ชาญเกียรติ มหันตคุณเป็นเรื่องที่น่ายินดีอย่างยิ่งที่ตอนนี้ได้มีการออกแบบเครื่องประดับที่คงเอกลักษณ์ของไทยไว้อย่างสวยงาม โดยฝีมือของจิวเวอรี่ดีไซเนอร์รุ่นใหม่แห่ง บี บี ฌูส์ บอย ชาญเกียรติ มหันตคุณ กับคอลเลคชั่น พราวลาย นับว่าเป็นครั้งแรกสำหรับการนำศิลปะการ ถมทอง ซึ่งเป็นงานหัตถศิลป์ชั้นสูงจากฝีมือช่างทองโบราณ มาถ่ายทอดลงบนเครื่องประดับ ผสมผสานด้วยการดีไซน์ที่เรียบหรู ทันสมัย
ภายในงานเปิดตัวได้มีเหล่าเซเลบให้ความสนใจมาร่วมงานกันอย่างคับคั่ง อาทิ นวลพรรณ โอสถานนท์, ดารารัตน์ มหาดำรงค์กุล, จิตรามณฑน์-สรัญทร เตชะไพบูลย์ นอกจากนี้ ดีไซเนอร์เครื่องประดับยังได้บอกถึงแรงบันดาลใจว่า ส่วนตัวแล้วมีความประทำบใจในหัตถศิลป์โบราณของไทยที่ต้องใช้ความอุตสาหะ ในการสร้างสรรค์ผลงาน จึงต้องการนำเสนอหัตถศิลป์ไทยโบราณ เครื่องถมทองลงไปในเครื่องประดับ เพื่อเป็นการอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมไทยเอาไว้ เพราะนับวันจะหาชมได้ยากและอาจสูญหายไปในที่สุด เนื่องจากการถมทองเป็นงานฝีมือที่ต้องใช้ความเชี่ยวชาญ ประณีตระดับชั้นครู ขั้นตอนการทำเป็นกรรมวิธีโบราณมีหลายขั้นตอน จำเป็นต้องใช้ระยะเวลาและความอดทนในการทำ
ในส่วนขั้นตอนการทำ ชาญเกียรติบอกว่า เครื่องประดับคอลเลคชั่นนี้ใช้เวลาสร้างสรรค์นาน 45 วันต่อชิ้น จากปกติใช้เวลาเพียง 15 วัน เนื่องจากกรรมวิธีการถมทองแบบโบราณ ซึ่งเป็นเทคนิคสำคัญมีขั้นตอนการทำถึง 4 ขั้นตอน เริ่มจากการขึ้นรูปด้วยเงินบริสุทธิ์ไม่ต่ำกว่า 95 เปอร์เซ็นต์ เมื่อขึ้นรูปพรรณได้สัดส่วนตามต้องการแล้ว ต้องนำมาสลักลายด้วยค้อนและสิ่วเพื่อให้เกิดลวดลาย
ขั้นตอนต่อมาคือ การถมซึ่งเป็นหัวใจสำคัญที่จะบอกได้ว่าเครื่องถมดีหรือไม่ โดยลงยาถมลงบนพื้นสลักรอยแล้วขัดให้เกิดเป็นเนื้อดำเนียนเสมอและแวววาว จากนั้นจึงเป็นขั้นตอนการทาทอง โดยใช้ทองคำบริสุทธิ์ผสมกับปรอทบดให้ละเอียดเรียกว่า เปียกทอง แล้วนำมาทาทับบนลายถม 2-3 ครั้ง เกิดเป็นลวดลายสีทองตัดกับพื้นสีดำที่ถมไว้อย่างสวยงาม
สำหรับขั้นตอนสุดท้าย คือ การพราวลายหมายถึงการทำลวดลายให้แพรวพราว โดยใช้สิ่วเคาะเบาๆ ลงบนชิ้นงานจนเกิดริ้วเล็กๆ เมื่อกระทบกับแสงจะทำให้เกิดเงาสะท้อนแวววาวพราวตาขึ้น อันเป็นที่มาของชื่อคอลเลคชั่นนี้นั่นเอง
สนับสนุนเครื่องประดับของไทยให้ก้าวไกลสู่ระดับโลก
หน้า 25
ข้อมูลจาก มติชน
