าจะเป็นการถือครองแทนคนต่างด้าวโดยฝ่าฝืนกฎหมาย สามารถช่วยเหลือทางราชการได้โดย แจ้งข้อมูลพร้อมหลักฐาน ให้แก่กรมที่ดินเพื่อที่จะได้ตรวจสอบและดำเนินการแก่นิติบุคคลและบุคคลที่เกี่ยวข้อง ตามกฎหมายซึ่งถือเป็นความผิดอาญา มีโทษทั้งจำคุกและปรับด้วย