แม้เหตุการณ์อุทกภัยเมื่อปี พ.ศ.2549 ที่จังหวัดสุพรรณบุรี จะผ่านมา 2 ปีแล้ว แต่ในความทรงจำของประชาชนผู้ประสบอุทกภัยคงไม่มีใครลืมเหตุการณ์ครั้งนั้นได้ บางคนแทบสิ้นเนื้อประดาตัว เพราะนาข้าว สวนผัก-ผลไม้ ได้รับความเสียหายถูกน้ำท่วมหมด แต่ด้วยน้ำพระทัยและพระกรุณาธิคุณของพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ และพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา ที่ประทานความช่วยเหลือการฟื้นฟูผู้ประสบอุทกภัยตามแนวทางพระราชดำริเศรษฐกิจพอเพียงให้กับประชาชนในพื้นที่อำเภอบางปลาม้า จังหวัดสุพรรณบุรี ยังความปลาบปลื้มให้กับประชาชนทุกคนในการเสด็จครั้งนี้ ทั้งสองพระองค์ทรงติดตามความก้าวหน้าของการฟื้นฟูผู้ประสบอุทกภัย ทรงทอดพระเนตร การรวมกลุ่มของประชาชนเพื่อผลิตผลิตภัณฑ์โอท็อป อาทิ กลุ่มศิลปะไม้ไผ่ที่นำไม้ไผ่ซึ่งพืชสารพัดประโยชน์นำมาดัดแปลงเป็นเครื่องจักสานและเฟอร์นิเจอร์ประดับตกแต่งบ้าน กลุ่มผลิตภัณฑ์จักสานจากหวายและใบลาน การแปรรูปวัตถุดิบอาหาร และกลุ่มผลิตภัณฑ์การแปรรูปนกกระทาครบวงจร
ทั้งนี้ พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา ทรงทดลองขูดผิวไม้ไผ่ อย่างไม่ถือพระองค์ ซึ่งเป็นขั้นตอนแรกก่อนที่จะนำไม้ไผ่มาประกอบเป็นเครื่องเฟอร์นิเจอร์ประดับตกแต่งบ้าน ภายหลังที่ทอดพระเนตรผลิตภัณฑ์ของประชาชนแล้ว ทั้งสองพระองค์ทรงมีพระดำริเกี่ยวกับแนวทางการช่วยเหลือรวมทั้งทรงแนะนำเกี่ยวกับเรื่องรูปแบบและการขยายช่องทางการตลาดให้กับเกษตรกรอีกด้วย
เกษตรกรที่มาเฝ้ารับเสด็จ นายเอนก สีเขียวสด เกษตรกรดีเด่นแห่งชาติ สาขาการเลี้ยงสัตว์ และผู้บริหารบริษัท เอนกฟาร์มนกกระทา จำกัด เผยถึงความรู้สึกว่า รู้สึกซาบซึ้งในน้ำพระทัยและพระกรุณาธิคุณมาก พระองค์ทรงแนะนำเกี่ยวกับการขยายตลาดนกกระทาไปสู่ตลาดต่างประเทศ และการพัฒนาผลิตภัณฑ์จากนกกระทาให้มีรูปแบบที่หลากหลาย ซึ่งจะช่วยให้มีผลผลิตและรายได้ที่เพิ่มขึ้น รวมทั้งยังทรงให้ยึดหลักการดำเนินชีวิต การประกอบธุรกิจตามแนวพระราชดำริเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อที่จะมีชีวิตที่มั่นคงและยั่งยืน
น้ำพระทัยและพระกรุณาธิคุณถือเป็นพลังและกำลังใจสำคัญให้กับประชาชนมีวิถีชีวิตที่ยั่งยืนและมั่นคง
หน้า 25
ข้อมูลจาก มติชน
