เลขาฯกกอ.รับคุณภาพอุดมศึกษาวิกฤติ เตรียมนำหลักสูตรกว่าหมื่นขึ้นเว็บไซต์ให้ผู้บริโภคเลือกเรียนเอง ยอมรับมีหลักสูตรไม่ได้คุณภาพถูกปิดทุกเดือน ด้านสภาอุตสาหกรรมฯ ระบุบัณฑิตไม่ได้คุณภาพ-อ่อนภาษาอังกฤษ รับเข้ามาทำงานต้องฝึกใหม่ 6 เดือนถึงจะทำงานได้ พบอีกโกงสอบเอเน็ต ส่งข้อความผ่านมือถือศูนย์สอบ ม.เกษตรฯสนามสอบ ร.ร.หอวังรับข้อความจากเพื่อน ศูนย์สอบ ม.ธุรกิจบัณฑิตย์สกอ.สั่งฟันทั้งคู่ห้ามสมัครแอดมิชชั่นส์ 3 ปีจากกรณีการสัมมนาอนาคตอุดมศึกษาไทย ที่คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นิสิตดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาอุดมศึกษา คณะครุศาสตร์ จุฬาฯ ได้ระบุถึงวิกฤติอุดมศึกษาไทยช่วง 7 ปีที่ผ่านมาทั้งมหาวิทยาลัยรัฐและมหาวิทยาลัยราชภัฏ มีการเปิดศูนย์หรือวิทยาเขตนอกที่ตั้งกว่า 300 แห่ง และเปิดหลักสูตรระดับปริญญาตรีและโท บางแห่งใช้กลยุทธ์ จบง่าย ในการดึงดูดผู้เรียน ขณะที่ผู้เรียนเข้ามาเรียนเพื่อหวังใบปริญญาตามสโลแกนจ่ายครบจบแน่ ซึ่งเป็นการทำลายคุณภาพอุดมศึกษาไทย ทำให้เกิดภาวะมหาวิทยาลัยตาย ขณะที่ ศ.ดร.วิจิตร ศรีสอ้าน อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เชื่อว่าอีก 15 ปีข้างหน้ามหาวิทยาลัยไทยจะถึงยุคยุบรวมมหาวิทยาลัย เนื่องจากจำนวนเด็กที่จะเข้าเรียนลดลงแต่ผู้สูงอายุเพิ่มขึ้นนั้น เมื่อวันที่9 มีนาคม ดร.สุเมธ แย้มนุ่น เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.) กล่าวว่า สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) รับรู้มาโดยตลอดว่าคุณภาพอุดมศึกษาไทยมีปัญหา มหาวิทยาลัยราชภัฏบางแห่งมีศูนย์การศึกษาจำนวนมาก แต่เมื่อประเมินคุณภาพแล้วไม่ดีก็ปิดไปหลายแห่ง ที่ผ่านมาเร็วๆ นี้ มีมหาวิทยาลัยรัฐและเอกชน 2-3 แห่งขอเปิดหลักสูตรระดับปริญญาโท แต่ กกอ.ไม่อนุมัติเพราะไม่ได้มาตรฐาน และมีผู้ร้องเรียนเข้ามาที่ สกอ.เป็นระยะ สกอ.ก็แจ้งไปที่สภามหาวิทยาลัยให้ปรับปรุงหลักสูตร ประเด็นสำคัญอยู่ที่ผู้เรียนด้วยต้องเข้าใจว่ามาเรียนเพื่อให้ได้ความรู้ ไม่ใช่หวังแต่ใบปริญญา หากนักศึกษาเห็นว่าหลักสูตรมหาวิทยาลัยไม่มีคุณภาพ ก็ร้องเรียนมาที่ สกอ.ได้ และจัดทำประกาศการรับรองวิทยฐานะหลักสูตรและสถาบันของมหาวิทยาลัยเอกชน กำหนดให้สภามหาวิทยาลัยตรวจสอบมาตรฐานหลักสูตรและเปิดเผยข้อมูลต่อสาธารณะ เพื่อให้เข้าไปตรวจสอบดูได้ คาดว่าอีก 1 เดือนจะมีผลบังคับใช้
ศ.ดร.เทียนฉายกีระนันทน์ รองประธาน กกอ. และประธานคณะอนุกรรมการด้านมาตรฐานอุดมศึกษา กล่าวว่า ขณะนี้ สกอ.กำลังนำข้อมูลหลักสูตรมหาวิทยาลัยรัฐและมหาวิทยาลัยเอกชน ตั้งแต่อนุปริญญา ปริญญาตรี โทและเอกรวมแล้วมีเป็นหมื่นหลักสูตร ขึ้นเว็บไซต์ สกอ.เพื่อให้ผู้บริโภคพิจารณาและเลือกเองว่าจะเรียนที่ไหน หากจัดการศึกษาไม่ได้คุณภาพมาตรฐานก็จะมีข้อมูลอยู่ในเว็บไซต์ สกอ. เท่ากับเป็นการฟ้องว่ามหาวิทยาลัยไม่มีคุณภาพ และ สกอ.ไม่สามารถส่งเรื่องให้สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) รับรองคุณวุฒิได้ ผู้เรียนจบแล้วทำงานไม่ได้ แจ้งเตือนมหาวิทยาลัยให้ปรับปรุงหลักสูตรทุก 5 ปี ในการประชุม กกอ.มีทุกเดือน มีการปิดหลักสูตรมหาวิทยาลัยรัฐและมหาวิทยาลัยเอกชนทุกครั้ง บางครั้งมีถึง 10 หลักสูตร ส่วนใหญ่เป็นหลักสูตรที่ขอปรับปรุงและหลักสูตรที่เปิดใหม่แล้วไม่มีคนเรียน
รศ.ดร.สุขุมเฉลยทรัพย์ รองอธิการบดีฝ่ายศูนย์การศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต (มสด.) กล่าวว่า การแก้ปัญหาคุณภาพอุดมศึกษา ต้องแก้เป็นระบบและครบวงจร ตั้งแต่หัวหน้าภาควิชา คณบดี มหาวิทยาลัยต้องดูแลให้หลักสูตรและการจัดการศึกษาได้มาตรฐาน สกอ.ต้องชี้แนะ สั่งมหาวิทยาลัยได้ ไม่ใช่แค่ประสานงานเท่านั้น และควรประสานกับผู้ประกอบการเพื่อดูว่าบัณฑิตมีคุณภาพหรือไม่ และรัฐมนตรีกระทรวงศึกษาธิการต้องมีนโยบายดูแลเรื่องนี้อย่างจริงจัง ควรมีการแบ่งโซนการผลิตบัณฑิตแต่ละภูมิภาคเพื่อให้มีการผลิตบัณฑิตในสาขาที่สอดคล้องกับความต้องการในแต่ละพื้นที่ และไม่ให้เกิดปัญหาผลิตบัณฑิตสาขาที่ซ้ำซ้อน หากมหาวิทยาลัยมีการโฆษณาดึงดูดผู้เรียน เช่น เรียนจบสาขานั้นแล้วไม่ตกงาน นักศึกษาก็อาจจะตัดโฆษณาไว้และไปฟ้องศาลได้อีกทางหนึ่ง
นายเจริญ พรพิทักษ์ชัยกุล รองประธานกลุ่มอุตสาหกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ปัจจุบันเด็กอาชีวศึกษาและปริญญาตรี ที่สำเร็จการศึกษาออกไปหลายสาขาวิชา คุณภาพไม่ได้มาตรฐาน และอ่อนภาษาอังกฤษ ซึ่งมาจากหลายปัจจัยทั้งคุณภาพการศึกษามีปัญหาตั้งแต่ระดับประถม สิ่งยั่วยุมีมากและความสนใจของเด็กมีน้อยลง จึงหันไปเรียนด้านสังคมกันมากและเรียนด้านเทคโนโลยีน้อยลง เมื่อมาทำงานในสถานประกอบการจึงต้องฝึกงานกันใหม่เป็นเวลาไม่ต่ำกว่า 6 เดือนขึ้นไปถึงจะทำงานได้ สถาบันการศึกษาจึงควรดึงผู้ประกอบการเข้าไปร่วมพัฒนาหลักสูตรและพัฒนาบุคลากร และเปิดโอกาสให้นักศึกษาเข้าไปฝึกงานในสถานประกอบการตั้งแต่ยังเรียนอยู่ เพื่อผลิตคนให้ตรงกับที่ตลาดต้องการและมีคุณภาพ
ส่วนการจัดทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติขั้นสูง (เอเน็ต) ประจำปีการศึกษา 2550 ระหว่างวันที่8-9 มีนาคม2551 ดร.สุเมธเลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา เปิดเผยว่า มีผู้มีสิทธิเข้าสอบจำนวนทั้งสิ้น194,597 คนโดยกระจายไปตามศูนย์สอบกรุงเทพมหานคร และภูมิภาค จำนวน 18 ศูนย์เป็นผู้สมัครใน กทม. 7 ศูนย์จำนวน 50,253 คนและภูมิภาค 11 ศูนย์จำนวน 144,344 คนและได้รับรายงานเบื้องต้นจากศูนย์สอบว่า มีผู้ขาดสอบในแต่ละวิชาจำนวนประมาณร้อยละ 10-11
สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา(สกอ.) ได้รับรายงานจากศูนย์สอบมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ว่ามีผู้กระทำการทุจริตในระหว่างการสอบวิชาวิทยาศาสตร์ 2 ในการสอบวันที่9 มีนาคม2551 เวลา08.30-11.30 น. จำนวน2 รายรายที่ 1 สอบที่สนามสอบโรงเรียนหอวังและรายที่ 2 สอบที่สนามสอบมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ทั้งนี้ สนามสอบโรงเรียนหอวังเป็นผู้พบการกระทำทุจริตของผู้สอบรายที่ 1 ซึ่งรับเอสเอ็มเอสจากเพื่อนที่สนามสอบมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์
จากการสอบสวนข้อเท็จจริงพบว่าผู้สอบรายที่ 1 รับสารภาพว่าได้รับเอสเอ็มเอสจากเพื่อนรายที่2 ที่สอบวิชาวิทยาศาสตร์2 เสร็จแล้วและออกจากห้องสอบเพื่อส่งเอสเอ็มเอสให้ผู้เข้าสอบรายที่ 1 ที่สอบสนามสอบโรงเรียนหอวังโดยผู้เข้าสอบที่สนามสอบโรงเรียนหอวังได้นำโทรศัพท์มือถือเข้าห้องสอบมากกว่า 1 เครื่องโดยนำเครื่องหนึ่งปิดและวางไว้ใต้เก้าอี้นั่งของตัวเองตามระเบียบ แต่ได้ซุกซ่อนโทรศัพท์ไว้อีก 1 เครื่องเพื่อรับเอสเอ็มเอสจากเพื่อน ซึ่งกรรมการคุมสอบได้ตรวจพบในที่สุด ดร.สุเมธกล่าว
เลขาธิการกกอ.กล่าวต่อว่าสกอ.ได้กำหนดข้อปฏิบัติสำหรับผู้เข้าสอบไว้อย่างชัดเจนและประกาศให้ผู้เข้าสอบทุกคนทราบแล้ว และในกรณีดังกล่าวข้างต้นเข้าข่ายกระทำการทุจริต ซึ่งในข้อปฏิบัติได้ระบุไว้ว่า ถ้ามีการทุจริตไม่ว่ากรณีใดๆกรรมการคุมสอบหรือคณะกรรมการดำเนินการสอบจะบันทึกไว้ที่กระดาษคำตอบ โดยที่ผู้สอบอาจจะไม่รับทราบก็ได้ และจะไม่พิจารณาตรวจกระดาษทุกรายวิชา นอกจากนี้จะตัดสิทธิ์การสมัครเข้าศึกษาในสถาบันอุดมศึกษาต่อไปอีก 3 ปี
ดังนั้นในกรณีนี้สกอ.จะไม่ตรวจกระดาษคำตอบทุกรายวิชาทั้งสองรายนี้และพิจารณาตัดสิทธิ์การสมัครเข้าศึกษาในสถาบันอุดมศึกษาในระบบกลางหรือแอดมิชชั่นส์เป็นเวลา 3 ปี เลขาธิการ กกอ. กล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าการทุจริตโดยเครื่องมือสื่อสารไฮเทคครั้งนี้ เป็นการทุจริตการสอบรูปแบบใหม่ ที่ผู้คุมสอบจับได้เป็นครั้งที่ 2 ก่อนหน้านี้เป็นการทุจริตด้วยนาฬิกามือถือในการสอบโอเน็ต
ข้อมูลจาก คม ชัด ลึก
