คอลัมน์ โครงร่างตำนานคนโดย การ์ตอง
ทางหนึ่งพรรคร่วมรัฐบาลถูกขีดเส้นให้เดินสู่ชะตากรรมแห่งความสิ้นสลาย เผชิญหน้ากับแนวโน้มที่หนีพ้นโทษ ยุบพรรค ได้ยาก จาก ชาติไทย-มัชฌิมาธิปไตย ต่อด้วย พลังประชาชน หนทางแก้หนึ่งเดียวคือเร่งแก้รัฐธรรมนูญและกฎหมายลูก ปลดโซ่ตรวนหนีจากขื่อคา เพื่อหนีรอดโทษประหาร ยิ่งนับวันยิ่งตีบตัน ด้วยไม่เพียงเสียงคัดค้านจากภายนอกจะดังไปทั่วกลบเสียงเห็นด้วยแทบสนิท กระทั่งภายในพรรคพลังประชาชนซึ่งต้องเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงเองยังไม่เดินไปในทางเดียวกันได้อย่างสนิทใจ
แค่แก้ความเห็นต่างภายในน่าจะใช้เวลามากพอสมควร
สรุปของนักวิเคราะห์หลายสำนักออกมาในทางเดียวกันว่า การเมืองเดินกลับเข้าสู่ ตุลาการภิวัตน์ อีกครั้ง
เป็นการเดินถอยกลับไปคล้ายกับเหตุการณ์ก่อนการรัฐประหาร 19 กันยายน 2549
เป็นภาพของการเมืองที่ค่อยๆ คืบไปสู่ทางตัน และที่สุดต้องหาทางออกให้ความเป็นไปของประเทศด้วยการโละทิ้งระบบรัฐสภาโดยทหารทำการยึดอำนาจ
การเมืองกำลังย้อนศรกลับไปหาเส้นทางเดิม
ล่าสุดนายสมัคร สุนทรเวช ผู้เป็นนายกรัฐมนตรีได้ออกมาเปิดประเด็นร้อนว่า ในแฟ้มเอกสารการประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 25 มีนาคมที่ผ่านมา มีแทรกสารลับฉบับหนึ่งแทรกเข้ามาด้วยแจ้งเตือนว่ามีขบวนการจ้องล้มล้างรัฐบาล มีการประชุมกันเพื่อเตรียมปฏิวัติอีก
ขณะนี้ยังมีคนบางกลุ่มพยายามวิ่งเต้นเคลื่อนไหว เพราะคิดว่ายังสามารถทำปฏิวัติได้ นายกรัฐมนตรีระบุ
ไม่ใช่แค่เป็นเอกสารที่ส่งเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี ผู้บริหารสูงสุดของประเทศ ซึ่งปกติจะต้องเป็นเอกสารที่กลั่นกรองแล้วอย่างถี่ถ้วน จนเชื่อว่าไม่เป็นเรื่องไร้สาระแล้วเท่านั้น แต่นายกรัฐมนตรีซึ่งเป็นผู้นำประเทศปกติจะพูดอะไรจะต้องมองผลกระทบต่อภาพรวมของประเทศอย่างรอบด้าน และเป็นที่รู้กันอยู่ว่าข่าวเรื่องการทำรัฐประหารนั้นเมื่อกระจายออกไปย่อมกระทบต่อความมั่นใจของนักลงทุน นักธุรกิจอย่างใหญ่หลวง
เมื่อนายกรัฐมนตรีซึ่งรู้ดีว่าข่าวการกลับมาของรัฐประหารจะสร้างผลกระทบกับประเทศอย่างใหญ่หลวง แต่ต้องออกมาเปิดเผยด้วยตัวเอง ข่าวรัฐประหารย่อมเพิ่มความน่าเชื่อถือมากขึ้น
เรื่องราวของการเตรียมการปฏิวัติจะเกิดขึ้นจริงหรือไม่ก็ตาม แต่เท่ากับว่านายสมัคร สุนทรเวช ได้พลิกจากการตั้งรับมาเล่นเชิงรุกแล้ว
รุกโดยการบอกฟ้องให้ประชาชนได้รับรู้ว่า เกมการเมืองได้กลับสู่สถานการณ์ที่ล่อแหลมต่อผลกระทบต่อประเทศชาติอีกครั้ง
อย่างไรก็ตาม การฟ้องประชาชนจะส่งผลได้อย่างมากก็เพียง ทำให้รัฐบาลมีความชอบธรรมมากขึ้นในการสกัดกั้นสถานการณ์ที่จะทำให้ประชาธิปไตยของประเทศเสื่อมจากความเชื่อมั่นเท่านั้น
การจะหยุดการเมืองแบบถอยหลังเข้าคลองได้ จำเป็นที่จะต้องอาศัยความชอบธรรมที่ได้มาดำเนินมาตรการอีกหลาย เพื่อรักษาอำนาจการบริหารไว้ให้รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง
เกมรุกของรัฐบาลเริ่มแล้ว แต่จะสำเร็จหรือไม่เวลาเท่านั้นที่เป็นคำตอบ
ที่แน่นอนที่สุดคือ บทสรุปของ วาสนา นาน่วม ผู้เขียนหนังสือ ลับ ลวง พราง ปฏิวัติปราสาททราย ซึ่งได้รับความสนใจอย่างสูงยิ่งจากคนในกองทัพ และนักการเมือง ที่ว่า สงครามนี้ยังไม่จบสิ้นหรอก...คอยดู นั้นส่อเค้าว่าเป็นจริง
อะไรที่ทำให้ วาสนา นาน่วม มั่นใจเช่นนั้น ต้องรีบไปหาอ่าน
หน้า 4
ข้อมูลจาก มติชน
